ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 19 พ.ย.64 by SCT, GT, YLG, MTS, GCAP, TDC

152

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : ทองยังเหนียวจากคนขอสวัสดิการสหรัฐฯยังสูงคืนนี้ไม่ตัวเลขสำคัญ ยังมองพักเพื่อขึ้นต่อ
   
แนวรับ 1852/ 1840 / 1835  แนวต้าน 1875|1885|1900
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น    SW                       Sw                       SW                SW 
ระยะกลาง  SW UP        SW DOWN               SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1842-70
จุดเข้า BUY 1840-53
เป้าหมาย 1870-1900
SL 1835รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1800-1900
จุดเข้า BUY 1830-40 เป้าหมาย 1870-1900
SL 1829   

บทวิเคราะห์ :  ราคาทองพักตัวแต่ยังเคลื่อนไหวในแดนบวก สะสมพลังเพื่อลุ้นรีบาวด์ ภาพรวมทองยังเข้าโหมดพักฐาน แต่การย่อตัวแนะการทยอยซื้อโดยเฉพาะถ้าราคาลงต่ำกว่า $1850 ลงมา เพราะใกล้จุดคัท STOP LOSS $1835 โดยเมื่อคืนนี้ทองรีบาวด์จากตัวเลขคนขอสวัสดิการสหรัฐฯออกมาสูงกว่าคาด อย่างไรก็ตามการพักฐานอาจยังไม่จบเนื่องจากค่าเงินสหรัฐฯและข่าวลือเรื่องเฟดอยากขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นยังกดดันตลาด ให้จับตาว่าราคาปิดของทองโลกคืนนี้จะไปได้แค่ไหน โดยหากราคายืน $1869 ได้เท่านั้นจึงพร้อมจะขึ้นไปต่อ  นอกจากเหนือจากนั้นอาจย่อตัวลงอีกครั้ง โดยเฉพาะราคาที่ต่ำกว่า $1855 ลงมา  คืนนี้ไม่มีตัวเลขสำคัญประกาศ น่าจะแกว่งไปมาเช่นเดิม นักลงทุนอาจเทรดสั้นๆตามรอบสั้นๆหรือทยอยซื้อสะสมถือระยะกลาง ระวังบาทฟื้นตัวจากการแข็งค่ามาหลายวัน ทำให้ราคาทองไทยแกว่งไม่แรง

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

- Advertisement -

  • เจพีมอร์แกนคาด Fed จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก0.25%ในไตรมาส 3 ปีหน้า และจะปรับขึ้นต่อเนื่องครั้งละ 0.25% ทุกไตรมาสจนกว่าดอกเบี้ยแท้จริงจะแตะ 0%
  • ตลาดยังคงให้น้ำหนักว่า เจอโรม พาวเวล จะได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลพรรคเดโมแครตให้อยู่ดำรงตำแหน่งประธาน Fed ต่อไปอีกวาระหนี่ง แต่ก็มีโอกาสเล็กน้อยที่รองประธาน Fed ลาเอล เบรนนาร์ด อาจได้รับการเสนอชื่อให้ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่นี้แทน
  • ทั้งนี้ ทั้งคู่ต่างใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย โดยคาดว่าเบรนนาร์ดอยากให้เริ่มขึ้นดอกเบี้ยช้ากว่าพาว

Technical

  • ราคาทองคำสวิงผันผวนตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สะท้อนภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งมีผลให้ตลาดปรับมุมมองเรื่องช่วงเวลาที่ Fed จะเริ่มขึ้นดอกเบี้ย แล้วย้อนกลับมาเป็นตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์อีกทีหนึ่ง เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจดีมากจึงคาดว่า Fed จะต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทำให้เงินเฟ้อในอนาคตจะลดลงเร็วกว่าที่คาดไว้เดิม ราคาทองคำจึงน่าจะอ่อนตัว
  • ยังอยู่ในกรอบ broadening triangle
  • ทิศทางวันนี้แกว่งรอเสนอชื่อประธาน Fed

Attention

  • สัปดาห์หน้า  คาดไบเดนจะเสนอชื่อพาวเวลนั่งเก้าอี้ประธาน Fed ต่อเป็นสมัยที่ 2
  • ยุโรปกำลังเผชิญโควิดระลอกใหม่ หลังหลายประเทศรายงานยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่มีโควิดซึ่งหลายชาติยุโรปเตรียมสั่ง lockdown เพื่อลดโควิด
  • หลายประเทศกำลังประสบปัญหาขาดแคลนพลังงาน ดันให้ราคาโภคภัณฑ์สำคัญที่เกี่ยวข้องขึ้นสูงต่อเนื่อง ทำให้เกิดความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรในกรอบจากการแกว่งตัวในทิศทางค่อยๆปรับตัวขึ้น โดยเปิดสถานะซื้อในโซน 1,855-1,841 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุดโซน1,841 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ทยอยขายเพื่อทำกำไรบริเวณ 1,877-1,889 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,855 1,841 1,826  แนวต้าน : 1,877 1,889 1,900

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 8.40ดอลลาร์ต่อออนซ์ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนในกรอบ 15 ดอลลาร์ต่อออนซ์  เนื่องจากมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบเข้ามาส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา  ทั้งนี้  ราคาทองคำร่วงลงจากระดับสูงสุดของวันบริเวณ 1,870.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไร  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากความเห็นในเชิง Hawkish หรือ สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)หลายราย  อาทิ  นายชาร์ลส์อีแวนส์ประธานเฟดชิคาโกซึ่งเป็นหนึ่งเจ้าหน้าที่ในสายพิราบกล่าววานนี้ว่าเขา“เปิดใจกว้าง”สำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้ามากกว่าที่เขาเคยเป็นเมื่อ6เดือนก่อน  ส่วนนายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดแอตแลนตา กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ NPR’s Marketplace ว่าเฟดจะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยในกลางปีหน้าซึ่งถือว่าเร็วกว่าที่เขาเคยคาดการณ์เอาไว้ในช่วงก่อนหน้า  จุดยืนดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนมีการขายทำกำไรทองคำออกมาเมื่อราคาทดสอบกรอบบน  ส่งผลให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ  1,854.95  ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  อย่างไรก็ดี  จะเห็นได้ว่าการปรับตัวลดลงของราคายังคงเป็นไปอย่างจำกัด  เนื่องจากดัชนีดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าจากแรงขายทำกำไร  ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลงหลังจากดีมานด์ในการประมูลอัตราผลตอบแทนพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ Treasury Inflation Protected Securities (TIPS) อายุ 10 ปีเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง  สถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยสกัดช่วงติดลบทองคำเอาไว้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค :

แม้ราคาทองคำมีการปรับตัวลดลง แต่ระยะสั้นหากพยายามจะดีดกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,870-1,877 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากแรงซื้อเพิ่มขึ้นหรือสามารถยืนเหนือแนวต้านแรกโซน1,877 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างมั่นคง (ระดับสูงสุดของสัปดาห์นี้)จะเกิดแรงซื้อดันให้ราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปโซน1,889 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับโซน1,855-1,841ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำเก็งกำไรฝั่งซื้อโดยตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุด1,841 ดอลลาร์ต่อออนซ์ปิดสถานะซื้อทำกำไรหากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้านบริเวณ 1,877-1,889 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดโควิดกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง1,000 ราย สู่ระดับ 268,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2563 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ  อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 260,000 ราย
  • (+) ดอลล์อ่อนค่าจากแรงขายทำกำไร-ปอนด์แข็งรับคาดการณ์ BoE ขึ้นดบ.ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน ขณะที่เงินปอนด์ยังคงยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. หลังเงินเฟ้อพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.30% แตะที่ 95.5414 เมื่อคืนนี้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9255 ฟรังก์ จากระดับ 0.9283 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2607 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2614 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 114.22 เยน จากระดับ 114.14 เยน  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1372 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1314 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3499 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3484 ดอลลาร์
  • (+) รมว.คลังสหรัฐฯ ยืดเส้นตายเพดานหนี้รัฐถึง 15 ธันวาคม-วอนสภาคองเกรสเร่งลงมือป้องกันวิกฤตสถานภาพการเงินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แจ้งต่อสภาคองเกรสว่า รัฐบาลมีโอกาสจะต้องผิดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หากไม่มีการปรับขึ้นเพดานหนี้รัฐโดยด่วน  แจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุในจดหมายที่ส่งถึงผู้นำสภาคองเกรสทั้งหลายในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า ตนเชื่อว่า กระทรวงการคลังจะไม่มีทรัพยากรเหลือมากเพียงพอที่จะใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของรัฐบาลหลังวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นเส้นตายใหม่ที่ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมในวันที่ 3 ธันวาคม ที่เจ้ากระทรวงการคลังระบุในจดหมายถึงสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม หรือหลังจากรัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐอีก 480,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้รัฐบาลไม่ต้องประกาศหยุดทำการชั่วคราวอย่างที่หลายฝ่ายกังวล  ในครั้งนี้ เยลเลน ยังคงเรียกร้องให้สภาคองเกรสจัดการแก้ปัญหาอำนาจการกู้ยืมให้แล้วเสร็จโดยด่วน เพื่อให้รัฐบาลไม่ต้องประสบปัญหาผิดชำระหนี้ ที่อาจส่งผลให้เกิดหายนะต่อเศรษฐกิจของประเทศจนถึงขั้นเข้าสู่ภาวะถดถอยได้
  • (-) “ไฟเซอร์” เคาะราคา “แพกซ์โลวิด” ถูกกว่า “โมลนูพิราเวียร์”!บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ เปิดเผยในวันนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐได้ลงนามในข้อตกลงซื้อยาแพกซ์โลวิด ซึ่งเป็นยารักษาโรคโควิด-19 จำนวน 10 ล้านคอร์ส วงเงิน 5.29 พันล้านดอลลาร์ สำหรับการส่งมอบภายในปี 2565  ไฟเซอร์ระบุว่า หากยาแพกซ์โลวิดได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ทางบริษัทก็จะเริ่มส่งมอบยาดังกล่าวในปีนี้ และจะส่งมอบครบจำนวนในปีหน้าก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐได้สั่งซื้อยาโมลนูพิราเวียร์จากบริษัทเมอร์ค แอนด์ โค จำนวน 1.7 ล้านคอร์ส วงเงิน 1,200 ล้านดอลลาร์  เมื่อเปรียบเทียบราคายาแพกซ์โลวิดและโมลนูพิราเวียร์ พบว่าราคายาต่อ 1 คอร์สของแพกซ์โลวิดมีราคาถูกกว่าโมลนูพิราเวียร์
  • (-) “เจพีมอร์แกน” คาดเฟดเริ่มขึ้นดอกเบี้ยเดือนก.ย.65 เจพีมอร์แกน ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐเมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนก.ย.2565  ทั้งนี้ เจพีมอร์แกนระบุในรายงานว่า ทางธนาคารคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2565 และจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป 0.25% ทุกไตรมาส จนกว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรืออัตราดอกเบี้ยที่หักด้วยเงินเฟ้อ จะแตะระดับ 0%
  • (-) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาคการผลิตสูงกว่าคาดในเดือนพ.ย.ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก พุ่งขึ้นสู่ระดับ 39.0 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 24.0 จากระดับ 23.8 ในเดือนต.ค. 
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดลบ 60.10 จุด หลังหุ้นซิสโกร่วงหนักดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์ อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลก รวมทั้งผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทค้าปลีก เช่น บริษัทโคห์ลส์ คอร์ป  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,870.95 จุด ลดลง 60.10 จุด หรือ -0.17%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,704.54 จุด เพิ่มขึ้น 15.87 จุด หรือ +0.34% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,993.71 จุด เพิ่มขึ้น 72.14 จุด หรือ + 0.45%

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำเคลื่อนตัวกรอบ Sideways ค่อนข้างเป็น Sideway Down หลังพยายามขึ้นไปทดสอบ 1,870 เหรียญหลายครั้ง โดยประเด็นหลักที่ตลาดตอบรับเป็นเรื่องของความกังวลว่าเฟดอาจจะตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาค่อนข้างดี ขณะที่ภาพรวมจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และมีคนงานทำมากขึ้นใกล้เทียบเท่าช่วงก่อนเกิด Covid-19 ในส่วนของ Philly Fed Manufacturing Index ดูดีขึ้น และทำให้ดัชนีดอลลาร์ทดสอบ 96 จุดก่อนอ่อนตัวลงมา ทางด้านเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องจากการเปิดประเทศ และความมั่นใจที่จะเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัว ในส่วนของสถานการณ์ระบาดมองว่าควบคุมได้ดี มีคนติดเชื้อต่ำกว่าหลักหมื่น และมีการฉีดวัคซีนได้ดี โดยเฉพาะในกทม.  ภาพรวมไทยฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนได้แล้วไม่น้อยกว่าคนละ 1 เข็มราวๆ 90% ในส่วนของเงินบาทจาก 32.62 บาท/ดอลลาร์แข็งค่าลงมาบริเวณ 32.58 บาท/ดอลลาร์โดยประมาณ ขณะที่ภาพรวมราคาทองคำมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,855 – 1,870 เหรียญ และ SPDR ยังถือครองทองคำเท่าเดิม ในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจโลกดูจะสนใจการเลือกประธานเฟดของนายไบเดน และไม่ว่าใครจะมาเป็นประธานเฟดคนต่อไปก็ดูจะสานต่อนโยบาย Dovish ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯยังเป็นไปในเชิงติดลบ และนายไบเดนมีแนวโน้มจะลดค่าใช้จ่ายทางด้านทหารแต่เพิ่มงบประมาณด้านการลงทุนและค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานในการผลักดันเศรษฐกิจ

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค 

ทองคำเคลื่อนไหว Sideways ภาพหลักเป็นขาขึ้น แต่ราคาเริ่มมีการปรับฐานแถว 1,860 – 1,870 เหรียญ เพื่อรอข่าวใหม่ๆ โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1,850 เหรียญ วันนี้คาดว่าราคาจะเคลื่อนตัวในกรอบแนวรับ 1,850 เหรียญและมีแนวต้าน 1,875 เหรียญ ทางด้าน Gold Online Futures และ Comex คาดจะมีแนวรับ 1,852 เหรียญ และแนวต้าน 1,877 เหรียญ วันนี้คาดว่าราคาทองคำไทยจะเปิด -50 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ 

แนะนำเล่นสั้นในกรอบ Sideways ลงซื้อขึ้นขาย เล่นสั้นๆ เน้นบริหารพอร์ตสมดุล

– นักลงทุนที่ถือ Long Position  
ลงซื้อขึ้นขาย เน้นเล่นสั้นๆในกรอบ ต่ำกว่า 1,850 เหรียญควรทำ Stop Loss

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะนำให้เล่นสั้นๆ เข้าออกไวในวัน ควรบริหารพอร์ตสมดุลในเวลานี้

Gold Futures 10Z21 จะมีแนวรับที่ระดับ 28,720 บาท และแนวต้านที่ระดับ 29,100  บาท

ที่มา : gold.in.th ( 19 พ.ย.64 )

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน ขณะที่เงินปอนด์ยังคงยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. หลังเงินเฟ้อพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี         

มุมมองทองคำภาคเช้า  ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 268,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2563 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก พุ่งขึ้นสู่ระดับ 39.0 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 24.0 จากระดับ 23.8 ในเดือนต.ค.

ทางด้านเจพีมอร์แกนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2565 และจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป 0.25% ทุกไตรมาส จนกว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรืออัตราดอกเบี้ยที่หักด้วยเงินเฟ้อ จะแตะระดับ 0% 

นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังถูกกดดันจากที่นักลงทุนเทขายทำกำไร หลังจากสัญญาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีนี้    

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน ขณะที่เงินปอนด์ยังคงยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. หลังเงินเฟ้อพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี 

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,849-  1,843- 1,836

แนวต้าน  1,870–1,874– 1,879

ราคาทองคำปิดตลาดอ่อนตัวลงได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น นอกจากนี้แรงขายทำกำไรจากปัจจัยทางเทคนิค ยังกดดันราคาให้อ่อนตัวลง  หลังจากนี้นักลงทุนอาจเห็นการเคลื่อนไหวของราคาทองคำออกแนวด้านข้าง  แต่ยังเก็งกำไรในกรอบได้

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

NVIDIA ผู้นำด้านชิปหน่วยประมวลผลด้านกราฟฟิค +8.2%  หลังประกาศผลการดำเนินงานq3  โดยมีกำไรต่อหุ้นเติบโตสูงถึง 60% ที่ $1.17 มากกว่าที่คาดไว้ที่ $1.11 และเป็นการเติบโตที่สูงถึง 60% YoYเช่นเดียวกับยอกขายที่เติบโตขึ้นเช่นเดียวกันทางฝั่ง alibabaประกาศผลประกอบการออกมาได้อย่างน่าผิดหวัง ผลกำไรปรับลดลงกว่า -​38% YoYและทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง -​11%  สำหรับทิศทางทองคำหลังจากขาดปัจจัยบวกใหม่ ยังมองการเคลื่อนไหวบริเวณ 1860-1870 ในวันนี้

ที่มา : gold.in.th( 19 พ.ย. 64)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: