ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 6 ส.ค.64 by GT, HGF, YLG, MTS

171

- Advertisement -

โดย  : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • สหรัฐฯขาดดุลการค้าในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นเป็น7.57 หมื่นล้านดอลลาร์แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • เจเน็ต เยลเลน รมว.คลังสหรัฐฯ คาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะค่อย ๆ ลดระดับลงในช่วงสิ้นปีนี้
  • วุฒิสภาสหรัฐฯกำลังเร่งพิจารณาร่างเงินงบประมาณอัดฉีดเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านดอลลาร์
  • แบงก์ชาติอังกฤษเตรียมลดวงเงิน QE และมีแผนให้วงเงินสอดคล้องกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น

Technical

  • ยอดเคลมการว่างงานสหรัฐฯลดลงกดราคาทองคำหลุดเส้น MA ลงสู่แนวรับหลัก 1,790-1,795
  • อ่อนตัวมีแรงซื้อกลับ ระยะสั้นอาจลงไปใกล้ 1,790 แต่จะรีบาวด์ได้ แนวต้าน 1,810 ตามเส้น MA
  • ทิศทางวันนี้สวิงผันผวน 1,790-1,810
  • จับจังหวะเล่นยังไง?swing trade ในช่วง 1,790-1,810ยังคงเน้นเล่นสั้นปิดทำกำไรเร็ว

Attention

- Advertisement -

  • คืนนี้  จับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯจากอีกสำนัก ว่าจะออกมาร่วงเละเทะเหมือนที่ ADP เพิ่งประกาศออกมาเมื่อคืนว้นพุธหรือไม่
  • บาทอ่อนพยุงราคาทอง
  • เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้ากำลังแพร่กระจายทั่วโลก และยังไม่มีวิธีหรือวัคซีนใดที่ป้องกันได้ผลชัดเจน

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ราคาทองคำปรับลดลง กังวลเฟดลดวงเงินมาตรการQE

คืนนี้ 1 ทุ่มครึ่งติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ

ราคาทองคำคาดผันผวนตามการจ้างงานของสหรัฐ

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับลดลงหลังจากรองประธานเฟดคาดการณ์ว่าเฟดจะประกาศปรับลดวงเงินตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในปีนี้โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.224%ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยสหรัฐประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 14,000 ราย สู่ระดับ 385,000 ราย สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ0.36 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้ 1 ทุ่มครึ่งติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนก.ค. ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 870,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 850,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ในกรณีที่ตัวเลขออกมาดีกว่าหรือแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้จะกระทบต่อราคาทองคำ ถ้าออกมาดีกว่าตลาดคาด ราคาทองคำจะลดลง แต่ถ้าออกมาแย่กว่าตลาดคาด ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นส่วนอัตราการว่างงานเดือนก.ค. ตลาดคาดจะลดลงเป็น 5.7% จากระดับ 5.9% ในเดือนมิ.ย.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดผันผวนตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐทั้งนี้ทองคำมีแนวรับสำคัญ 1,790 ดอลลาร์ ถ้าหลุดจะมีแรงเทขายออกมามาก ขณะที่มีแนวต้าน 1,815-1,820 ดอลลาร์และแนวต้านสำคัญ 1,833 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,804.00-7.301,800/1,7901,820/1,833

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,450+5028,300/28,20028,600/28,750

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,570-5028,500/28,38028,760/28,920

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคาทองคำ Spot1,790ดอลลาร์ (GF28,380บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,780ดอลลาร์ (GF 28,250บาท) และขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot1,820 ดอลลาร์ (GF28,760 บาท)

สำหรับการลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยสะสมที่ราคาทองคำ Spot1,790ดอลลาร์และ 1,770ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,809.00-4.601,803/1,7931,823/1,836

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคาGOU211,793ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,783ดอลลาร์และขายทำกำไรที่ราคาGOU211,823ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องโดยคาดได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19ในประเทศ และการไหลออกของเงินทุนจากนักลงทุนต่างประเทศส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ โดยสหรัฐประกาศดุลการค้ามียอดขาดดุลเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7.57 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย.ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับ USD Futures เดือนก.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 33.10บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 33.30-33.40บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ปอนด์แข็งค่าหลังแบงก์ชาติอังกฤษประกาศแผนลดQE

เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (5 ส.ค.) หลังจากธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยและเปิดเผยแผนการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.02% แตะที่ 92.2534 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $5.6 หลังบอนด์ยีลด์พุ่ง-นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (5 ส.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นทะลุระดับ 1.20% ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำนอกจากนี้นักลงทุนยังเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งขานรับตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่แล้วทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.6 ดอลลาร์หรือ 0.31% ปิดที่ 1,808.9 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 16.9 เซนต์หรือ 0.66% ปิดที่ 25.292 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดบวก 94 เซนต์รับแรงช้อนซื้อ-ตะวันออกกลางตึงเครียด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (5 ส.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาน้ำมันดิบร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 94 เซนต์หรือ 1.4% ปิดที่ 69.09 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 91 เซนต์หรือ 1.3% ปิดที่ 71.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 271.58 จุดขานรับตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์ลดลง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (5 ส.ค.) ขณะที่ดัชนีS&P500 และNasdaqปิดทำนิวไฮขานรับตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้วรวมทั้งผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐในวันนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,064.25 จุดเพิ่มขึ้น 271.58 จุดหรือ +0.78% ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,429.10 จุดเพิ่มขึ้น 26.44 จุดหรือ +0.60% ดัชนีNasdaqปิดที่ 14,895.12 จุดเพิ่มขึ้น 114.58 จุดหรือ +0.78%

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านโซน 1,816-1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์ให้ทยอยเปิดสถานะขาย แล้วรอปิดสถานะขายหากราคายืนเหนือโซน 1,790-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,790 1,776 1,765  แนวต้าน : 1,818 1,833 1,845

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 7.30  ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ในระหว่างวันราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,814.91 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์  หลังเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นขานรับผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยและวงเงิน QE ตามคาด  พร้อมเผยแผนการว่าจะเริ่มต้นถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรในอนาคต  อย่างไรก็ดี  ราคาทองปรับตัวลงหลังจากนั้น  โดยกลับมาได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ดีดตัวทะลุ 1.20% สู่ระดับสูงสุดที่ 1.2285% หลังตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานลดลง 14,000 รายในสัปดาห์ที่แล้วสู่ระดับ 385,000 ราย  ซึ่งอยู่ในระดับทีใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่ตัวเลขการเลิกจ้าง(Layoffs) ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 21 ปีในเดือนก.ค. เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน  สะท้อนภาวะตลาดแรงงานที่ฟื้นตัวขึ้น  ซึ่งการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย  ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงจากระดับสูงสุดสู่ระดับต่ำสุดบริเวณ 1,797.60  ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นมาปิดตลาดเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -0.36 ตันสำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราการว่างงานและรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐ  ทั้งนี้  หากตัวเลขดังกล่าวออกมา “ดีเกินคาด” จะกระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินของเฟดและส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ  กลับกันหากตัวเลขออกมา “แย่เกินคาด” ก็จะส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำ

ปัจจัยทางเทคนิค :

เมื่อราคาปรับตัวขึ้นอาจมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเพิ่มขึ้น ระยะสั้นราคาทองคำยังมีลุ้นดีดขึ้นทดสอบแนวต้าน แต่หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 1,813-1,816 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาสลับออกมาและอาจทำให้ราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,790-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อสร้างฐานราคา

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการซื้อขายระยะสั้น โดยเสี่ยงขายหากราคาไม่สามารถผ่านโซน 1,816-1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนสถานะขายหากราคาผ่าน 1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ทั้งนี้อาจทยอยเข้าซื้อคืนหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,790-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิ.ย.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐพุ่งขึ้น 6.7% สู่ระดับ 7.57 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.41 หมื่นล้านดอลลาร์ 
  • (+) แบงก์ชาติอังกฤษเผยแผนลดวงเงิน QE อิงตามดอกเบี้ยนโยบายธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันนี้ โดย BoE ได้เปิดเผยแผนการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จากปัจจุบันที่ระดับ 8.95 แสนล้านปอนด์  ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ BoE ระบุว่า BoE จะเริ่มปรับลดวงเงิน QE เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายแตะระดับ 0.5% โดย BoE จะไม่นำรายได้จากพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษที่ครบกำหนดอายุกลับมาลงทุนใหม่นอกจากนี้ BoE จะเริ่มขายพันธบัตรที่ถือครองอยู่ออกไป เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายแตะระดับ 1.0%
  • (+) ปอนด์แข็งค่า หลังแบงก์ชาติอังกฤษประกาศแผนลด QEเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ส.ค.) หลังจากธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย และเปิดเผยแผนการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.02% แตะที่ 92.2534 เมื่อคืนนี้  เงินปอนด์แข็งเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3932 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3887 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.1835 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1838 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7404 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7382 ดอลลาร์สหรัฐ   ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.75 เยน จากระดับ 109.46 เยน แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9061ฟรังก์ จากระดับ 0.9063ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2494 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2551 ดอลลาร์แคนาดา
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 271.58 จุด ขานรับตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์ลดลง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaqปิดทำนิวไฮ ขานรับตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว รวมทั้งผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐในวันนี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,064.25 จุด เพิ่มขึ้น 271.58 จุด หรือ +0.78% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,429.10 จุด เพิ่มขึ้น 26.44 จุด หรือ +0.60% ดัชนี Nasdaqปิดที่ 14,895.12 จุด เพิ่มขึ้น 114.58 จุด หรือ +0.78%
  • (-) โมเดอร์นาเผยวัคซีน 2 เข็มต้านโควิดนาน 6 เดือน หาก 3 เข็มช่วยป้องกันเดลตา บริษัทโมเดอร์นา อิงค์ เปิดเผยว่า วัคซีนของบริษัทยังคงมีประสิทธิภาพถึง 93% ในการต้านไวรัสโควิด-19 ภายในเวลา 6 เดือนหลังจากที่มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2  ตัวเลขประสิทธิภาพดังกล่าวสูงกว่าวัคซีนของไฟเซอร์และไบออนเทค ซึ่งระบุว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลงราว 6% ทุกๆ 2 เดือน และจะอยู่ที่ราว 84% ในเวลา 6 เดือนหลังมีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2  นอกจากนี้ วัคซีนของโมเดอร์นาสามารถให้การป้องกัน 98% ต่อการเกิดอาการของโรคที่รุนแรง และมีประสิทธิภาพ 100% ในการป้องกันการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โมเดอร์นายังเปิดเผยว่า ผลการทดลองบ่งชี้ว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนของโมเดอร์นาครบ 3 โดสจะมีภูมิต้านทานไวรัสโควิด-19 ที่มีการกลายพันธุ์จำนวน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ แกมมา เบตา และเดลตา
  • (+/-) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานลดลง สอดคล้องคาดการณ์ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 14,000 ราย สู่ระดับ 385,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์  อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงสูงกว่าระดับ 230,000 ราย ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ  ส่วนจำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลง 366,000 ราย สู่ระดับ 2.93 ล้านราย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องต่ำกว่าระดับ 3 ล้านรายนับตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.2563
  • (+/-) แบงก์ชาติอังกฤษคงดอกเบี้ย,วงเงิน QE ตามคาด ขณะเตือนเงินเฟ้อพุ่ง ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันนี้ โดย BoE มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ BoE ประกาศคงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 8.95 แสนล้านปอนด์ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ทองคำยังถูกกดดันจากบรรดาถ้อยแถลงของสมาชิกเฟดในการปรับลด QE ให้เร็วขึ้นกว่าที่คาด ด้านดัชนีดอลลาร์ยังอยู่ในทิศทางแข็งค่าเล็กน้อย ด้านทองคำวานนี้ทำสูงสุดแถว 1,811 เหรียญ ก่อนที่จะร่วงกลับม่าบริเวณ 1,803 เหรียญ และเช้านี้เคลื่อนไหวแนว 1,800 เหรียญ ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว  โดยบาทอ่อนค่ามากที่สุดในภูมิภาค โดยถูกกดดันจากสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศที่อ่อนแอ ขณะที่การระบาดของ Covid-19 ยังดำเนินไปค่อนข้างมาก โดยเงินบาทวานนี้จาก 33.10 บาท/ดอลลาร์ วันนี้เริ่มมาทดสอบ 33.30 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว ขณะที่ล่าสุดทะยานมาถึง 33.38 บาท/ดอลลาร์ อันเป็นผลจากทิศทางเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มอาจจะแย่กว่า ปี 2540 โดยผลสะท้อนอาจจะยังไม่เห็นชัดเจน ซึ่งคาดว่าอาจเห็นผลสะท้อนชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 2/2565 ขณะที่จีดีพีไทยถูกปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่องที่คาดว่าจะโตได้ 3% ในปีนี้ ก็ถูกปรับลงมาที่ 1.8% และล่าสุดอาจโตได้ต่ำ 0% ในส่วนของ SPDR มีการเทขายทองคำออกมาเล็กน้อย 0.36 ตัน โดยล่าสุดถือครองทองคำที่ระดับ 1,027.61 ตัน สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อวานนี้ Jobless Claims ออกมาดีกว่าคาด ในขณะที่ Trade Balance ออกมาแย่ อย่างไรก็ดี ตัวเลขสำคัญที่ทุกคนรอคอยได้แก่ Non-Farm Payrolls ที่คาดว่าจะออกมาดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำเริ่มหลุดแนวรับเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น – กลาง และยาวลงมา ตามที่ได้วิเคราะห์ไว้ว่าเป็นลักษณะ Sideway Down โดยเส้นค่าเฉลี่ยโดยส่วนใหญ่อยู่บริเวณ 1,805 – 1,808 เหรียญ ส่งผลให้ภาพโดยองค์รวมในทางเทคนิค บ่งชี้ “ภาวะขาลง” ซึ่งทองคำจะมีแนวรับสำคัญ 1,794 เหรียญ หากหลุดลงมามีโอกาสลงได้ลึก ขณะที่แนวรับถัดไปอยู่บริเวณ 1,750 – 1,755 เหรียญ วันนี้คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,794 เหรียญ และแนวต้าน 1,810 เหรียญ สำหรับ Gold Online Futures และ Gold Comex จะมีแนวรับ 1,798 เหรียญ และแนวต้าน 1,814 เหรียญ ในส่วนของทองคำไทยคาดจะทรงตัวเท่าเดิม โดยได้รับอานิสงส์จากเงินบาทที่อ่อนค่าจึงไม่ได้ปรับตกลงตามราคาตลาดโลก

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

เล่นสั้น Sideway Down ราคามีการปรับลงอย่างช้าๆ จึงควรมี Stop Loss หากสูงกว่า 1,815 เหรียญ

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

แนะนำให้หาจังหวะลดสถานะ ไม่ควรถือครองในเวลานี้

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะนำให้เล่นสั้นๆ และควรบริหารพอร์ตสมดุลก่อนทราบข้อมูลคืนนี้ หากไม่ผ่าน 1,815 เหรียญ หรือมีการหลุดแนวรับ แนะ Open Short

Gold Futures 10Q21 จะมีแนวรับที่ระดับ 28,450 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,700  บาท

ที่มา : gold.in.th( 6 ส.ค. 64 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: