ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 7 ต.ค.64 by InterGold, GCAP, TDC, YLG, MTS, GT

281

- Advertisement -

โดย : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด

กลยุทธ์ : รอสัญญาณ Break
เข้าซื้อ : 1765 หรือ 28200
ขายที่ : 1790 หรือ 28450

สัญญาณสถานะการณ์ ณ ตอนนี้ไม่สู้ดีในตลาดทุนสักเท่าไหร่ จากปัจจัยแรกคือการดึงเงินกลับที่ตลาดกังวล ปัจจัยที่สองคือ บริษัทที่ล้มละลายปรับตัวสูงขึ้นอาจมากถึง 15% ของทั่วโลก ปัจจัยสาม เยเลนขอขยายเพดานหนี้จะนำไปสู่การอ่อนค่าของดอลลาห์ต่อ ปัจจัยที่สี่ สหรัฐฯจะไม่เจรจาการค้าเฟส2ต่อเนื่องจากจีนผิดข้อตกลงเฟสแรก ดังนั้นทุกปัจจัยสนับสนุนทองบวกในภาพข้างหน้าแนะนำเล่นซื้อเมื่อเบรกเพื่อลดช่องวางในการขาดทุน ดังนั้นเข้าซื้อเมื่อเบรก 1765 และขายแถวๆ 1800 โดยคัทเมื่อหลุด 1745

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

- Advertisement -

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ต.ค.) ขานรับตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐที่ขยายตัวเกินคาดในเดือนก.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์

มุมมองทองคำภาคเช้า  ทองคำได้รับแรงหนุนหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงสู่ระดับ 1.515% เมื่อคืนนี้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย  อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สกัดแรงบวกของราคาทองคำ เนื่องจากทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น

นอกจากนี้นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้ในการพิจารณาการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  

นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงการทำงาน  ใบอนุญาติก่อสร้างที่อยู่อาศัย  การจ้างงานนอกภาคการเกษตร  อัตราการว่างงาน   เป็นต้น             

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ต.ค.) ขานรับตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐที่ขยายตัวเกินคาดในเดือนก.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

ราคาทองคำยังยืนเหนือแนวรับ $1750 ได้โดยระหว่างวันราคาปรับตัวลดลงหลุดลงไปแต่เป็นเพียงเล็กน้อยจากนั้นราคาก็ดีดกลับขึ้นมายังคงประเมินแนวต้านบริเวณ $1770-1775 เป็นแนวต้านกรอบบน สำหรับตลาดหุ้นยังผันผวนขึ้นๆลงๆตามปัจจัยที่เข้ามากระทบทั้งเรื่อง เงินเฟ้อที่อาจจะสูงขึ้นในระยะกลาง ท่าที Tightening ของ FED และ ความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะถึง ไปจนถึงการขยายเพดานหนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตลาดกำลังประเมินทิศทางในอนาคต

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นทำกำไรจากการแกว่งตัว โดยหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,769-1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ เข้าซื้อคืนหากราคาอ่อนตัวลงไม่แนวรับบริเวณ 1,747-1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,747 1,735 1,721  แนวต้าน : 1,771 1,787 1,808

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  2.70ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ในระหว่างการซื้อขายในตลาดเอเชียและช่วงต้นของตลาดยุโรป ราคาทองคำจะได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนบริเวณ 1.5728%ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อหลังจากราคาพลังงานทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งนั่นกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย  ขณะที่ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อ  นอกจากนี้สกุลเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการอ่อนค่าของยูโร  หลังจากการเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานประจำเดือนส.ค.ของเยอรมนีที่ปรับตัวลดลงเกินคาดอีกด้วย  ปัจจัยที่กล่าวมากดดันราคาทองคำให้ร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,745.91ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในเวลาต่อมาแม้ว่า ADPจะเปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดก็ตาม  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ Buy the dip  ประกอบกับดัชนีดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดช่วงบวกที่ทำมาในระหว่างวัน  นั่นส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดสู่ระดับสูงสุดที่  1,765.10  ดอลลาร์ต่อออนซ์ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ และถ้อยแถลงของนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,769-1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้งแต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน และหากราคาทองคำปรับตัวขึ้นจำกัดประเมินแนวรับระยะสั้นในโซน 1,747-1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นทำกำไรระยะสั้นโดยเปิดสถานะขาย โดยใช้บริเวณ 1,769-1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (หากผ่าน 1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สถานะขายให้ตัดขาดทุน) ขณะที่หากราคาอ่อนตัวลงแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะขายทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,747-1,735ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนไม่อยู่สามารถถือสถานะขายต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ‘ไต้หวัน’ ขอความช่วยเหลือ ‘ออสเตรเลีย’ สนับสนุนการทหารต้านจีนไต้หวันขอความช่วยเหลือไปทางออสเตรเลียเพื่อช่วยสนับสนุนความร่วมมือทางการทหาร หลังจากเกิดเหตุการณ์เครื่องบินรบไอพ่นของกองทัพจีนรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันตนเองทางอากาศของไต้หวันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา  ปัจจุบัน ออสเตรเลียคือหนึ่งในหลายประเทศที่ยังไม่ได้ยอมรับการประกาศตัวเป็นอิสระของไต้หวันอย่างเป็นทางการ แต่ทั้งออสเตรเลียกับไต้หวันต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมรัฐมนตรีต่างประเทศของไต้หวัน โจเซฟ หวู กล่าวในสัปดาห์นี้ กระตุ้นให้ออสเตรเลียเพิ่มความร่วมมือด้านการแบ่งปันข่าวกรองและความมั่นคง ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีนแผ่นดินใหญ่ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆโฆษกกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลีย แถลงเมื่อวันจันทร์ว่า การจัดการความขัดแย้งแตกต่างในประเด็นต่าง ๆ รวมทั้งกรณีของไต้หวัน ควรเป็นไปอย่างสันติผ่านการเจรจา โดยไม่มีการข่มขู่หรือใช้กำลังทหาร
  • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสินเชื่อจำนองลดลงสัปดาห์ที่แล้ว เหตุดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นสมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองลดลง 7% ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองที่ปรับตัวขึ้น จำนวนผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการรีไฟแนนซ์ลดลง 10% ในสัปดาห์ที่แล้ว และดิ่งลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
  • (+) แบงก์ชาตินิวซีแลนด์ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% วันนี้ ครั้งแรกรอบ 7ปีธนาคารกลางนิวซีแลนด์ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย0.25% สู่ระดับ 0.50% ในวันนี้ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี นอกจากนี้ ธนาคารกลางนิวซีแลนด์เป็นธนาคารกลางแห่งที่ 2 ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตามหลังธนาคารกลางนอร์เวย์ที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 0.25% ในเดือนก.ย. ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ยังได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไปเพื่อลดแรงกดดันจากเงินเฟ้อ และสกัดความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์
  • (-) ดอลล์แข็งค่า ขานรับตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ต.ค.) ขานรับตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐที่ขยายตัวเกินคาดในเดือนก.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.31% แตะที่ 94.2641 เมื่อคืนนี้  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1550 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1597 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3581 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3628 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7269 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7291 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.43 เยน จากระดับ 111.49 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9278 ฟรังก์ จากระดับ 0.9279 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2589 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2577 ดอลลาร์แคนาดา
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 102.32 จุด รับความหวังคองเกรสเพิ่มเพดานหนี้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (6 ต.ค.) ขานรับความหวังที่ว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในสภาคองเกรสสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงการขยายเพดานหนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในเดือนก.ย.  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,416.99 จุด เพิ่มขึ้น 102.32 จุด หรือ + 0.30% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,363.55 จุด เพิ่มขึ้น 17.83 จุด หรือ +0.41% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,501.91 จุด เพิ่มขึ้น 68.08 จุด หรือ + 0.47%
  • (-) บิตคอยน์พุ่งทะลุ $55,000 เหนือระดับ 1,800,000 บาท รับข่าว “โซรอส” เข้าลงทุนบิตคอยน์พุ่งทะลุระดับ55,000 ดอลลาร์ในวันนี้ และอยู่เหนือระดับ 1,800,000 บาท ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ขานรับรายงานที่ว่า กองทุนของนายจอร์จ โซรอส เจ้าของฉายาพ่อมดการเงิน ได้เข้าลงทุนในบิตคอยน์
  • (-) ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐสูงกว่าคาดในเดือนก.ย.ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 568,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 425,000 ตำแหน่ง จากระดับ 340,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค.

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำเคลื่อนไหวกรอบแคบ แม้จะมีตัวเลข ADP Non-Farm Payrolls ออกมาดีขึ้นค่อนข้างมากและดีกว่าคาด แต่โดยภาพรวมราคาทองคำเคลื่อนตัวในกรอบ 1,760 – 1,765 เหรียญ ภาพรวมตัวเลขทางเศรษฐกิจดูจะออกมาดีขึ้น ขณะที่คืนนี้จะต้องติดตาม Unemployment Claims สหรัฐฯที่คาดจะออกมาดีขึ้นเช่นกัน ในส่วนของดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้น และเงินบาทเมื่อวานนี้อ่อนค่าทดสอบ 33.98 บาท/ดอลลาร์ ก่อนจะทดสอบ 33.60 บาท/ดอลลาร์ และเงินบาทอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มจะดีดกลับขึ้นมาได้ในปีหน้า โดยคาดหวังว่าจะเห็นการท่องเที่ยวในปีนี้เริ่มดีขึ้นมาบ้าง สำหรับเรื่องหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เริ่มมีสัญญาณว่าจะตกลงกันได้บ้างและน่าจะผ่านสภา ท่ามกลางกำหนดเส้นตาย 18 ต.ค. นี้ แต่โดยภาพรวมเรื่องนี้ในทุกครั้งมักจะผ่านไปได้ตามเสียงข้างมากในสภา ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อดูจะเป็นภัยคุกคามอย่างมาก หลังจากที่ราคาน้ำมันเริ่มกลับมาแถว 80 เหรียญ จึงส่งผลให้ราคาน้ำมันเป็นตัวกดดันเงินเฟ้อที่กำลังปรับตัวสูงขึ้นต่อนเอง สำหรับ SPDR ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม ปัจจุบันถือครองเท่าเดิม

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในทางเทคนิคราคาทองคำยังเคลื่อนไหว Sideways ในกรอบด้านบนหลังจากที่ปรับลงมา และคาดว่าจะเห็นการปรับตัวลดลงใกล้เคียงเดิม โดยมีแนวรับ 1,750 เหรียญ และแนวต้าน 1,770 เหรียญ สำหรับ Gold Online Futures และ Comex Gold จะมีแนวรับ 1,752 เหรียญ และแนวต้าน 1,772 เหรียญ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำไทยวันนี้คาดว่าจะเปิดขยับขึ้นมาราว 50 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำเล่นสั้น Sideways ในกรอบ เป็นลักษณะเล่นตามการแกว่ง และควรบริหารพอร์ตการลงทุนให้สมดุล

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

แนะนำให้ลงซื้อขึ้นขาย เน้นทำกำไรระยะสั้น ควรบริหารพอร์ตก่อนจ้างงานสหรัฐฯคืนพรุ่งนี้

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

เล่นสั้นๆในกรอบ ควรเน้นบริหารพอร์ตก่อนทราบข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯพรุ่งนี้

Gold Futures 10V21 จะมีแนวรับที่ระดับ 28,250 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,500  บาท

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • สภาคองเกรสมีความผ่อนคลายมากขึ้นหลังตัวแทนพรรครีพับลิกันแสดงท่าทีที่ผ่อนปรนและเผยว่าพร้อมจะโหวตขยายเพดานหนี้ให้รัฐบาลโดยไม่ตั้งแง่ต่อรองเหมือนคราวก่อน ๆ
  • จอร์จ โซรอส ย้ายเงินออกจากหุ้นจีนมาเข้าบิตคอยน์ พร้อมข่าวบวกทั้งจาก กลต.สหรัฐฯ และประธาน Fed ที่บอกว่าไม่มีแผนกีดกันสกุลเงินคริปโตอย่างที่จีนทำ
  • เอเวอร์แกรนด์ได้ตัวช่วยหลังกลุ่มทุนอสังหาฯยักษ์อีกรายของจีนขอเข้าซื้อกิจการ

Technical

  • รูปซ้ายราคาแกว่งคาบเส้นแนวโน้มขาลง แต่อยู่ต่ำกว่าเส้น MA แสดงว่ายังไม่พร้อมจะปรับตัวขึ้นต่อ
  • รูปขวาราคาอ่อนตัวลงไปทำจุดต่ำใหม่ ขยายกรอบการพักตัวระยะสั้นเป็น1,745-1,770 ในขณะที่ยังไม่มีสัญญาณว่าราคากำลังจะเลือกทางจาก RSI
  • ทิศทางวันนี้sideway 1,745-1,770
  • จับจังหวะเล่นยังไง?เล่นสั้นในกรอบ 1,745-1,770เล่นรอบรอซื้ออ่อนตัวและ stop loss เมื่อหลุด 1,745

Attention

ทั่วโลกยังคงจับตาเอเวอร์แกรนด์ต่อ ว่ารัฐบาลจีนจะเข้ามาพยุงฐานะหรือจะช่วยจัดการปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่ หลังบริษัทขอขยายเวลาชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ออกไป 1 เดือน และยังมีดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดอื่นที่ทยอยครบกำหนดชำระอีกเรื่อย ๆ

 ที่มา : gold.in.th ( 7 ต.ค. 64 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: