ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 5 ต.ค.64 by SCT, HGF, GT, YLG, MTS, TDC

76

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : ทองพยายามขึ้น แต่ยังผันผวนได้ เพราะสัปดาห์นี้ตัวเลขสำคัญเยอะ แนะรอย่อซื้อ

แนวรับ 1750/ 1740 / 1730  แนวต้าน 1775|1788|1800
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น     SW/SW UP         SW DOWN         SW                    SW 

ระยะกลาง  SW/SW UP           SW                       SW                SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral            NEUTRAL         BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS  1740-78
จุดเข้า BUY 1740-50
เป้าหมาย 1775-1800
SL 1719รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1720-1835
จุดเข้า BUY 1730-40 เป้าหมาย 1830/ 1850
SL 1719   

บทวิเคราะห์ : ค่าเงินสหรัฐฯเริ่มอ่อนค่าหลังวิ่งแรงในสัปดาห์ก่อน คาดว่านักลงทุนยังรอตัวเลขชุดใหญ่การจ้างงานในปลายสัปดาห์นี้เพื่อตัดสินใจ ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะออกมาดีมากในท่ามกลางภาวะโควิดที่ยังรุมเร้า ราคาทุกตลาดยังเคลื่อนไหวในลักษณะลังเลไม่ว่าจะเป็นหุ้น ทอง ค่าเงิน น้ำมัน แต่ในทางเทคนิคกราฟทองเริ่มฟื้นตัวดีเรื่อยๆ จน MACD รายวันจ่อตัดขึ้นเหนือ 0 ซึ่งถือเป็นสัญญาณให้ซื้อ หรือว่าง่ายๆถ้าราคาทองไม่ปิดต่ำกว่า $1740-50 จะถือว่าเตรียมขึ้นต่อ แต่จุดเปลี่ยนเทรนขาขึ้นหรือกระทิงคือการทะลุ $1800 และ $1835 คืนนี้มีตัวเลข ISM ภาคบริการ ประกาศ อาจไม่สำคัญเท่ากับตัวเลขจ้างงาน ADP คืนวันพุธ แต่ก็อาจพาทองแกว่งได้กลยุทธ์ : ทองฟื้นตัวเร็วจาก LOW $1720 แล้วยืน $1750 ถือว่าดีมาก แต่ราคาอาจย่อตัวสะสมพลังอีกรอบช่วงตัวเลขจ้างงานประกาศ จึงถือเป็นโอกาสในการซื้อเก็บสะสมหรือเทรดสั้น แต่ยังไงก็ต้องระวังค่าเงินบาทที่จะแข็งค่าถ้าทองพุ่งต่อ นักลงทุนระยะสั้นเน้นไวๆ นักลงทุนระยะกลางรอย่อค่อยเก็บ คาดว่าหลังสัปดาห์นี้จะเห็นแนวโน้มทองที่ชัดเจน

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

- Advertisement -

ทองคำปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3กังวลสหรัฐจะผิดนัดชำระหนี้

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีPMIภาคบริการเดือนก.ย.

ทองคำคาดจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways up

  • ราคาทองคำSpot เมื่อวานปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เนื่องจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากความกังวลเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐซึ่งสภาคองเกรสยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ ขณะที่สถาบันจัดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือ S&P เตือนว่า ตลาดการเงินอาจได้รับผลกระทบรุนแรงหากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ และอาจทำให้สหรัฐมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงสู่ระดับ D ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน หลังจากขายทองคำ 6.98 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดุลการค้าเดือนส.ค.ตลาดคาดจะขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่เดือนก.ค.ขาดดุล7.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐดัชนีPMIภาคบริการเดือนก.ย. ตลาดคาดจะลดลงสู่ระดับ 59.9 จากระดับ 61.7 ในเดือนส.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways up โดยมีปัจจัยหนุนเรื่องปัญหาการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐ ระยะสั้นทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,750 ดอลลาร์และ 1,740 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,775ดอลลาร์และ 1,787 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,768.40+8.91,750/1,7401,775/1,787

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,000+5027,950/27,80028,350/28,500

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,380+24028,160/27,96028,500/28,680

แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรที่ราคาทองคำ Spot1,750 ดอลลาร์ (GF28,160บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,740 ดอลลาร์ (GF27,960บาท) และขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot1,775ดอลลาร์ (GF28,500 บาท)และ 1,787 ดอลลาร์ (GF28,680 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,771.80+17.201,753/1,7431,778/1,790

แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรที่ราคา GOZ211,753ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,743ดอลลาร์และขายทำกำไรที่ราคา GOZ211,778ดอลลาร์ และ 1,790 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าขึ้น เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆหลังจากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นติดต่อกัน 4 สัปดาห์ ซึ่งนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้ในการพิจารณาการปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยUSD Futures เดือนธ.ค.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 33.60 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 33.80บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.27% แตะที่ 93.7795 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $9.2 รับดอลล์อ่อน-แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา (4 ต.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 9.2 ดอลลาร์หรือ 0.52% ปิดที่ 1,767.6 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดพุ่ง 1.74 ดอลล์ขานรับผลประชุมโอเปกพลัส

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปีเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 ต.ค.) ขานรับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตรหรือโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 400,000 บาร์เรล/วันตามคาดในการประชุมเมื่อวานนี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.74 ดอลลาร์หรือ 2.3% ปิดที่ 77.62 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนวันที่ 11 พ.ย. 2557    สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.98 ดอลลาร์หรือ 2.5% ปิดที่ 81.26 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2561

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดร่วง 323.54 จุดบอนด์ยีลด์พุ่งฉุดหุ้นเทคโนฯ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 300 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นนอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่ารัฐบาลสหรัฐอาจเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,002.92 จุดลดลง 323.54 จุดหรือ -0.94% ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,300.46 จุดลดลง 56.58 จุดหรือ -1.30% ดัชนีNasdaqปิดที่ 14,255.48 จุดลดลง 311.21 จุดหรือ -2.14%

เกาหลีเหนือกล่าวหาUN สองมาตรฐานปมทดสอบขีปนาวุธ

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่าเกาหลีเหนือระบุว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ดำเนินการสองมาตรฐานเกี่ยวกับการประเมินกิจกรรมทางทหารระหว่างประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ (UN) ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติเกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือรายงานระบุว่าUNSC ได้หารือกันแบบปิดตามคำร้องขอจากสหรัฐและประเทศอื่นเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือโดยการประชุมดังกล่าวมีขึ้น1วันหลังจากเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานที่พัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งเป็นการทดสอบอาวุธล่าสุดรวมถึงการเปิดตัวขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกรุ่นใหม่ขีปนาวุธนำวิถีและขีปนาวุธร่อนที่มีขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ทางด้านนายโจชอลซูผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายองค์กรระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือได้แสดงความไม่พอใจต่อการประชุมดังกล่าวโดยระบุว่าการประชุมของUNSC หมายถึงการเพิกเฉยและการละเมิดต่ออำนาจอธิปไตยนอกจากนี้ยังถือเป็นการยั่วยุที่ไม่สามารถอดกลั้นได้นายโจกล่าวหาว่าUNSC ดำเนินการอย่างสองมาตรฐานขณะยังคงนิ่งเงียบเกี่ยวกับการซ้อมรบร่วมของสหรัฐและการทดสอบอาวุธกับบรรดาพันธมิตรแต่กลับมีปัญหากับกิจกรรมการป้องกันตัวของเกาหลีเหนือ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนตลาดหุ้นสหรัฐยังไม่พร้อมตั้งรับเงินเฟ้อหวั่นเฟดหั่นQE กระทบตลาด

ศาสตราจารย์เจเรมีซีเกลผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากWharton School ส่งสัญญาณเตือนถึงความสามารถในการรับมือภาวะเงินเฟ้อของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท   “เรากำลังเผชิญกับปัญหาบางอย่างที่รออยู่ข้างหน้าโดยทั่วไปนั้นภาวะเงินเฟ้อมักเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าเฟดคาดการณ์ไว้มาก” ศาสตราจารย์ซีเกลให้สัมภาษณ์ในรายการ “Trading Nation” ของสำนักข่าวซีเอ็นบีซีทั้งนี้ซีเกลมองว่าความเสี่ยงที่รุนแรงที่สุดที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกำลังเผชิญอยู่ก็คือการที่นายเจอโรมพาวเวลประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณถึงแนวโน้มที่เฟดจะเริ่มปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นซีเกลยังกล่าวว่า “เราต่างทราบดีว่าภาวะความผันผวนในตลาดตราสารทุนโดยส่วนใหญ่นั้นเกี่ยวข้องกับสภาพคล่องที่เฟดเป็นผู้กำหนดหากมีการปรับลดวงเงินQE เร็วขึ้นหมายความว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยย่อมเกิดขึ้นเร็วกว่านั้น”    ซีเกลยังได้เตือนถึงความเสี่ยงที่รุนแรงที่เชื่อมโยงกับราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยระบุว่า “เฟดจะเผชิญแรงกดดันที่ต้องเร่งกระบวนการปรับลดวงเงินQE แต่ผมไม่เชื่อว่าตลาดจะพร้อมสำหรับการปรับลดQE”ขณะเดียวกัน

สหรัฐเรียกร้องจีนหยุดส่งเครื่องบินโฉบยั่วยุใกล้น่านฟ้าไต้หวัน สหรัฐเรียกร้องให้จีนหยุดการกระทำที่สร้างแรงกดดันและยั่วยุไต้หวันหลังจำนวนครั้งที่เครื่องบินรบของจีนบินเข้าใกล้ไต้หวันต่อวันเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์พร้อมระบุว่าความคลื่อนไหวทางทหารของจีนกำลังทำลายเสถียรภาพและเสี่ยงที่จะนำไปสู่การคำนวณผิดพลาดนายเน็ดไพรซ์โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า “ความมุ่งมั่นของสหรัฐต่อไต้หวันนั้นแข็งแกร่งและมีส่วนช่วยรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของช่องแคบไต้หวันและภายในภูมิภาค”   กระทรวงกลาโหมของไต้หวันเปิดเผยว่าเครื่องบินที่เข้าใกล้ไต้หวันเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางการทหารของจีนในช่วงที่จีนยังคงฉลองการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างต่อเนื่องโดยเครื่องบินของกองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA) ของจีนทำการบินเข้าใกล้น่านฟ้าไต้หวัน16ครั้งในวันอาทิตย์หลังจากก่อนหน้านั้นเกิดขึ้น39ครั้งในวันเสาร์และ38ครั้งในวันศุกร์นายไพรซ์กล่าวว่า “สหรัฐกังวลอย่างมากกับการยั่วยุทางทหารจากจีนใกล้กับไต้หวันซึ่งเป็นการทำลายเสถียรภาพเสี่ยงต่อการคำนวณผิดพลาดและบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเราขอเรียกร้องให้จีนหยุดใช้แรงกดดันทางทหารการทูตและเศรษฐกิจรวมถึงหยุดข่มขู่ไต้หวัน” 

  

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • น้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรงแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี หลัง Merck ผลิตยาต้านไวรัสโควิดได้ผลชะงัดทุกสายพันธุ์ สร้างความหวังเปิดเศรษฐกิจและการเดินทางทั่วโลก แต่ OPEC+ ยังคงยืนกรานตามแผนเดิมที่จะเพิ่มการผลิตวันละ 4 แสนบาร์เรล ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันได้ในปีหน้า
  • บอสใหญ่ IMFคริสตาลินา จอร์เจียวา กำลังถูกคณะกรรมการบริหารของ IMF สอบสวนเรื่องว่ากดดันให้เจ้าหน้าที่ IMF เปลี่ยนแปลงข้อมูลในรายงานเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่จีนหรือไม่

Technical

  • ราคากำลังยืนพักบนเส้นMA และมีโอกาสจะปรับตัวขึ้นต่อ เพราะRSI ยังไม่เข้าเขต overbought
  • ราคาทรงตัวเหนือเส้นแนวโน้มขาลงและเส้น MA หลักได้โดยไม่ถอยกลับ ในขณะที่เส้น MA รองกำลังยกตัวขึ้นเป็นแนวหนุนให้ราคาปรับตัวขึ้นได้ต่อ แต่ยังต้องระวังbearish divergenceใน RSI
  • ทิศทางวันนี้พักอีกนิด เดี๋ยวจะขึ้นอีก
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ซื้อเมื่ออ่อนตัว

Attention

ทั่วโลกยังคงจับตาเอเวอร์แกรนด์ต่อ ว่ารัฐบาลจีนจะเข้ามาพยุงฐานะหรือจะช่วยจัดการปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่ หลังบริษัทขอขยายเวลาชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ออกไป 1 เดือน และยังมีดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดอื่นที่ทยอยครบกำหนดชำระอีกเรื่อย ๆ

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาอยู่ในช่วงการแกว่งตัวเพื่อสะสมกำลัง โดยเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้านแรกบริเวณ 1,769-1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ราคามีโอกาสขยับลงเพื่อทดสอบแนวรับบริเวณ 1,747-1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,774 1,735 1,721  แนวต้าน : 1,771 1,787 1,808

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.90ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ระหว่างวันแรงขายกำไรและแรงขายทางเทคนิคจะกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ1,747.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเวลาต่อมาโดยได้รับแรงหนุนจากดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง 0.17% แตะที่ 93.802 เนื่องจากนักลงทุนชะลอแรงซื้อดอลลาร์ พร้อมกับขายทำกำไรดอลลาร์อย่างต่อเนื่องหลังจากที่ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นติดต่อกัน 4 สัปดาห์  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐในประเด็นฮ่องกง  หลังจากในช่วง 4 วันที่ผ่านมา จีนได้ส่งเครื่องบินรบจำนวนเกือบ 150 ลำบินเข้ามาในเขตน่านฟ้าของไต้หวัน ขณะที่จีนได้กล่าวโทษสหรัฐว่าเป็นตัวการที่เพิ่มความตึงเครียดในไต้หวัน พร้อมระบุว่าสหรัฐยั่วยุและทำลายสันติภาพในภูมิภาค โดยมีการขายอาวุธให้ไต้หวันและแล่นเรือรบผ่านช่องแคบไต้หวันเป็นประจำ และจะใช้มาตรการตอบโต้ที่จำเป็น  ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงแรงในวันจันทร์  นำโดยแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ Growth Stocksจากความวิตกเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นและความกังวลที่ว่า รัฐบาลสหรัฐอาจเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้หากสภาคองเกรสไม่สามารถเพิ่ม หรือ ระงับเพดานหนี้ได้ทันเวลาสถานการณ์ดังกล่าวช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,770.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการบริการจากมาร์กิตและ ISM และถ้อยแถลงของนายแรนดัล ควอร์เลส หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำพยายามสร้างฐานและพยายามทรงตัวจนเกิดการดีดตัวขึ้นช่วงสั้น  ทั้งนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,754-1,747ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,769-1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำแบ่งทองคำออกขายทำกำไรระยะสั้น หากไม่สามารถผ่านบริเวณ 1,769-1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรเมื่อราคาอ่อนลงหรือไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,747-1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวต้านแรกได้สถานะขายควรตัดขาดทุน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.27% แตะที่ 93.7795 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.89 เยน จากระดับ 111.04 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9245 ฟรังก์ จากระดับ 0.9300 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2581 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2635 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1623 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1597 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3614 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3553 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7289 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7266 ดอลลาร์
  • 323.54 จุด บอนด์ยีลด์พุ่งฉุดหุ้นเทคโนฯดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (4 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า รัฐบาลสหรัฐอาจเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,002.92 จุด ลดลง 323.54 จุด หรือ -0.94% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,300.46 จุด ลดลง 56.58 จุด หรือ -1.30% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,255.48 จุด ลดลง 311.21 จุด หรือ -2.14%
  • 52 ลำเข้าน่านฟ้าตนทางการไต้หวันรายงานว่า จีนได้ส่งเครื่องบินรบจำนวน 52 ลำเข้ามาในเขตน่านฟ้าของตนในวันจันทร์ ขณะที่ รัฐบาลกรุงไทเปเร่งจัดกองทัพอากาศของตน เพื่อเป็นสัญญาณเตือนกรุงปักกิ่งไม่ให้รุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตอย่างต่อเนื่อง  ในช่วงกว่าปีที่ผ่านมา ไต้หวันแสดงจุดยืนคัดค้านการที่จีนแผ่นดินใหญ่ส่งเครื่องบินรบเข้ามาบินในน่านฟ้าของตนมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งจีนฉลองวันชาติและตัดสินใจเพิ่มจำนวนเครื่องบินออกตระเวนพื้นที่ต่างๆ อันรวมถึงบริเวณทางตะวันตกเฉียงใต้ของน่านฟ้าเกาะไต้หวัน ใกล้ๆ กับหมู่เกาะปราตัสที่เป็นเขตปกครองของไต้หวัน  ไต้หวันระบุว่า เครื่องบินรบจีนที่ปรากฏตัวในน่านฟ้าของไต้หวันในวันจันทร์ประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่ไอพ่น J-16 จำนวน 34 ลำ และเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น H-6 ที่มีความสามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์อีก 12 ลำ  ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการที่จีนส่งเครื่องบินรบของตนเข้าไปบินในน่านฟ้าของไต้หวัน และระบุในวันจันทร์ว่า การเคลื่อนไหวทางการทหารนั้น “มีแต่จะสั่นคลอนเสถียรภาพและทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาดสูงยิ่งขึ้นไปอีก”
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐดีดตัวขึ้น 1.2% ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.0% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนก.ค.  เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานทะยานขึ้น 18.0% ในเดือนส.ค.  ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าทุนพื้นฐาน ที่ไม่รวมหมวดอาวุธและเครื่องบิน เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนส.ค. โดยยอดสั่งซื้อดังกล่าวถือเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่น และแผนการใช้จ่ายในภาคธุรกิจ
  • นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้ในการพิจารณาการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 450,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 235,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค.
  • WTI พุ่งกว่า 2% ใกล้แตะ $78 ขานรับผลประชุมโอเปกพลัสสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% ใกล้แตะระดับ 78 ดอลลาร์ในวันนี้ ขานรับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 400,000 บาร์เรล/วันตามคาดในการประชุมวันนี้  ณ เวลา 23.10 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX พุ่งขึ้น 2.03 ดอลลาร์ หรือ 2.68% สู่ระดับ 77.91 ดอลลาร์/บาร์เรล  ทั้งนี้ โอเปกพลัสออกแถลงการณ์หลังการประชุมกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมันในวันนี้ โดยระบุว่า ที่ประชุมมีมติยึดมั่นตามข้อตกลงเดิมในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพียง 400,000 บาร์เรล/วันในแต่ละเดือน  แถลงการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าโอเปกพลัสจะยังคงเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 400,000 บาร์เรล/วันในเดือนพ.ย. แม้ว่าหลายประเทศ เช่น สหรัฐและอินเดีย ต่างกดดันให้โอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่า 400,000 บาร์เรล/วันเพื่อชะลอการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในขณะนี้

     

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวานนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในเรื่อง “ความท้าทาย” ของสหรัฐฯและจีน ในเรื่องการค้า และประเด็น “ไต้หวัน” หลังจากที่จีนมีการส่งกองทัพอากาศรุกล้ำน่านน้ำกว่า 52 ลำ ทางด้านน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 81 เหรียญ/บาร์เรล โดยการที่ราคาน้ำมันยังคงเพิ่มสูงขึ้นดูจะสร้างแรงกดดันและเพิ่มเงินเฟ้อที่อาจเป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจ จึงส่งผลให้เกิดสภาวะ Risk-Off โดยทองคำจาก 1,750 เหรียญ ก็มีแรงซื้อเข้ามาหนุนทดสอบ 1,770 เหรียญ ก่อนจะอ่อนตัวลงมาเล็กน้อย ทางด้านดอลลาร์อ่อนค่า ก่อนจะกลับมาแข็งค่าเล็กน้อยช่วงปลายตลาดจากภาวะตึงเครียดดังกล่าว จะเห็นได้จากที่เปิดมาแถว 94.07 จุดวานนี้ และมีการหลุดระดับ 94 จุด ปิดแถว 93.96 จุด ทางด้านเงินบาทมีแนวโน้มจะอ่อนค่าต่อเนื่องจาก 33.66 บาท/ดอลลาร์ มาเปิดที่ 33.75 บาท/ดอลลาร์ และทดสอบ 33.86 บาท/ดอลลาร์อีกครั้ง โดยอ่อนค่าตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้ภาพรวมไม่คิดว่าจะเห็นเงินบาทแข็งค่าในระยะนี้ สำหรับเมื่อวานนี้ SPDR ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม ยังถือครองที่ 986.54 ตัน โดยที่ต่ำสุดช่วง 5 ปีจะอยู่บริเวณ 630 ตัน ขณะที่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะมีต่ำสุดแถวระดับ 730 ตันโดยประมาณ

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำปรับตัวสูงขึ้นไปทดสอบแนวต้านระยะกลางบริเวณ 1,770 เหรียญ ก่อนจะปรับตัวลงมาเล็กน้อยในเช้านี้ ทำให้ภาพรวมคาดว่าราคาทองคำจะแกว่งตัวในทิศทาง Sideways ในกรอบแนวรับ 1,745 เหรียญ และมีแนวต้าน 1,770 เหรียญ ขณะที่ Gold Online Futures และ Comex Gold จะมีแนวรับ 1,748 เหรียญ และแนวต้าน 1,773 เหรียญ โดยที่ราคาทองคำไทยคาดว่าจะได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากเงินบาทที่อ่อนค่า จึงคาดว่าราคาทองคำไทยเช้านี้จะเปิด +250 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำ Sideway Up ตามการแกว่งตัว เป็นลักษณะลงซื้อขึ้นขายในกรอบ มี Stop Loss หากต่ำกว่า 1,740 เหรียญลงมา

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

รอเข้าซื้อตามการอ่อนตัว และปิดทำกำไรตามแนวต้าน เล่นสั้นๆในกรอบ มี Stop Loss เสมอหากต่ำกว่าแนวรับ

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะนำลดสถานะ บริหารพอร์ตให้สมดุลกับการแกว่ง ระยะสั้นๆราคามีการปรับขึ้นจากความเสี่ยงต่างๆ

Gold Futures 10V21 จะมีแนวรับที่ระดับ 28,200 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,550  บาท

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

ตลาดหุ้นยังอยู่ในช่วงปรับฐาน ซึ่งปัจจัยหลักยังมาจากความกังวลเรื่อง Bond yield
ที่ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ประกอบกับความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่อาจจะยาวนานกว่าที่คิด เป็นงูกินหางระหว่างกัน ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่กำลังเกิดขึ้นนั้นมองว่าเกิดจากทางฝั่ง Supply มากกว่า Demand ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอยู่แล้วเจอปัญหากับราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอีก สำหรับทิศทางทองคำมองกลับมาทดสอบ $1750อีกครั้งหนึ่งหากไม่หลุดในรอบนี้มองว่า ราคามีโอกาสฟื้นตัวกลับในระยะกลาง

ที่มา : gold.im.th ( 5 ต.ค. 64 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: