ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ต.ค.64 by HGF, GT, SCT, MTS, YLG, GCAP

153

- Advertisement -

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

การจ้างงานของสหรัฐเดือนก..เพิ่มขึ้นเพียง 194,000 ตำแหน่ง

สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC

ทองคำคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,745-1,770 ดอลลาร์

  • ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาความขัดแย้งของสภาคองเกรสในการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐช่วยหนุนราคาทองคำแต่ในช่วงกลางสัปดาห์มีแรงเทขายทองคำออกมาเนื่องจากสถานการณ์คลี่คลายลง ซึ่งในวันพฤหัสที่ผ่านมาวุฒิสภาสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ชั่วคราวจนถึงวันที่ 3 ธ.ค. โดยจะเพิ่มเพดานหนี้อีก 4.80 แสนล้านดอลลาร์ และร่างกฎหมายดังกล่าวจะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป ส่วนการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นเพียง194,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 490,000 ตำแหน่ง ช่วยหนุนราคาทองคำขึ้นไปแตะ 1,781 ดอลลาร์ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.ทางด้านกองทุน SPDRขายทองคำ1.49 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMCและอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐทั้งดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย. และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอื่นๆ ได้แก่ จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเดือนส.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ยอดค้าปลีกเดือนก.ย.ดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค. ซึ่งการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC จะทำให้ทราบมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดต่อแนวโน้มนโยบายการเงินในรายละเอียดที่มากขึ้น
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,745-1,770 ดอลลาร์ระยะสั้นทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,745 ดอลลาร์และ 1,737 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,770 ดอลลาร์และ 1,780 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

- Advertisement -

Closechg.SupportResistance
1,756.63+0.731,745/1,7371,770/1,780

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,20028,000/27,85028,350/28,500

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,370+7028,140/28,00028,500/28,650

แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรที่ราคาทองคำ Spot1,745ดอลลาร์ (GF28,140บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,737 ดอลลาร์ (GF28,000บาท) และขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot1,770 ดอลลาร์(GF28,500 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,759.30-2.501,748/1,7401,773/1,783

แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรที่ราคา GOZ211,748ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,740ดอลลาร์และขายทำกำไรที่ราคา GOZ211,773ดอลลาร์

ค่าเงิน

เงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าลง 28 ส.ต. ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ33.70-34บาท/ดอลลาร์ ทั้งนี้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในวันศุกร์ที่ผ่านมาเนื่องจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดโดยUSD Futures เดือนธ.ค.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 33.70 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 33.95และ 34 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนค่าหลังสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (8 ต.ค.) หลังจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.16% แตะที่ 94.0680 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ 1.8 ดอลล์บอนด์ยีลด์สหรัฐเพิ่มกดดันราคา

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (8 ต.ค.) โดยถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่เพิ่มขึ้นทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.8 ดอลลาร์หรือ 0.1% ปิดที่ 1,757.4 ดอลลาร์/ออนซ์และปิดลดลง 1 ดอลลาร์ในรอบสัปดาห์นี้สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.7 เซนต์หรือ 0.21% ปิดที่ 22.705 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดบวก 1.05 ดอลล์ภาวะตึงตัวทั่วโลกหนุนราคา

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (8 ต.ค.) ท่ามกลางภาวะตึงตัวของปริมาณพลังงานทั่วโลกซึ่งหนุนราคาน้ำมันดิบสหรัฐขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปีขณะที่บรรดาผู้ใช้พลังงานรายใหญ่เผชิญความยากลำบากในการรับมือกับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.05 ดอลลาร์หรือ 1.3% ปิดที่ 79.35 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2557 และพุ่งขึ้น 4.6% ในรอบสัปดาห์นี้สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 44 เซนต์หรือ 0.5% ปิดที่ 82.39 ดอลลาร์/บาร์เรลและเพิ่มขึ้น 3.9% ในรอบสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดลบ 8.69 จุดผิดหวังตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (8 ต.ค.) โดยถูกกดดันหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนก.ย. แต่นักลงทุนก็ยังคงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับลดการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ภายในปีนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,746.25 จุดลดลง 8.69 จุดหรือ -0.03%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,391.34 จุดลดลง 8.42 จุดหรือ -0.19% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 14,579.54 จุดลดลง 74.48 จุดหรือ -0.51%

WHO ตั้งเป้าฉีดวัคซีนโควิดแก่ประชากรทุกประเทศให้ได้40%ก่อนสิ้นปีนี้

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเป้าหมายการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19แก่ประชากรทุกประเทศให้ได้40%ภายในสิ้นปี2564และ70%ภายในกลางปี2565โดยจะส่งมอบวัคซีนไปยังประเทศที่มีรายได้น้อยก่อนโดยเฉพาะในแอฟริกานายแพทย์ทีโดรสอัดฮานอมกีบรีเยซุสผู้อำนวยการใหญ่ของWHO กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “วันนี้WHO จะเปิดตัวยุทธศาสตร์เพื่อบรรลุเป้าหมายการวัคซีนป้องกันโควิด-19ทั่วโลกภายในกลางปี2565โดยยุทธศาสตร์นี้กำหนดเส้นทางที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการฉีดวัคซีนแก่ประชากรทุกประเทศให้ได้40%ภายในสิ้นปีนี้และ70%ภายในกลางปีหน้า”  นายแพทย์ทีโดรสเปิดเผยว่าการจะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ต้องมีวัคซีนอย่างน้อย1.1หมื่นล้านโดสซึ่งเป็นปัญหาในการจัดสรรไม่ใช่ปัญหาด้านซัพพลาย   “ด้วยการผลิตวัคซีนทั่วโลกในขณะนี้ที่ระดับเกือบ1.5พันล้านโดสต่อเดือนจึงมีซัพพลายเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายของเราหากมีการแจกจ่ายอย่างเท่าเทียมกัน” นายแพทย์ทีโดรสกล่าวทั้งนี้ข้อมูลของWHO ระบุว่าปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า6.4พันล้านโดสทั่วโลกและประชากรโลกเกือบ1ใน3ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ครบโดสแล้วอย่างไรก็ดีประเทศที่มีรายได้ต่ำได้รับวัคซีนน้อยกว่า0.5%ของจำนวนวัคซีนทั้งโลกส่วนคนในแอฟริกามีน้อยกว่า5%ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้แล้วเลี่ยงผิดนัดชำระหนี้เดือนนี้

วุฒิสภาสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง50ต่อ48ผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐเป็นการชั่วคราวซึ่งจะช่วยให้สหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ในเดือนนี้ทั้งนี้วุฒิสภาสหรัฐมีมติเพิ่มเพดานหนี้อีก4.80แสนล้านดอลลาร์สู่ระดับ28.9ล้านล้านดอลลาร์จนถึงวันที่3ธ.ค. จากปัจจุบันที่ระดับ28.4ล้านล้านดอลลาร์ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ถูกส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเพื่อพิจารณาเป็นลำดับต่อไปขณะที่มีการคาดการณ์ว่าสภาผู้แทนราษฎรจะให้การอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าวและส่งให้ประธานาธิบดีโจไบเดนลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนกำหนดเส้นตายวันที่18ต.ค.นี้ความคืบหน้าดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะช่วยคลายความกังวลให้ตลาดการเงินหลังจากที่นักวิเคราะห์รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเตือนก่อนหน้านี้ว่าหากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้ภายในวันที่18ต.ค. ก็จะส่งผลให้สหรัฐเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์และจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ

สหรัฐรอไฟเขียวฉีดวัคซีนโควิดให้เด็ก5-11ปีก่อนวันขอบคุณพระเจ้า

เจฟฟรีย์เซียนต์สผู้ประสานงานการรับมือโรคโควิด-19ของทำเนียบขาวเปิดเผยว่าสหรัฐอาจพร้อมฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ของบริษัทไฟเซอร์ให้กับเด็กอายุ5-11ปีในช่วงต้นเดือนพ.ย. ขณะกำลังรอการอนุมัติจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัฐบาลกลางนายเซียนต์สกล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐได้กำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาในปลายเดือนต.ค.นี้เพื่อหารือว่าจะอนุญาตให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์กับเด็กอายุ5-11ปีในกรณีฉุกเฉินหรือไม่และตามด้วยคำแนะนำจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐนายเซียนต์สระบุว่าเมื่อกระบวนการอนุมัติเสร็จสมบูรณ์ “เราก็พร้อมเรามีวัคซีนเรากำลังทำงานร่วมกับรัฐต่างๆเพื่อจัดตั้งสถานที่ที่สะดวกสำหรับผู้ปกครองและเด็กในการเข้ารับการฉีดวัคซีนรวมถึงสำนักงานกุมารแพทย์และพื้นที่ชุมชนทั้งนี้เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้สำหรับการฉีดวัคซีนก่อนวันขอบคุณพระเจ้าในช่วงปลายเดือนพ.ย. นายเซียนต์สกล่าวว่า “ขึ้นอยู่กับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของFDA และCDC แต่แน่นอนอาจเป็นไปได้”

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • เยลเลนให้สัมภาษณ์มั่นใจสภาจะผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้ได้ทันเวลาอย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯดำเนินงานได้โดยไม่ผิดนัดชำระหนี้จนถึงวันที่ 3 ธ.ค.
  • Goldman Sachs ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ GDP ของสหรัฐฯทั้งในปีนี้และปีหน้าลงจาก+5.7% และ+4.4%เป็น+5.6% และ+4.0% เนื่องจากโควิดส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้

Technical

  • ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯต่ำเกินคาดไปมากดันทองพุ่งสูงแล้วตกกลับลงมาที่เดิมด้วยข่าวตัวเลขอัตราการว่างงานที่ลดต่ำผิดคาดเช่นกัน จึงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะต้องรอความเห็น Fed ว่ามองเรื่องนี้อย่างไร ระยะสั้นจึงกลับมาอยู่ในจุดที่ไม่สามารถเลือกทางได้เหมือนเดิม
  • กรอบสวิงมีแนวโน้มแคบลง
  • ทิศทางวันนี้ทรงตัวนิ่ง แกว่งแคบ
  • จับจังหวะเล่นยังไง?trading ในกรอบ 1,745-1,770เล่นรอบรอซื้ออ่อนตัวและ stop loss เมื่อหลุด 1,745

Attention

  • วันนี้คณะกรรมการบริหาร IMF ประชุมตัดสินว่าจะลงโทษนายใหญ่ IMFคริสตาลินา จอร์เจียว่า อย่างไรสำหรับกรณีที่เคยบีบบังคับให้เจ้าหน้าที่ IMF ปรับตัวเลขในรายงานเศรษฐกิจเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่จีน
  • ทั่วโลกยังคงจับตาเอเวอร์แกรนด์ต่อ ว่ารัฐบาลจีนจะเข้ามาพยุงฐานะหรือจะช่วยจัดการปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่ หลังบริษัทขอขยายเวลาชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ออกไป 1 เดือน และยังมีดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดอื่นที่ทยอยครบกำหนดชำระอีกเรื่อย ๆ

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : ตัวเลขจ้างงานแย่ แต่ทองกลับขึ้นแล้วลง แบบนี้ต้องระวัง
 
แนวรับ 1748/ 1740 / 1730  แนวต้าน 1770|1780|1790
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น     SW                       SW                        SW                    SW 
ระยะกลาง  SW/SW UP           SW                       SW                SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral            NEUTRAL         BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS  1745-70
จุดเข้า BUY 1740-50
เป้าหมาย 1775-1800
SL 1719รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1720-1835
จุดเข้า BUY 1730-40 เป้าหมาย 1830/ 1850
SL 1719   

บทวิเคราะห์ : ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯคืนวันศุกร์พลิกล็อคออกมาแย่ แต่ทองพุ่งแล้วย่อลงมาที่เดิมแบบนี้ไม่สวย ต้องรอดูความชัดเจนอีกที หากราคาปิดต่ำกว่าโซนแนวรับ $1745-50 จะต้องระวังเป็นขาลงอีกรอบ สาเหตุที่ทองลงมาเพราะนักลงทุนมองว่ายังไงเฟดก็จะลด QE แน่นอน ต่อให้ตัวเลขจ้างงานแย่แค่ไหนก็ตาม กระแสเงินจึงยังกลับมา USD ที่ BOND YIELD เพิ่มสูงขึ้น คืนนี้ตลาดสหรัฐฯหยุดวันโคลัมบัส ตลาดอาจแกว่งออกข้าง / ทางเทคนิคภาพรวมทองระยะสั้นยังผันผวน ออกได้สองด้าน ตราบใดยังยืน $1745 ได้ยังมีลุ้นสะสมพลังขึ้นต่อ นอกเหนือจากนี้ทองเสี่ยงจะลง หรือแกว่งผันผวนรอตัวเลขเงินเฟ้อและยอดขายปลีกในคืนวันพุธและพฤหัส
กลยุทธ์ : การเทรดต้องระวังทั้งทองและบาทไทยยังไม่น่าไว้ใจ ชอบสะบัดไปมา จึงแนะเทรดสั้นไวๆไปก่อน หรือจะรอย่อแรงค่อยทยอยซื้อสะสมลงทุนระยะกลาง ที่ใกล้เทศกาลทองและวิกฤติเงินเฟ้อตามราคาน้ำมัน 

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : ตัวเลขจ้างงานแย่ แต่ทองกลับขึ้นแล้วลง แบบนี้ต้องระวัง
 
แนวรับ 1748/ 1740 / 1730  แนวต้าน 1770|1780|1790
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น     SW                       SW                        SW                    SW 
ระยะกลาง  SW/SW UP           SW                       SW                SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral            NEUTRAL         BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS  1745-70
จุดเข้า BUY 1740-50
เป้าหมาย 1775-1800
SL 1719รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1720-1835
จุดเข้า BUY 1730-40 เป้าหมาย 1830/ 1850
SL 1719   

บทวิเคราะห์ : ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯคืนวันศุกร์พลิกล็อคออกมาแย่ แต่ทองพุ่งแล้วย่อลงมาที่เดิมแบบนี้ไม่สวย ต้องรอดูความชัดเจนอีกที หากราคาปิดต่ำกว่าโซนแนวรับ $1745-50 จะต้องระวังเป็นขาลงอีกรอบ สาเหตุที่ทองลงมาเพราะนักลงทุนมองว่ายังไงเฟดก็จะลด QE แน่นอน ต่อให้ตัวเลขจ้างงานแย่แค่ไหนก็ตาม กระแสเงินจึงยังกลับมา USD ที่ BOND YIELD เพิ่มสูงขึ้น คืนนี้ตลาดสหรัฐฯหยุดวันโคลัมบัส ตลาดอาจแกว่งออกข้าง / ทางเทคนิคภาพรวมทองระยะสั้นยังผันผวน ออกได้สองด้าน ตราบใดยังยืน $1745 ได้ยังมีลุ้นสะสมพลังขึ้นต่อ นอกเหนือจากนี้ทองเสี่ยงจะลง หรือแกว่งผันผวนรอตัวเลขเงินเฟ้อและยอดขายปลีกในคืนวันพุธและพฤหัส
กลยุทธ์ : การเทรดต้องระวังทั้งทองและบาทไทยยังไม่น่าไว้ใจ ชอบสะบัดไปมา จึงแนะเทรดสั้นไวๆไปก่อน หรือจะรอย่อแรงค่อยทยอยซื้อสะสมลงทุนระยะกลาง ที่ใกล้เทศกาลทองและวิกฤติเงินเฟ้อตามราคาน้ำมัน 

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำแกว่งตัวค่อนข้างมากในช่วงการประกาศตัวเลข Non-Farm Payrolls ที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยตัวเลขเดิมอยู่ที่ 366,000 ตำแหน่ง และตัวเลขจริงเดือนก.ย. ออกมาแย่อย่างมากที่ 194,000 ตำแหน่ง พร้อมผิดจากที่คาดจะเห็นสูงเกือบ 400,000 ตำแหน่ง และเมื่อตัวเลขดังกล่าวออกมาแย่กว่าคาด จึงกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว และมีแรงซื้อเข้ามาในตลาดทองคำจากแถว 1,755 เหรียญโดยประมาณ ไปทำสูงสุดที่ 1,781 เหรียญ หรือปรับขึ้นกว่า 1% ในช่วงปลายตลาดเผชิญกับแรงกดดันจากแรงเทขายของ SPDR และทำให้ทองคำปิดใกล้เคียงเดิมแถว 1,758 เหรียญโดยประมาณ เนื่องด้วยภาพรวมตลาดยังเชื่อว่าเฟดจะทำการ Tapering QE เร็วๆนี้ โดยจะเห็นได้จาก Unemployment Rate ของสหรัฐฯที่ออกมาดีขึ้นกว่าคาดอย่างมากสู่ระดับ 4.8% ทางด้านเงินบาทแกว่งตัวอย่างมากตามค่าเงินดอลลาร์ โดยเงินบาทปรับแข็งค่าลงมาจาก 33.90 บาท/ดอลลาร์ มาแถว 33.76 บาท/ดอลลาร์ ก่อนจะดีดกลับช่วงปลายตลาดเช่นกัน โดยเช้านี้เปิดแข็งค่าก่อนจะอ่อนค่าขึ้นเล็กน้อย ทางด้านดอลลาร์เช้านี้อยู่ที่ 94.07 บาท/ดอลลาร์ สำหรับวันนี้จะเป็นวันหยุด Columbus Day ของสหรัฐฯ แต่ตลาดซื้อขายวันนี้ยังให้บริการปกติ ด้านทองคำไทยยังคงแกว่งตัวแถว 28,000 บาท (+/- ประมาณ 100 บาท) จากเงินบาทที่ยังทรงตัวได้เหนือ 33.70 บาท/ดอลลาร์ และมีทิศทางในการอ่อนค่า จึงทำให้ราคาทองคำไทยหลายครั้งมีการขึ้นมาเหนือ 28,000 บาท/บาททองคำได้ ดังนั้น ทองคำไทยจะยังมีแนวต้านหลัก 28,350 บาท/บาททองคำ

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำขึ้นไปทดสอบแนวต้านระยะกลางบริเวณ 1,780 เหรียญ ก่อนจะปรับตัวลดลงมา โดยที่กลับมาทรงตัวสะสมพลังบริเวณ 1,760 เหรียญ ซึ่งเป็นบริเวณที่ราคาเคลื่อนไหวในอาทิตย์ก่อน และทองคำคาดว่าจะมีแนวรับ 1,750 เหรียญ และแนวต้าน 1,765 เหรียญ คาดจะยังแกว่งตัวในกรอบเช่นเดิม สำหรับ Gold Online Futures และ Comex จะมีแนวรับ 1,753 เหรียญ และแนวต้าน 1,768 เหรียญ  ทางด้านทองคำไทยคาดจะเปิดปรับลงราว 50 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

Sideways เล่นสั้นๆ ลงซื้อขึ้นขายในกรอบ

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

แนะนำเล่นสั้นในกรอบ มี Stop Loss หากต่ำกว่า 1,750 เหรียญ

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

เน้นเล่นสั้นๆในกรอบ เข้าออกเร็วในวัน มี Stop Loss หากสูงกว่า 1,765 เหรียญขึ้นไป

Gold Futures 10V21 จะมีแนวรับที่ระดับ 28,230 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,550  บาท

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้นเนื่องจากราคามีการแกว่งตัวผันผวน แนะนำเปิดสถานะขายในโซน 1,771-1,787 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หวังเข้าซื้อคืนหากราคาไม่หลุดแนวรับโซน 1,752-1,747  ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวให้ชะลอการซื้อคืนออกไป

แนวรับ : 1,747 1,735 1,721  แนวต้าน : 1,771 1,787 1,808

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลงท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนทั้งขึ้นแรงและลงแรง  โดยราคาทองคำพุ่งขึ้นแรงในทันทีที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 194,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 500,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ  93.939 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงลงแตะระดับต่ำสุดที่1.558% ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ  1,781.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำปรับตัวลงแรงในเวลาต่อมา  ส่วนหนึ่งจากแรงขายทำกำไร  อีกส่วนหนึ่งเนื่องจากอัตราการว่างงานปรับตัวลดลงเกินคาดสู่ระดับ 4.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ส่วนตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.6% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.4%ขณะเดียวกันได้มีการปรับ “เพิ่ม” ตัวเลขการจ้างงานในเดือนส.ค.ขึ้นเป็น 366,000 ตำแหน่ง  ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แย่เกินคาดในเดือนก.ย. “จะไม่กระทบต่อแผนการของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในการประกาศลด QEอย่างเป็นทางการในการประชุมเดือนพ.ย.  ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวหนุนดัชนีดอลลาร์ให้ฟื้นตัว  ขณะที่บอนด์ยีลด์10 ปีกลับมาทะยานขึ้นสู่ระดับ 1.615% จนกดดันราคาทองคำอย่างหนักในช่วงปลายตลาด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -1.49 ตัน  สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเนื่องจากภาคธนาคารของสหรัฐจะปิดทำการ เนื่องในวัน Columbus Day อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและตลาดทองคำยังคงเปิดซื้อขาย แต่ปริมาณการซื้อขายอาจเบาบางกว่าปกติ

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองย่อตัวลงมาทรงตัวเหนือระดับ 1,752 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ระดับต่ำสุดใหม่จากวันก่อนหน้า)ราคามีโอกาสฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น หากไม่สามารถฝ่าแนวต้านบริเวณ 1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าราคามีการดีดในระดับจำกัดแนวโน้มราคายังคงมีโอกาสอ่อนตัวลงซึ่งหากยืนเหนือแนวรับแรกที่ 1,747ดอลลาร์ต่อออนซ์ไม่ได้ ราคามีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับถัดไปโซน1,735  ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยรอจังหวะการเปิดสถานะขาย อาจใช้บริเวณ 1,771-1,787 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากผ่าน 1,787 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา และทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรหากราคาไม่หลุดโซนแนวรับ 1,752-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวให้ชะลอการซื้อคืนออกไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) โกลด์แมนแซคส์หั่นคาดการณ์ GDP สหรัฐปีนี้-ปีหน้า เหตุโควิดฉุดการใช้จ่ายผู้บริโภคชะลอตัวโกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐในปี 2564 ลงสู่ระดับ 5.6% จากระดับ 5.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี และปรับลด GDP ในปี 2565 ลงสู่ระดับ 4% จากระดับ 4.4% โดยระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ และคาดว่ามาตรการสนับสนุนด้านการคลังของสหรัฐจะชะลอตัวลงจนถึงสิ้นปี 2565  ทีมนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ซึ่งรวมถึง แจน แฮทเซียส เปิดเผยในรายงานคาดการณ์ล่าสุดเมื่อวานนี้ (10 ต.ค.) ว่า การแพร่ระบาดที่ยาวนานของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจด้านการบริการผู้บริโภคในสหรัฐ ส่วนปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์นั้น คาดว่าจะยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลงจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ซึ่งจะส่งผลให้ภาคเอกชนประสบกับความล่าช้าในการเติมสต็อกสินค้าจนถึงปีหน้านักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ยังกล่าวด้วยว่า ในระยะกลางนี้ คาดว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งให้การใช้จ่ายด้านการบริการและการซื้อสินค้ายังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าก่อนช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากภาคเอกชนปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการทำงานทางไกล ก็จะยิ่งทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวลงด้วย
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 8.69 จุด ผิดหวังตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาดดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) โดยถูกกดดันหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนก.ย. แต่นักลงทุนก็ยังคงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับลดการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ภายในปีนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,746.25 จุด ลดลง 8.69 จุด หรือ -0.03%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,391.34 จุด ลดลง 8.42 จุด หรือ -0.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,579.54 จุด ลดลง 74.48 จุด หรือ -0.51%
  • (+) ดอลล์อ่อนค่า หลังสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาดดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) หลังจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.16% แตะที่ 94.0680 เมื่อคืนนี้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2459 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2553 ดอลลาร์แคนาดา และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9264 ฟรังก์ จากระดับ 0.9290 ฟรังก์ แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 112.19 เยน จากระดับ 111.62 เยนส่วนยูโรแข็งค่าที่ระดับ 1.1576 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1550 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าแตะที่ระดับ 1.3620 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3621 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7312 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7310 ดอลลาร์
  • (-) สหรัฐฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วเกือบ 402 ล้านโดสศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ไปแล้ว 401,819,240 โดสนับจนถึงเมื่อวานนี้ (9 ต.ค.) โดยได้กระจายวัคซีนไปแล้ว 487,277,035 โดส  CDC เปิดเผยว่า สหรัฐมีผู้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสรวมกัน 216,889,814 ราย และมีผู้ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว 187,215,471 ราp  ส่วนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มสามเพื่อกระตุ้นภูมินั้นมีประมาณ 7.8 ล้านรายทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวนับรวมการฉีดวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์/ไบออนเทค และโมเดอร์นา ซึ่งต้องฉีด 2 โดส และรวมถึงวัคซีนแบบโดสเดียวของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน
  • (+/-) สหรัฐเผยจ้างงานวูบหนักเพิ่มเพียง 194,000 ตำแหน่ง จากคาดการณ์ 500,000กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 194,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 500,000 ตำแหน่ง หลังจากแตะระดับ 366,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 4.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2563 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.1% จากระดับ 5.2% ในเดือนส.ค.กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนก.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 1,091,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 1,053,000 ตำแหน่ง และปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนส.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 366,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 235,000 ตำแหน่ง กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่าในเดือนก.ย. ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 317,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐจ้างงานลดลง 123,000 ตำแหน่งขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.6% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.4%  ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งแสดงสัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมด อยู่ที่ระดับ 61.6%

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (8 ต.ค.) หลังจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด 

มุมมองทองคำภาคเช้า  ทองคำปรับตัวลง หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 1.603% เมื่อคืนนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน  หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานเดือนก.ย.ต่ำกว่าคาด แต่ตลาดก็ยังคงคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าแผนปรับลดการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และการคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นซึ่งการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ซึ่งได้แก่  ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาด NFIB  ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTs  ดัชนีราคาผู้บริโภค  รายงานการประชุม FED  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  ดัชนีราคาผู้ผลิต  ยอดค้าปลีก  ดัชนีภาคการผลิตสาขานิวยอร์กดัชนีสินค้านำเข้า  ดัชนีสินค้าส่งออก  สินค้าคงคลังธุรกิจ  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน เป็นต้น               

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (8 ต.ค.) หลังจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด 

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,740-  1,735- 1,730

แนวต้าน  1,772–1,777– 1,782

ราคาทองคำยังดีดตัวได้ไม่มาก แม้ว่าตลาดจะผิดหวังตัวเลขในภาคแรงงานและดีดตัวขึ้นไปก่อนหน้านี้ แต่ในช่วงท้ายของตลาดโดนแรงเทขาย หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นเป็นปัจจัยกดดันตลาด มองว่าระหว่างวันราคาอาจเกิดการรีบาวน์ขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะรอขายตามกรอบ

ที่มา : gold.in.th ( 11 ก.ย. 64 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: