ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 20 ก.ค.64 by Gcap, SCT, YLG

62

- Advertisement -

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,807-  1,803- 1,798

แนวต้าน  1,824–1,829– 1,833

                ราคาทองคำปิดตลาดลดลงเมื่อคืนที่ผ่านมาโดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดีราคาทองคำได้ดีดตัวขึ้นช่วงเช้าจากความกังวลจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิดสายพันธ์เดลต้าทำให้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวระยะสั้น  ฝั่งซื้อแนะถือสถานะเพื่อรอปิดทำกำไรที่แนวต้าน  และสามารถเก็งกำไรในทิศทางขาขึ้นต่อไปได้

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

- Advertisement -

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย อันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะไวรัสสายพันธุ์เดลตา ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลงเนื่องจากความกังวลว่า การที่รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยิ่งทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากขึ้น

                มุมมองทองคำภาคเช้า   ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 ก.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะไวรัสสายพันธุ์เดลตา

 อย่างไรก็ดี ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐได้จูงใจให้นักลงทุนส่วนหนึ่งเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 80 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2563 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 82

                นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์นี้ซึ่งได้แก่  จำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้าง  ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเฟดชิคาโก  ยอดขายบ้านมือสอง  ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจ  ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต   ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ   เป็นต้น 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย อันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะไวรัสสายพันธุ์เดลตา ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลงเนื่องจากความกังวลว่า การที่รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยิ่งทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงมาก

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ   :  หุ้นร่วงผวาโควิดพุ่ง
ทองผันผวนหนักแต่ปิดเหนือ 1800 ได้ นักลงทุนยังลังเลแนวโน้ม
 
แนวรับ 1800|1792|1785   แนวต้าน 1815|1820|1830
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น   SW                         SW                     SW UP           SW DOWN  
ระยะกลาง  SW UP                   SW                      SW         SW UP
ระยะยาว NEUTRAL  BULLISH  NEUTRAL BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1798-1820
จุดเข้า BUY 1800
เป้าหมาย 1840-50
SL 1799
รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1770-1900
จุดเข้า BUY 1800-20
เป้าหมาย 1850
SL 1789
บทวิเคราะห์ : ตลาดหุ้นทั่วโลกลบหนักมากกังวลโควิดพุ่งฉุดเศรษฐกิจฟื้นช้า ทองผันผวนตามคาดแต่ยืน $1800 ได้ยังรักษาทรงบวกต่อ แต่นักลงทุนลังเลทิศทางแนวโน้มข้างหน้า เพราะค่าเงินสหรัฐฯทำไฮใหม่และซิลเวอร์โลกร่วงทำโลวในรอบ3 เดือน คืนนี้มาลุ้นตัวเลขบ้านสหรัฐฯที่คาดว่าจะออกมาดีเล็กน้อย กดดันตลาดทองต่อไป
สถานะการณ์โลกตอนนี้เป็นบวกและลบกับตลาดทอง แต่โดยรวมยังเป็นบวก ตราบใดที่ราคาทองยังลงแล้วมาประคองเหนือ $1800 ได้ ทองก็อาจจะออกข้างสะสมพลังเพื่อขึ้นต่อ แต่หากวันใดปิดต่ำกว่า $1790 ทองจะมีโอกาสลงแรงๆและเป็นการพักฐานใหญ่ ดังนั้นสัปดาห์นี้เราจะทราบกัน
กลยุทธ์ : หลังจากให้ปรับพอร์ต วันนี้แนะเล่นสั้นๆตามการสวิง ย่อซื้อขึ้นขาย  คาดว่าราคามีโอกาส SIDEWAYS รอปัจจัยข่าวใหม่ หรือรอดูทิศทางค่าเงินสหรัฐฯที่ยังแข็งแกร่งตรงข้ามกับตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามระวังความผันผวนในสัปดาห์นี้เพราะอารมณ์ตลาดมีความลังเลภาวะโควิดรอบใหม่จะจบแบบไหน

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาทองคำค่อยฟื้นตัวขึ้น หลังจากทิ้งตัวลง มีลุ้นที่ราคาจะขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,825-1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจะมีแนวรับบริเวณ 1,807-1,804 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,804 1,791 1,778  แนวต้าน : 1,833 1,845 1,861

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.60ดอลลาร์ต่อออนซ์ระหว่างวันราคาทองคำแกว่งตัวผันผวน  โดยราคาทองคำปรับตัวลงก่อนในช่วงต้น  เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลต้าได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก  ทำให้นักลงทุนปิดรับความเสี่ยง(Risk off) ด้วยการเทขายหุ้น  เห็นได้จากดัชนีดาวโจนส์ที่ดิ่งลงกว่า 700 จุด โดยเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ต.ค.ปีที่ผ่านมา  พร้อมกับกระตุ้นแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐ  นอกจากนี้  ดัชนีดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการอ่อนค่าของเงินปอนด์ จากความวิตกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในอังกฤษจะรุนแรงมากขึ้น  หลังนายกอังกฤษ ประกาศยกเลิกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในวันที่ 19 ก.ค. ทั้งนี้  ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. ที่ 93.039 จนเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาดิ่งลงแรงจนแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,795.07 ดอลลาร์ต่ออออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นในเวลาต่อมา  โดยได้รับแรงหนุนจาก (1.)อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลง 12.2bps สู่ระดับ 1.177% ซึ่งเป็นระดับนับตั้งแต่เดือนก.พ. จากแรงซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  (2.) ดัชนีดอลลาร์ลดช่วงบวกลงจากแรงขายทำกำไรและแรงขายทางเทคนิคหลังเกิดสัญญาณที่บ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาขึ้นในดอลลาร์ชะลอตัวลง  และ (3.) แรงซื้อ Buy the dip และแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  สถานการณ์ที่กล่าวมาหนุนให้ราคาทองคำฟื้นขึ้นมาปิดตลาดในแดนบวกได้ในที่สุด  ด้านกองทุถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้าง และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาสามารถสร้างฐานเหนือแนวรับ 1,807-1,804 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีโอกาสดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,825-1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ราคาจะกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ แต่หากผ่านได้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นไปหาแนวต้านถัดไปที่ 1,845 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นเก็งกำไรตามกรอบเพื่อรอประเมินสถานการณ์ อาจรอเข้าซื้อเก็งกำไรจากการดีดตัวขึ้นหากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซน 1,807-1,804 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สถานะซื้อตัดขาดทุนหากหลุด 1,791 ดอลลาร์ต่อออนซ์)และแบ่งทองคำออกขายทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,825-1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สื่อเผยรัสเซียทดสอบยิงขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกจากบนเรือ  สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์รายงานโดยอ้างกระทรวงกลาโหมรัสเซียว่า รัสเซียได้ดำเนินการการทดสอบยิงขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก “เซอร์คอน (Tsirkon หรือ Zircon)” นอกชายฝั่งทะเลแบเรนต์สในระยะมากกว่า 350 กม.  รายงานระบุว่า ขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงขึ้นจากเรือรบรัสเซีย แอดมิรัล กอร์ชคอฟ ในทะเลขาว
  • (+) ผู้จัดการกองทุนรายใหญ่เตือนนักลงทุนเลี่ยงตลาดหุ้น,บิตคอยน์ขณะนี้  นายเดวิด ไทซ์ ผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ เตือนนักลงทุนว่า ขณะนี้ถือเป็น “ช่วงเวลาที่อันตรายอย่างมาก” ในการลงทุนในตลาดหุ้นและบิตคอยน์  “หุ้นมีราคาแพงเกินไปเมื่อพิจารณาถึงผลประกอบการในอนาคต และตลาดก็ยังคงเผชิญปัญหาต่างๆ ทำให้นี่เป็นตลาดที่อันตรายมาก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรดิ่งลงอย่างมากในขณะนี้” นายไทซ์กล่าว  นอกจากนี้ นายไทซ์ยังเตือนนักลงทุนเกี่ยวกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ก แอปเปิล แอมะซอน เน็ตฟลิกซ์ และอัลฟาเบท หลังจากที่ได้ดีดตัวขึ้นอย่างมากก่อนหน้านี้  นายไทซ์ระบุว่า การทรุดตัวของตลาดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์กำหนดเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว  ขณะเดียวกัน นายไทซ์ยังเตือนว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากที่จะลงทุนในบิตคอยน์  อย่างไรก็ดี นายไทซ์แนะนำนักลงทุนให้เข้าลงทุนในทอง รวมทั้งบริษัทเหมืองทองและเหมืองเงิน โดยคาดว่าราคาทองจะพุ่งขึ้น 10% แตะระดับ 2,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ จากระดับราว 1,800 ดอลลาร์ในขณะนี้
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 725.81 จุด วิตกโควิดฉุดเศรษฐกิจโลกทรุด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดเมื่อคืนนี้ (19 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะไวรัสสายพันธุ์เดลตา ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้ฉุดหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจ เช่นกลุ่มธุรกิจเรือสำราญและกลุ่มสายการบิน ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงอย่างหนักหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ทรุดตัวลงกว่า 7%  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,962.04 จุด ลดลง 725.81 จุด หรือ -2.09% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,258.49 จุด ลดลง 68.67 จุด หรือ -1.59% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,274.98 จุด ลดลง 152.25 จุด หรือ -1.06%
  • (+) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงต่ำสุดรอบ 11 เดือนในก.ค.  สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 80 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2563 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ระดับ 82
  • (-) ดอลล์แข็งค่า เหตุวิตกโควิดหนุนแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัยดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย อันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะไวรัสสายพันธุ์เดลตา ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลงเนื่องจากความกังวลว่า การที่รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยิ่งทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากขึ้น   ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.21% แตะที่ 92.8856 เมื่อคืนนี้  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1791 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1809 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3659 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3768 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7328 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7400 ดอลลาร์  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2758 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2605 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.46 เยน จากระดับ 110.07 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9182 ดอลลาร์ จากระดับ 0.9195 ดอลลาร์
  • (+/-) อังกฤษหุ้นตก,ปอนด์ร่วง ผวาโควิดแผลงฤทธิ์ หลังรัฐปลดล็อกดาวน์  ตลาดหุ้นอังกฤษและสกุลเงินปอนด์ดิ่งลง ท่ามกลางความวิตกของนักลงทุนที่ว่า การที่รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในวันนี้ จะยิ่งทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากขึ้น  ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ดิ่งลง 1.2% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ปอนด์ร่วงลง 0.45% สู่ระดับ 1.371 ดอลลาร์ และอ่อนค่า 0.20% สู่ระดับ 0.859 เทียบยูโร
  • (+/-) นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยืนยันการยกเลิก  ทั่วโลกจับตาอังกฤษวันนี้ หลังจากที่รัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงพุ่งขึ้นก็ตาม  ทั้งนี้ สื่อในอังกฤษต่างเรียกวันนี้ว่าเป็น “วันแห่งเสรีภาพ” (Freedom Day) โดยรัฐบาลจะยกเลิกมาตรการคุมเข้มที่มีการบังคับใช้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งการสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม  นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยืนยันการยกเลิกมาตรการดังกล่าว โดยอ้างว่า แม้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงพุ่งขึ้น แต่จำนวนผู้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และจำนวนผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม

ที่มา : gold.in.th ( 20 ก.ค. 64 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: