ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 30 ก.ค.64 by YLG, HGF, SCT, GT

711

- Advertisement -

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,818-1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,803 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หรือหากรับความเสี่ยงได้ไม่มาก หรือ หากถือครองทองคำอยู่แล้วอาจเลือกชะลอการเข้าซื้อเพิ่ม

แนวรับ : 1,815 1,803 1,790  แนวต้าน : 1,841 1,856 1,872

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้น 21.71ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่องจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์  หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน และส่งสัญญาณยังไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย  และยังไม่ตัดสินใจกำหนดช่วงเวลาของการเริ่มลดวงเงิน QEในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา  ขณะที่เมื่อวานนี้  ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อ หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมา “แย่เกินคาด” ทุกรายการ  ไม่ว่าจะเป็นประมาณการครั้งแรก GDP ประจำไตรมาส 2/2021 ที่เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 6.5% ในไตรมาส 2 “ต่ำกว่า” ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 8.5% ส่วนตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก “ลดลงน้อยกว่าคาด” สู่ระดับ 400,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว  ขณะที่ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ลดลง 1.9% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือนสวนทางการคาดการณ์ว่าจะปรับตัวสูงขึ้น  ทั้งนี้  การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แย่เกินคาด  ยิ่งกระตุ้นการคาดกาณ์ที่ว่าเฟดจะยังคงไม่เร่งรีบในการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงิน  นั่นทำให้ดัชนีดอลลาร์ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง -0.42% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนซึ่งหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นทำระดับสูงสุดบริเวณ 1,832.65  ดอลลาร์ต่อออนซ์ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่มขึ้น +5.82 ตัน สู่ระดับ 1,031.46 ตันสำหรับวันนี้  ติดตามการเปิดเผยดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE)ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ  รวมถึงการใช้จ่ายและรายได้ส่วนบุคคลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโก  และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงท้ายเดือนก.ค.จากUoM

- Advertisement -

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองย่อตัวลงมาพยายามทรงตัวเหนือระดับ 1,818-1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,841 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนได้เหนือบริเวณดังกล่าวได้ อาจขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป 1,856 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

จุดที่น่าสนใจในการเข้าซื้อเป็นบริเวณแนวรับ 1,818-1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าราคาย่อตัวลงมาต่ำกว่าแนวรับโซน1,803 ดอลลาร์ต่อออนซ์ให้ชะลอดูทิศทางอีกครั้ง และ หาจังหวะที่ราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,841 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แบ่งปิดสถานะทำกำไรบางส่วนแต่หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายลดลง สวนทางคาดการณ์สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ลดลง 1.9% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังพุ่งขึ้น 8.3% ในเดือนพ.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีจะปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนมิ.ย.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนีร่วงลง 1.9% ในเดือนมิ.ย.
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 400,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว จากระดับ 424,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้านี้  อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 380,000 ราย
  • (+) สหรัฐเผย GDP Q2/64 โต 6.5% ต่ำกว่าคาดการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2564 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 6.5% ในไตรมาส 2 หลังจากที่ขยายตัว 6.4% ในไตรมาส 1 ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 8.5% ในไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นการขยายตัวมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2526
  • (+) ไบเดน’ เผยรัสเซียเริ่มแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ปี 2022 ในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรองและความมั่นคงจาก 17 หน่วยงานที่สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีไบเดนเปิดเผยว่ารัสเซียได้เริ่มแทรกแซงและเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนก่อนหน้าการเลือกตั้งกลางสมัยของสหรัฐฯ ในปีหน้าแล้ว  ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ยังย้ำด้วยว่า ในฐานะผู้นำประเทศ ตนต้องการข้อมูลข่าวกรองที่ตรงไปตรงมาและความเห็นซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับการตัดสินใจที่จำเป็น  ในการกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงราว 120 คนจากหน่วยงานด้านข่าวกรอง 17 หน่วยงานของสหรัฐฯ ในวันพุธ ประธานาธิบดีไบเดนได้เปิดเผยข้อมูลซึ่งดูเหมือนจะมาจากการบรรยายสรุปประจำวันจากชุมชนข่าวกรองของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า ควรสังเกตว่าขณะนี้รัสเซียกำลังทำอะไรอยู่เกี่ยวกับการเลือกตั้งกลางสมัยของสหรัฐฯ ในปีหน้า  และว่าพฤติกรรมดังกล่าวซึ่งรวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนนับเป็นการละเมิดอธิปไตยของสหรัฐฯ อย่างแท้จริง นอกจากนั้น ประธานาธิบดีไบเดนยังคาดด้วยว่า การโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งมาจากกลุ่มบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับความสนับสนุนจากจีนและรัสเซียจะเพิ่มระดับสูงขึ้น และเสริมว่าขีดความสามารถทางไซเบอร์ของคู่ปรับของสหรัฐฯ กำลังเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เช่นกัน
  • (+) ดอลล์อ่อน ผิดหวังข้อมูลศก.-เฟดส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นดบ. ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน และส่งสัญญาณยังไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ขยายตัวน้อยกว่าคาดในไตรมาส 2  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.45% แตะที่ 91.8713 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.46 เยน จากระดับ 109.95 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9055ฟรังก์ จากระดับ 0.9106ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2439 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2526 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1890 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1841 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3967 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3906ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7400 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7372 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 153.60 จุด ขานรับผลประกอบการสดใส  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงฟอร์ด มอเตอร์ และยัม แบรนด์ส ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของพิซซ่า ฮัท และเคนตั๊กกีฟรายชิกเก้น (KFC) นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมองว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐที่ขยายตัวต่ำกว่าคาดในไตรมาส 2 อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,084.53 จุด เพิ่มขึ้น 153.60 จุด หรือ +0.44% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,419.15 จุด เพิ่มขึ้น 18.51 จุด หรือ +0.42% ดัชนี Nasdaqปิดที่ 14,778.26 จุด เพิ่มขึ้น 15.68 จุด หรือ +0.11%

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำ Spotปรับขึ้นแรงเฟดยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคา PCE พื้นฐานเดือนมิ.ย.

ราคาทองคำคาดจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,835ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและปิดตลาดเพิ่มขึ้นถึง 21 ดอลลาร์หลังการประชุมเฟดสะท้อนให้เห็นว่าเฟดยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยประธานเฟดแถลงว่าเฟดยังคงอยู่ห่างไกลจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้นอกจากนี้สหรัฐประกาศจีดีพีไตรมาส 2 ขยายตัว 6.5%ต่ำกว่าที่ตลาดคาดจะขยายตัว 8.5% หลังจากที่ไตรมาส 1 ขยายตัว 6.4% และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์อยู่ที่ระดับ 400,000 รายสูงกว่าที่ตลาดคาดจะลดลงอยู่ที่ระดับ 382,000 รายทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ซื้อทองคำ5.82 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคา PCE พื้นฐานเดือนมิ.ย.ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น0.6%เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น3.7%เมื่อเทียบรายปี  ดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนก.ค. ตลาดคาดจะลดลงอยู่ที่ระดับ 64.2 จากระดับ 66.1 ในเดือนมิ.ย.ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.ของมหาวิทยาลัยมิชิแกนตลาดคาดจะทรงตัวที่ระดับ80.8
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spotคาดจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ 1,830-1,835 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวโน้มปรับขึ้นได้ต่อเนื่องโดยจะมีแนวต้าน 1,840และ 1,850ดอลลาร์ขณะที่มีแนวรับ 1,800 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญ 1,790 ดอลลาร์ ซึ่งน่าจะเป็นแนวรับแข็งแกร่งในช่วงนี้

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,827.21+21.711,800/1,7901,835/1,840

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,300+25028,000/27,85028,450/28,550

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,570+9028,170/28,03028,650/28,720

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot1,835ดอลลาร์ (GF28,650 บาท) การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคาทองคำ Spot1,800ดอลลาร์ (GF28,170 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,790ดอลลาร์ (GF 28,030 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,830.50+7.101,803/1,7931,838/1,843

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคาGOU211,838ดอลลาร์การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคาGOU211,803ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,793ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดทรงตัวโดยเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน และส่งสัญญาณยังไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ ขณะที่เงินบาทมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในระดับที่สูง สำหรับ USD Futures เดือนก.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 32.75 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 32.90 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อน ผิดหวังข้อมูลศก.-เฟดส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นดบ.

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ค.) หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน และส่งสัญญาณยังไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ขยายตัวน้อยกว่าคาดในไตรมาส 2 ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.45% แตะที่ 91.8713 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง $31.2 รับดอลล์อ่อน-เฟดคงนโยบายการเงิน

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 30 ดอลลาร์ ยืนเหนือระดับ 1,830 ดอลลาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน นอกจากนี้ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐที่ขยายตัวน้อยกว่าคาดในไตรมาส 2 ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย  ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 31.2 ดอลลาร์ หรือ 1.73% ปิดที่ 1,835.8 ดอลลาร์/ออนซ์   สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 90.5 เซนต์ หรือ 3.64% ปิดที่ 25.782 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.23 รับสต็อกน้ำมันสหรัฐลดลงมากกว่าคาด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์เมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ค.) ขานรับสต็อกน้ำมันดิบและสต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แทบไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.23 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 73.62 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. 2564  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.31 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 76.05 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. 2564

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดบวก 153.60 จุด ขานรับผลประกอบการสดใส

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ค.) ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงฟอร์ด มอเตอร์ และยัม แบรนด์ส ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของพิซซ่า ฮัท และเคนตั๊กกีฟรายชิกเก้น (KFC) นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมองว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐที่ขยายตัวต่ำกว่าคาดในไตรมาส 2 อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป    ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,084.53 จุด เพิ่มขึ้น 153.60 จุด หรือ +0.44% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,419.15 จุด เพิ่มขึ้น 18.51 จุด หรือ +0.42% ดัชนี Nasdaqปิดที่ 14,778.26 จุด เพิ่มขึ้น 15.68 จุด หรือ +0.11%

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : GDP สหรัฐฯต่ำกว่าคาด ทองคึก บาททรง คืนนี้ลุ้นตัวเลขต่อ
แนวรับ 1822/ 1812/ 1800   แนวต้าน 1835/1840/1850
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น   SW/SW UP      SW/SW DOWN      SW                SW  UP
ระยะกลาง  SW UP                   SW                    SW            SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral            NEUTRAL         BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS   1815-1845
จุดเข้า BUY 1815-1825
เป้าหมาย 1840-1850
SL 1800รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1790-1890
จุดเข้า BUY 1800-1820 เป้าหมาย 1860-1880
SL 1789   

บทวิเคราะห์ : เมื่อคืนนี้ตัวเลข GDP สหรัฐฯต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และอนิสงค์จากเฟดที่ไม่เร่งลด QE ทำให้ตลาดทองดีดตัวแรงกลับมาเป็นภาพบวกอีกครั้งหนึ่ง ส่วนค่าเงินบาททรงๆเพราะกังวลการ LOCK DOWN เพิ่มเติม ภาพรวมทองไทยจึงได้สองเด้ง อย่างไรก็ตามราคาทองยังยืน HIGH สำคัญที่ $ 1834 ไม่ได้ จึงอาจพักลงมาตั้งฐานสั้นๆสะสมพลัง เพื่อลุ้นขึ้นใหม่ ประกอบกับคืนนี้มีประกาศตัวเลขฝั่งสหรัฐฯหลายตัวแม้ไม่สำคัญมาก แต่อาจทำให้ราคาผันผวนแกว่งไปมา
กลยุทธ์ : ทองทรงดีเพียงแต่เร่งขึ้นมาเร็ว การย่อตัวจึงเป็นจังหวะในการซื้อเพื่อเล่นสั้น ฝั่งชอตต้องหาทางปิดสถานะในกรณีราคาทะลุ $1834 สรุปได้ว่าราคาทองน่าจะซิกแซกขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แล้วไปวัดดวงในสัปดาห์หน้าที่จะประกาศตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯที่มีผลทางตรงกับราคาทอง

โดย  : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • สหรัฐฯประกาศ GDP ไตรมาส 2 ออกมาดีมากที่ 6.5%qoqแต่ไม่ดีเท่าที่คาด
  • วุฒิสภาสหรัฐฯโหวตผ่านร่างงบอัดฉีด 1.1 ล้านล้าน
  • World Gold Councilรายงานความต้องการทองทั่วโลกในไตรมาส 2 อยู่ที่ 955.1 ตัน ใกล้เคียงกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 17%qoq

Technical

  • รูปซ้ายราคาขึ้นถึงจุดสูงก่อนหน้า RSI เข้าถึงระดับ overbought เป็นสัญญาณว่าราคากำลังจะย่อลง
  • รูปขวาRSI แกว่งคาบเส้นระดับ overbought ขณะที่ราคาขึ้นแบบฝืน ๆจึงควรระวังการทิ้งตัวลงปรับฐานคาดแนวรับ 1,817 / 1,807 ตามเส้น MA
  • ทิศทางวันนี้ปรับฐานจากการขายทำกำไรระยะสั้น
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ขายทำกำไร แล้วรอรับกลับเมื่อย่อลงพักตัวที่แนวรับ หรือ รอจังหวะใหม่สัปดาห์หน้า

Attention

  • บาทอ่อนพยุงราคาทอง
  • เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้ากำลังแพร่กระจายทั่วโลก และยังไม่มีวิธีหรือวัคซีนใดที่ป้องกันได้ผลชัดเจน

ที่มา : gold.in.th( 30 ก.ค. 64 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.