วันเสาร์, 15 พฤษภาคม 2564

วิเคราะห์ราคาทองคำ 23 ก.พ.64(ภาคเช้า) by HGF, CAF, Gcap, SCT, YLG

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำปรับขึ้นทะลุแนวต้าน 1,800 ดอลลาร์

คืนนี้ติดตามการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีของประธานเฟด

ราคาทองคำคาดปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,820 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำSpot เมื่อวานปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ทะลุแนวต้าน 1,800 ดอลลาร์เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ และเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ขณะเดียวกันนักลงทุนรอติดตามการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ต่อสภาคองเกรสในวันนี้และวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้กองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ 12.24  ตันเมื่อวาน หลังจากขายทองคำ 14.58  ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • คืนนี้ติดตามการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐนอกจากนี้คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 90.2 จากระดับ 89.3 ในเดือนม.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,820 ดอลลาร์ทองคำมีแนวต้านที่ 1,820 ดอลลาร์ และ 1,830 ดอลลาร์ขณะที่มีแนวรับที่ 1,800 ดอลลาร์ และ 1,780 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,808.90+25.551,800/1,7801,820/1,830

ราคาทองแท่ง 96.5%

ClosechgSupportResistance
25,780+11025,720/25,43025,960/26,100

แนะนำเปิดสถานะซื้อที่ราคาทอง Spot1,800 ดอลลาร์ (GF 25,720บาท)  โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,780 ดอลลาร์(GF 25,430บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,810.30+11.701,802/1,7821,822/1,832

แนะนำเปิดสถานะซื้อที่ราคาGOH21 1,802 ดอลลาร์   โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,782 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ โดยเฉพาะเงินปอนด์ เนื่องจากนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น

สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.64 คาดจะมีแนวรับที่ 29.90 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 30.10 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ:เงินปอนด์แข็งค่ารับความหวังอังกฤษผ่อนคลายล็อกดาวน์

เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.พ.) ขานรับความหวังที่ว่านายบอริสจอห์นสันนายกรัฐมนตรีอังกฤษจะประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.37% สู่ระดับ 90.0300 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดพุ่ง $31 รับแรงซื้อสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรมพาวเวลประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ, อัตราเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 31 ดอลลาร์หรือ 1.74% ปิดที่ 1,808.4 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 83.1 เซนต์หรือ 3.05% ปิดที่ 28.085 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดพุ่ง $2.25 คาดการผลิตน้ำมันในเท็กซัสล่าช้า

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าการกลับมาผลิตน้ำมันในรัฐเท็กซัสจะเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นได้กระทบต่อการผลิตน้ำมันและก๊าซในพื้นที่ดังกล่าวสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 2.25 ดอลลาร์หรือ 3.8% ปิดที่ 61.49 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 2.33 ดอลลาร์หรือ 3.7% ปิดที่ 65.24 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 27.37 จุดกังวลผลกระทบบอนด์ยีลด์พุ่ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (22 ก.พ.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนเนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงหนักสุดและเป็นปัจจัยฉุดดัชนีNasdaq ดิ่งลงกว่า 2.4% อย่างไรก็ดีหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบWTI ทะยานขึ้นเกือบ 4%     ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,521.69 จุดเพิ่มขึ้น 27.37 จุดหรือ +0.09% ขณะที่ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,876.50 จุดลดลง 30.21 จุดหรือ -0.77% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 13,533.05 จุดลดลง 341.42 จุดหรือ -2.46%

โดย : บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด (CAF)

Gold จับตาแนวต้าน 1822

  • Janet Yellen ยืนยัน สงครามการค้ากับจีนดำเนินต่อ กำแพงภาษียังมีอยู่ แต่เจรจาได้โดย Janet Yellen
    รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับทาง CNBC เมื่อวานนี้ว่าจะสหรัฐฯ จะยังแข็งข้อกับจีนต่อไป และ ณ
    ตอนนี้ จะยังคงมีการใช้กำแพงภาษี แต่สหรัฐฯ กำลังพิจารณาในเรื่องนี้อยู่ หลังจากนี้สหรัฐฯ
    จะประเมินหนทางไปต่อข้างหน้าว่าทางไหนคือทางที่เหมาะสมต่อไป
  • กองทุน SPDR เทขายทองคำออกมา 12.24 ตัน

Day Trade
GOH21 และ GF10G21 ไม่เข้าสถานะ

Trend Trade ใช้ราคาปิดสิ้นวัน
GOH21 Hold Short จุด Stop 1,842
GF10G21 ไม่เข้าสถานะ

โดย: บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,799 – 1,795- 1,790
แนวต้าน 1,820- 1,824 – 1,827
ทองคำปิดตลาดปรับตัวขึ้น ได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
นักลงทุนแห่ซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ แนะรอขายแนวต้าน

แนวโน้มช่วงเช้า
เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 ก.พ.) ขานรับความหวังที่ว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น

มุมมองทองคำภาคเช้า ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (22 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ, อัตราเงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านในเขต 20เมืองใหญ่ ดัชนีราคาที่อยู่อาศัย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีภาคการผลิตสาขาริชมอนด์ ยอดขายบ้านใหม่ คำสั่งซื้อสินค้าคงทน ประมาณการ GDP ไตรมาสสี่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ยอดขายบ้านที่รอปิดการขาย ดุลการค้า รายได้ส่วนบุคคล รายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล สินค้าคงคลังภาคค้าส่ง ดัชนีจัดซื้อจัดจ้าง เฟด ชิคาโก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา
เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 ก.พ.) ขานรับความหวังที่ว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

แนวรับ 1800/1790|1777แนวต้าน 1813|1820|1830
                    Gold/silver        USD               Baht          DOW (stock)
ระยะสั้น          SW  |SW UP    SW                SW             SW DOWN
ระยะกลาง          SW UP      SW DOWN        WEAK               SW
ระยะยาว         NEUTRAL       NEUTRAL    NEUTRAL     BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1790-1820
จุดเข้า sell 1820
เป้าหมาย 1790-1820
SL 1830
รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1700-1900
จุดเข้า BUY 1750-75
เป้าหมาย 1850-1900
SL 1749
ราคาทองฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อน จากแรงซื้อปิดชอตและคาดว่าคืนนี้เฟดจะแถลงนโยบายเชิงบวกกับรัฐสภา โดยแรงขายหมดไปหลังราคาทะลุแนวจิตวิทยา$1800ได้สำเร็จ โดยรวมทองกลับมายืนทรงบวกอีกครั้งมีลุ้นรีบาวด์สั้นๆได้ต่อ และต้องประคองตัวอย่าต่ำกว่าระดับนี้เพื่อดึงแรงซื้อกลับมาจากตลาดหุ้นและบิตคอยส์ที่กำลังพักฐาน คืนนี้มีตัวเลขและเฟดน่าจะแกว่งตัวพอควรกลยุทธ์ย่อซื้อขึ้นขายไปก่อนจนกว่ายืน1780ไม่ได้ค่อยมามองทางลง

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

รอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาบริเวณโซน 1,795-1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จึงค่อยเข้าซื้อ หรือ หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,821-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

แนวรับ : 1,795 1,779 1,760  แนวต้าน : 1,827 1,841 1,856

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้น 25.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ชะลอความร้อนแรง  จากความวิตกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่พุ่งขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนกู้ยืมของภาคธุรกิจพุ่งขึ้นและอาจกระทบต่อแผนการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน  ซึ่งการปรับตัวลงของตลาดหุ้นกระตุ้นแรงซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  เนื่องจากเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นทะลุ 1.4 ดอลลาร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี  หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่าการฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 ที่รวดเร็ว  และการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จะนำไปสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ  ทั้งนี้  นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เผยวานนี้ว่า  มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศของอังกฤษจะค่อยๆผ่อนคลายลง  โดยมีแผนจะเปิดโรงเรียนอีกครั้งภายในวันที่ 8 มี.ค.และเปิดไนต์คลับภายในวันที่ 21 มิ.ย. ส่งผลให้เงินปอนด์พุ่งขึ้นจนสร้างแรงหนุนให้กับทองคำ  ประกอบกับยูโรแข็งค่าขึ้น  หลัง Ifo เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีดีดตัวเกินคาดสู่ระดับ 92.4 ในเดือนก.พ.จึงเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์และหนุนราคาทองคำเพิ่มเติม  ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นช่วยหนุนให้ราคาทองพุ่งขึ้นมายืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง  ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อทางเทคนิคส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นต่อ  จนทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,812.46 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  กองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -12.24 ตัน  สำหรับวันนี้  จับตาการแถลงของนายเจอโรม  พาวเวลล์  ประธานเฟดต่อหน้าคณะกรรมการการธนาคารประจำวุฒิสภา  รวมถึงการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดริชมอนด์

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน  1,821-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากแรงซื้อไม่มากพอหรือราคาไม่สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวลงทดสอบ แนวรับ 1,800-1,795 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับถัดไปนั้นอยู่ในบริเวณ 1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

รอเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,795-1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตสถานะซื้อหากราคาหลุด 1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หากราคาดีดตัวขึ้นให้พิจารณาโซน 1,827-1,841 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) Ifo เผยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเยอรมนีสูงเกินคาดในเดือนก.พ. Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีดีดตัวสู่ระดับ 92.4 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 90.3 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 90.5
  • (+) เงินปอนด์แข็งค่า รับความหวังอังกฤษผ่อนคลายล็อกดาวน์  เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 ก.พ.) ขานรับความหวังที่ว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.37% สู่ระดับ 90.0300 เมื่อคืนนี้  เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.4074 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4013 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2164 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2114 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7922 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7865 ดอลลาร์  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.03 เยน จากระดับ 105.49 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8957 ฟรังก์ จากระดับ 0.8967 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2602 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2619 ดอลลาร์แคนาดา
  • (-) เฟดดัลลัสเผยดัชนีภาคการผลิตดีดตัวขึ้นในเดือนก.พ. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตรัฐเท็กซัสพุ่งขึ้นสู่ระดับ 19.9 ในเดือนก.พ. จากระดับ 4.6 ในเดือนม.ค.  ดัชนีมีค่าเป็นบวกในเดือนก.พ. ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในเท็กซัส แม้เศรษฐกิจเผชิญพายุฤดูหนาวในช่วงเวลาดังกล่าว  ดัชนีภาคการผลิตส่งสัญญาณขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 หลังจากทรุดตัวลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • (-) เฟดชิคาโกเผยดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจสูงกว่าคาดในเดือนม.ค.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 0.66 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.15 จากระดับ 0.41 ในเดือนธ.ค.  การดีดตัวของดัชนีได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของยอดขายบ้านและการบริโภค
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 27.37 จุด กังวลผลกระทบบอนด์ยีลด์พุ่ง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (22 ก.พ.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงหนักสุด และเป็นปัจจัยฉุดดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 2.4% อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นเกือบ 4%  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,521.69 จุด เพิ่มขึ้น 27.37 จุด หรือ +0.09% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,876.50 จุด ลดลง 30.21 จุด หรือ -0.77% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,533.05 จุด ลดลง 341.42 จุด หรือ -2.46%
  • (+/-) “เยลเลน” ออกโรงเตือนเม่าเสี่ยงขาดทุนจากบิตคอยน์นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวเตือนนักลงทุนในวันนี้เกี่ยวกับความเสี่ยงในการถือครองบิตคอยน์  “ดิฉันไม่คิดว่าบิตคอยน์จะถูกใช้เป็นกลไกในการทำธุรกรรมในวงกว้าง และดิฉันวิตกเกี่ยวกับการที่บิตคอยน์มักถูกใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย” นางเยลเลนกล่าวต่อสำนักข่าว CNBC  นอกจากนี้ นางเยลเลนยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการ “ขุด” บิตคอยน์ ซึ่งต้องใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงจำนวนมากในการแก้สมการทางคณิตศาสตร์ ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก  ขณะเดียวกัน นางเยลเลนยังเตือนถึงความผันผวนของราคาบิตคอยน์
  • (+/-) จับตา “พาวเวล” แถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสสัปดาห์นี้  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้  ทั้งนี้ นายพาวเวลจะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพรุ่งนี้ และต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธ  ที่ผ่านมา ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ประธานเฟดมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์ต่อสภาคองเกรสปีละ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในเดือนก.พ. และอีกครั้ง ในเดือนมิ.ย.หรือก.ค.  นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายพาวเวล เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจ, อัตราเงินเฟ้อ, ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ รวมทั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

ที่มา : gold.in.th(ุ23 ก.พ. 64)

%d bloggers like this: