ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 6 ก.ย.64 by SCT, HGF, GT, YLG, TDC, GCAP, MTS

115

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : ทองลุ้นไปต่อหลังตัวเลขจ้างงานแย่ แนะย่อให้ซื้อ เล่นสั้น
 
แนวรับ 1821 / 1817/ 1800  แนวต้าน 1835|1845|1855
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น   SW/SW UP    SW /SW DOWN       SW                SW  

ระยะกลาง  SW UP            SW DOWN               SW                SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral            NEUTRAL         BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAY UP
จุดเข้า BUY 1810-1820
เป้าหมาย 1830-1850
SL 1799รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1770-1890
จุดเข้า BUY 1780-1790 เป้าหมาย 1830/ 1875
SL 1775   

บทวิเคราะห์ : คืนวันศุกร์ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯต่ำกว่าคาดการณ์เยอะมากทำให้มองว่าเฟดจะผ่อนคลายนโยบายและไม่เริ่มลดวงเงิน QE ในการประชุม FOMC วันที่ 22 นี้  โดยอ้างว่าการจ้างงานยังไม่ฟื้นตัวดีและยังกังวลเชื้อไวรัสเดลต้าตลอดจนเชื้อตัวใหม่ที่ชื่อมู จะมาชะลอการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก เหล่านี้เป็นผลบวกกับทองมากๆในเดือนนี้ คาดว่าราคาทองน่าจะซิกแซกขึ้นต่อ ซึ่งจะตรงข้ามกับค่าเงินสหรัฐฯและ BOND YIELD ที่ย่อตัว FUNDFLOW และสภาพคล่องยังอยู่ในตลาดหุ้นทั่วโลกอาจทำให้ค่าเงินบาทยังเป็นทรงแข็งค่าต่อไป แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯจะสูงระดับ 5 % แต่เฟดน่าจะยกการอ่อนแอของการจ้างานมาอ้างไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย คาดกันว่าจากนี้ไปเฟดน่าจะพิจารณาลดวงเงิน QE ในช่วงก่อนปลายปีนี้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้
กลยุทธ์ : วันนี้ตลาดสหรัฐฯปิดวันแรงงาน ราคาน่าจะแกว่งออกข้าง แต่การย่อตัวแนะทางการถือครองทอง เพื่อเล่นเทรดระยะสั้นช่วงการรีบาวด์ หรือจะซื้อถือลงทุนในระยะกลางตามการผ่อนคลายของเฟด ในสัปดาห์นี้ตัวเลขไม่มาก ตลาดจับตาการแถลงนโยบายของ ECB ฝั่งยุโรโซน ที่กำลังติดกับดักภาวะเงินฝืด ทั้งๆที่สภาพคล่องล้นโลก แต่เงินถูกนำไปปั่นหุ้นแทนการช่วยรากหญ้า ทำให้การฟื้นตัวยาก

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

- Advertisement -

ทองคำขึ้นแรงการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐต่ำกว่าตลาด

สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงาน Beige Book

ราคาทองคำคาดจะเคลื่อนไหว Sideways up

  • ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำSpot เคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ หลังจากสหรัฐประกาศการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนส.ค.เพิ่มขึ้นเพียง 374,000 ตำแหน่งต่ำกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 640,000 ตำแหน่ง แต่ในวันศุกร์ราคาทองคำปรับขึ้นแรงเนื่องจากการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นเพียง 235,000 ตำแหน่งต่ำกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 720,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนก.ค.เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 1,053,000 ตำแหน่ง ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยขายทองคำ 3.2 ตันในสัปดาห์ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด12 เขต  (Beige Book) ก่อนที่จะมีการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 21-22 ก.ย. การประชุมธนาคารกลางยุโรป ซึ่งคาดจะมีมติผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป และอาจจะไม่ค่อยมีผลกระทบต่อราคาทองคำ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค.และจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเดือนก.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำSpot คาดจะเคลื่อนไหว Sideways up โดยมีแนวต้านสำคัญ 1,833 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,850 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,810 ดอลลาร์และ 1,800 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,826.10+17.691,810/1,8001,833/1,850

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,050+10027,800/27,65028,150/28,350

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,240+13027,940/27,80028,300/28,510

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคาทองคำ Spot1,810ดอลลาร์ (GF27,940 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,800ดอลลาร์(GF27,800 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,829.70+15.801,811/1,8011,834/1,851

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคา GOU211,811ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,801ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเนื่องจากการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นเพียง 235,000 ตำแหน่งต่ำกว่าตลาดคาดสำหรับ USD Futures เดือนก.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 32.35 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 32.60บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนค่าผิดหวังตัวเลขจ้างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ก.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอซึ่งทำให้บรรดานักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่มีแนวโน้มที่จะประกาศปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมเดือนนี้ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.21% สู่ระดับ 92.0327

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง 22.2 ดอลล์รับแรงซื้อหลังสหรัฐเผยจ้างงานซบเซา

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนได้พากันเข้าซื้อสัญญาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่ต่ำกว่าคาดซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 22.2 ดอลลาร์หรือ 1.23% ปิดที่ 1,833.7 ดอลลาร์/ออนซ์และปรับตัวขึ้นราว 0.8% ในรอบสัปดาห์นี้สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 88.4 เซนต์หรือ 3.7% ปิดที่ 24.802 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดลบ 70 เซนต์ตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาดกดดันตลาด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอเกินคาดซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และความต้องการใช้น้ำมันจะยังคงถูกกดดันในระยะสั้นสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 70 เซนต์หรือ 1% ปิดที่ 69.29 ดอลลาร์/บาร์เรลแต่ปรับตัวขึ้น 0.8% ในรอบสัปดาห์นี้สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 42 เซนต์หรือ 0.6% ปิดที่ 72.61 ดอลลาร์/บาร์เรลแต่ปรับตัวขึ้น 1.3% ในรอบสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดลบ 74.73 จุดผิดหวังตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังกับการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานของสหรัฐที่ต่ำกว่าคาดซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่ใจเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ท่ามกลางการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสสายพันธุ์เดลตาดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,369.09 จุดลดลง 74.73 จุดหรือ -0.21% และดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,535.43 จุดลดลง 1.52 จุดหรือ -0.03% ส่วนดัชนีNasdaq ปิดที่ 15,363.52 จุดเพิ่มขึ้น 32.34 จุดหรือ +0.21%     ในรอบสัปดาห์นี้ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.2% ขณะที่ดัชนีS&P500 และNasdaq ปรับตัวขึ้น 0.6% และ 1.6% ตามลำดับ

นายแอนโทนีเฟาชีผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NIAID) และหัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์แห่งทำเนียบขาวระบุว่าโควิด-19สายพันธุ์ใหม่อย่าง “มิว” ยังไม่ใช่ภัยคุกคามของสหรัฐในขณะนี้   “เราให้ความสนใจกับเรื่องนี้อย่างจริงจังแต่เรายังไม่ถือว่าสายพันธุ์ดังกล่าวเป็นภัยคุกคามเร่งด่วน” นายเฟาชีกล่าวโควิด-19สายพันธุ์มิวหรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าB.1.621ได้ถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อสายพันธุ์โควิด-19ที่ “น่าสนใจ” ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเฟาชีกล่าวว่า “เชื้อไวรัสโควิด-19สายพันธุ์ใหม่นี้มีกลุ่มของการกลายพันธุ์ที่แสดงให้เห็นว่ามันสามารถหลีกเลี่ยงแอนติบอดีบางชนิดได้ไม่เพียงแต่โมโนโคลนัลแอนติบอดี (Monoclonal Antibodies) เท่านั้นแต่ยังรวมถึงแอนติบอดีที่เกิดจากวัคซีนอย่างไรก็ตามเรายังมีข้อมูลทางคลินิกไม่มากนักโดยส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากหลอดทดลองในห้องปฏิบัติการ”    แม้ว่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19จะถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงสายพันธุ์โควิดดั้งเดิมแต่วัคซีนก็ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์เดลตาอย่างมาก  “แม้ว่าคุณจะเผชิญกับโควิด-19สายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงบ้างแต่วัคซีนก็ยังคงถือว่าค่อนข้างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ที่พบในเวลานั้น” นายเฟาชีกล่าวทั้งนี้WHO เปิดเผยว่าไวรัสโควิด-19สายพันธุ์มิวถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในโคลัมเบียและได้รับการยืนยันในอย่างน้อย39ประเทศ

“เฟาชี” ออกโรงหนุนวัคซีนบูสเตอร์คาดฉีด3เข็มจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่

นายแพทย์แอนโทนีเฟาชีแพทย์ใหญ่ประจำคณะทำงานด้านการควบคุมโรคโควิด-19ของทำเนียบขาวออกมาให้ความเห็นสนับสนุนการที่รัฐบาลสหรัฐแนะนำให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19เข็มที่3หรือวัคซีนบูสเตอร์เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายนายแพทย์เฟาชีกล่าวว่าเขาจะไม่แปลกใจเลยหากมีการปรับเปลี่ยนคำแนะนำในการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์และของโมเดอร์นาให้การฉีดวัคซีน3โดสจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่แทนที่จะเป็น2โดสโดยเขาระบุว่าการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมให้กับประชาชนหลังจากได้รับวัคซีน2โดสแรกมาแล้วเป็นเวลาหลายเดือนจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันพัฒนาขึ้นได้ทั้งนี้การตัดสินใจเรื่องมาตรฐานการฉีดวัคซีนนั้นเป็นอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) และหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลแต่นายแพทย์เฟาชีก็กล่าวเสริมว่าการอนุมานว่าการฉีดวัคซีน3โดสจะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันมากขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลนายแพทย์เฟาชีนำเสนอข้อมูลวิจัยจากอิสราเอลที่ระบุว่าภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเชื้อไวรัสโควิด-19จะเริ่มอ่อนแอลงหลังผ่านไป8เดือนซึ่งเป็นเหตุผลสนับสนุนให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมินอกจากนี้นายแพทย์เฟาชียังกล่าวว่าภูมิคุ้มกันที่ได้จากการฉีดวัคซีนเข็มที่3นั้นอยู่ในระดับสูงและคงอยู่ได้นานโดยงานวิจัยจากอิสราเอลฉบับหนึ่งเผยว่าในเวลา3สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีนโดสที่3ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19ลดลงมากถึง84%เมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีน2โดส

“ทาโรโคโนะ” ประกาศลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคLDP หลังซูงะถอนตัว

นายทาโรโคโนะรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลด้านการฉีดวัคซีนของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่าเขามีความประสงค์ที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ขณะที่นายโยชิฮิเดะซูงะนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่าจะลาออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศนายโคโนะซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมถือเป็นนักการเมืองอีกรายหนึ่งที่มีแนวโน้มที่จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่นตามผลสำรวจความคิดเห็นของสื่อ

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • การขยายตัวของภาคบริการสหรัฐฯชะลอลงต่อเนื่องในเดือน ส.ค. โดยดัชนี PMI ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน
  • ยอดจ้างงานในสหรัฐฯเดือน ส.ค. ร่วงลงหนักเกินคาดเหลือเพิ่มขึ้นเพียง 235,000 ตำแหน่ง เทียบกับเดือน ก.ค. ที่ถูกปรับตัวเลขขึ้นไปเป็นเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านราย

Technical

  • ราคาพุ่งขึ้นแรง แต่ยังยืนเหนือ 1,830 ไม่ได้ RSI เข้าเขต overbought แล้วร่วงลงทันที แสดงถึงแรงซื้อที่ไม่ต่อเนื่อง และวันนี้ตลาดสหรัฐฯปิด ทำให้ทิศทางราคาดูจะไม่ชัดเจน
  • เป็นเรื่องปกติที่การทะยานขึ้นไปเร็วจะทำให้เกิดการเทขายทำกำไรตามมา และมักจะตามมาด้วยการปรับตัวขึ้นใหม่อีกครั้งด้วยแรงซื้อที่อ่อนแอลง
  • ทิศทางวันนี้ปรับฐานระยะสั้น
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ซื้อเก็งกำไร

Attention

  • วันนี้  สหรัฐฯหยุดเนื่องในวันแรงงาน
  • วันพฤหัสฯ  ตลาดจับตาเงินเฟ้อยุโรปว่ามากพอที่จะกดดันให้ ECB พิจารณาปรับลดวงเงิน QE หรือไม่
  • เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้ากำลังแพร่กระจายทั่วโลก และยังไม่มีวิธีหรือวัคซีนใดที่ป้องกันได้ผลชัดเจน
  • เชื้อโควิดสายพันธุ์มิวจากอเมริกาใต้เริ่มแพร่ระบาดในเขตเอเชียตะวันออกหลายประเทศ

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้นการเข้าซื้อควรรอราคาอ่อนตัวลงบริเวณแนวรับ 1,813-1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,833-1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,807 1,789 1,775  แนวต้าน : 1,833 1,849 1,864

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น17.69ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า  ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 235,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 720,000 ตำแหน่ง  ทำให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจยังไม่ประกาศปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 21-22 ก.ย.นี้  ทั้งนี้  การคาดการณ์ดังกล่าวกดดันดัชนีดอลลาร์ให้ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดที่ 91.947 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. จนเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นผ่านระดับสูงสุดเดิมบริเวณ 1,823  ดอลลาร์ต่อออนซ์  พร้อมกับปรับตัวขึ้นต่อทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ  1,833.87 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรดี  มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาท้ายตลาด  ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ  1.335% จากประมาณระดับ 1.299% ในช่วงก่อนการเปิดเผยข้อมูลตลาดแรงงาน  โดยบอนด์ยีลด์พุ่งขึ้นจากความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อหลังจากตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานที่เป็นข้อมูลบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเกินคาดถึง 0.6% จึงเป็นอีกปัจจัยที่สกัดช่วงบวกราคาทองคำเอาไว้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  ขณะที่ปริมาณซื้อขายในช่วงตลาดสหรัฐจะเบาบางกว่าปกติ เนื่องจากตลาดเงิน ตลาดทุนและตลาดทองคำนิวยอร์กจะปิดทำการในวันแรงงาน (Labor Day) 

ปัจจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,813-1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้น โดยหากยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรก แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการซื้อขายทำกำไรระยะสั้น โดยอาจใช้บริเวณ 1,813-1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดซื้อ หากหลุดแนวรับโซน1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ให้ตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยง ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,833-1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนค่า ผิดหวังตัวเลขจ้างงานสหรัฐต่ำกว่าคาดดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ก.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้บรรดานักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่มีแนวโน้มที่จะประกาศปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมเดือนนี้  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.21% สู่ระดับ 92.0327  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 109.62 เยน จากระดับ 109.96 เยน, ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9132 ฟรังก์ จากระดับ 0.9146 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.2513 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2554 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1889 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1874 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3879 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3839 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7458 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7403 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 74.73 จุด ผิดหวังตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาดดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (3 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังกับการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานของสหรัฐที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่ใจเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ท่ามกลางการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสสายพันธุ์เดลตา  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,369.09 จุด ลดลง 74.73 จุด หรือ -0.21% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,535.43 จุด ลดลง 1.52 จุด หรือ -0.03% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,363.52 จุด เพิ่มขึ้น 32.34 จุด หรือ +0.21%
  • (+) ดัชนี PMI ภาคบริการสหรัฐต่ำสุดรอบ 8 เดือนในส.ค.ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ร่วงลงสู่ระดับ 55.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ธ.ค.2563 จากระดับ 59.9 ในเดือนก.ค.
  • (+) สหรัฐเผยจ้างงานวูบหนัก เพิ่มเพียง 235,000 ตำแหน่ง หลังพุ่งกว่า 1 ล้านในก.ค.กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 235,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 720,000 ตำแหน่ง จากระดับ 1,053,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค.  ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 5.2% ในเดือนส.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากแตะระดับ 5.4% ในเดือนก.ค.  กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนก.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 1,053,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 943,000 ตำแหน่ง และปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนมิ.ย. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 962,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 938,000 ตำแหน่ง  กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่าในเดือนส.ค. ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 243,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐจ้างงานลดลง 8,000 ตำแหน่ง  ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 
  • (-) บิตคอยน์พุ่งทะลุ 5.1 หมื่นดอลล์ สูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.ราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 51,000 ดอลลาร์ในวันศุกร์ (3 ก.ย.) แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.  บรรดานักลงทุนระบุว่า บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการที่ออปชั่นมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์หมดอายุในวันศุกร์ และบ่งชี้ว่าบิตคอยน์จะปรับตัวขึ้นตามสินทรัพย์อื่นๆ ส่วนใหญ่ที่ได้แรงหนุนไปก่อนหน้านี้จากการที่นายเจอโรม พาวเวล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ่งเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาว่า เฟดจะไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  • (-) ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 61.7 ในเดือนส.ค.สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 61.7 ในเดือนส.ค. แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 61.5 จากระดับ 64.1 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • (-) สหรัฐวางแผนลงทุน 6.5 หมื่นล้านดอลล์รับมือโรคระบาดครั้งใหม่หลังจบโควิดคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้เปิดเผยแผนการมูลค่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยประเทศในการต่อสู้กับภัยคุกคามทางชีววิทยาครั้งใหม่ หลังจากที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สิ้นสุดลง  นายอีริก แลนเดอร์ ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของปธน.ไบเดน และผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในวันศุกร์ (3 ก.ย.) ว่า การระบาดใหญ่ครั้งต่อไปนั้น มีแนวโน้มที่จะ “แตกต่างอย่างมาก” กับโรคโควิด-19 ดังนั้นรัฐบาลสหรัฐจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในขณะนี้เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากไวรัสในอนาคต

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรขยายตัว 250,000 ตำแหน่ง น้อยกว่าที่คาดไว้มากขณะที่อัตราว่างงานอยู่ระดับ 5.2% ส่งผลให้ราคทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งราคาปรับตัวสูงขึ้นหลุดกรอบแนวต้านด้านบนบริเวณ $1820 จากทิศทางของวันศุกร์ยังมองราคากลับลงมาทดสอบ $1820 อีกครั้งหนึ่ง หากทดสอบแล้วไม่หลุดลงมาด้านล่างมองการปรับตัวสูงขึ้นต่อไปยัง $1835 ทั้งนี้มองว่าปัจจัยบวกจะเป็นเพียงแค่ระยะสั้น มองไปข้างหน้ายังมีประเด็นของ QE tapering รออยู่

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,819 – 1,814 – 1,809
แนวต้าน 1,833 – 1,838 – 1,843
ราคาทองคำปิดบวก เนื่องจากนักลงทุนได้พากันเข้าซื้อสัญญาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาด มองว่าตลาดยังมีปัจจัยหนุน แนะเก็งกำไรทิศทางขาขึ้นไปก่อน

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ก.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้บรรดานักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่มีแนวโน้มที่จะประกาศปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมเดือนนี้

มุมมองทองคำภาคเช้า ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนได้พากันเข้าซื้อสัญญาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาด
ทองคำได้รับแรงซื้อในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานในวันศุกร์ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 235,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 720,000 ตำแหน่ง และต่ำกว่าระดับ 1,053,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค.ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 5.2% ในเดือนส.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากแตะระดับ 5.4% ในเดือนก.ค. ทองคำยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่เร่งปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หลังจากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTs รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(ไม่รวมอาหารและพลังงาน) เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ก.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้บรรดานักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่มีแนวโน้มที่จะประกาศปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมเดือนนี้

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่ Non-Farm Payrolls ในคืนวันศุกร์ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์อย่างมาก โดยที่ตัวเลขเดิมของ Non-Farm Payrolls ถูกปรับทบทวนขึ้นมาอยู่แถว 1.053 ล้านตำแหน่ง และมีคาดการณ์จะออกมา 720,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขจริงออกมาเหลือเพียง 235,000 ตำแหน่ง และการที่ตัวเลขดังกล่าวออกมาดูจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบาย Tapering QE ของเฟด และน่าจะมีผลให้เกิดการดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ทางด้านอัตราว่างงานลดลงจาก 5.4% เหลือ เพียง 5.2% สำหรับข้อมูลค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง ออกมาดีขึ้น แต่ ISM Non-Manufacturing PMI ออกมาแย่กว่าคาดเล็กน้อย ในส่วนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี ปรับตัวลงเล็กน้อย ค่อนข้างทรงตัวบริเวณ 1.32% ในขณะที่ดัชนีดอลลาร์คืนวันศุกร์เคลื่อนไหวในกรอบ 91.95 – 92.26 จุด เช้านี้อยู่บริเวณ 92.16 จุด โดยที่ค่าเงินบาทเองปรับแข็งค่าหลังจากที่เมื่อวันศุกร์ช่วงเช้าเงินบาทอ่อนไปที่ 32.65 บาท/ดอลลาร์ ภาพรวมแข็งค่าลงมาทรงตัวที่ระดับ 32.50 บาท/ดอลลาร์ในเช้านี้ หรือปรับลงมาราว 15 สตางค์จากวันศุกร์ อย่างไรก็ดี วันนี้จะเป็นวันหยุดของสหรัฐฯเนื่องในวัน Labor Day ส่งผลให้ระบบ Gold Online และ  MTS GBF ของบริษัทมีผลให้ปิดทำการเร็วตามตลาดต่างประเทศช่วงเวลาประมาณ 00.00น.

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่เคลื่อนตัวในกรอบ Sideways มาประมาณ 1 สัปดาห์และสามารถ Breakout ออกจากกรอบ Sideways บริเวณ 1,815 เหรียญขึ้นมาได้ ไปทำสูงสุด บริเวณ 1,833 เหรียญ ก่อนจะอ่อนตัวเล็กน้อยมาทรงตัวเหนือ 1,820 เหรีญยญได้ในเช้าวันนี้ โดยภาพรวมยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยโดยทั่วไปและภาพรวมมีสัญญาณซื้อเกิดขึ้น วันนี้คาดว่าราคาจะมีแนวรับ 1,820 เหรียญ โดยมีแนวต้าน 1,835 เหรียญ ขณะที่ Comex Gold และ Gold Online Futures คาดจะมีแนวรับ 1,822 เหรียญ และแนวต้าน 1,837 เหรียญ ในส่วนของทองคำไทยคาดจะเห็นการปรับขึ้นราว 50 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำทำกำไร Open Long ในกรอบ

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

ลงซื้อขึ้นขายในกรอบ มี Stop Loss  เสมอหากต่ำกว่า 1,820 เหรียญ

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะบริหารพอร์ตสมดุล ไม่ควรถือครองสถานะในเวลานี้

Gold Futures 10V21 จะมีแนวรับที่ระดับ 28,100 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,350  บาท

ที่มา : gold.in.th ( 6 ก.ย. 64 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: