ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 30 พ.ย.64 by SCT, GT, HGF, GCAP, YLG, TDC

208

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ   :  ทองย่อไม่มากจากยอดขายบ้านเก่า USAดีขึ้น คืนนี้รอฟังเฟดแถลงรัฐสภา คาดเริ่มผันผวน
     
แนวรับ 1780/ 1770 / 1760  แนวต้าน 1800|1811|1820
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น    SW /SW DOWN    Sw                  SW                SW 
ระยะกลาง  SW                      SW                     SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1775-1805
จุดเข้า BUY 1760-75
เป้าหมาย 1800-20
SL 1749รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1900
จุดเข้า BUY 1760-90 เป้าหมาย 1870-1900
SL 1749   

บทวิเคราะห์ : เมื่อวานราคาทองขึ้น แล้วย่อช่วงหัวค่ำหลังไม่ผ่าน $1800 และยอดขายบ้านเก่าสหรัฐฯประกาศดีเกินคาด ทำให้ค่าเงินสหรัฐฯแข็งค่า ทองย่อเล็กน้อยเข้าโหมดพักฐานต่อไป คาดว่าตั้งแต่วันนี้จนวันศุกร์จะมีตัวเลขสำคัญประกาศเยอะน่าจะส่งผลราคาทองขึ้นๆลงๆในลักษณะย่อเพื่อสะสมพลังเพื่อขึ้นต่อในระยะกลาง โดยมีจุดเปลี่ยนเป็นขาลง หรือ STOP LOSS ที่ $1750-60 / และเปลี่ยนแนวโน้มเป็นบวกถ้ายืนระดับ $1800 ได้เกิน 48 ชม.  / เริ่มจากคืนนี้จะมีการแถลงแนวทางของเฟดต่อรัฐสภา ซึ่งจะมีการกล่าวถึงนโยบายการขึ้นดอกเบี้ยในกลางปีหน้า ที่จะเร่งเวลาขึ้น ทำให้ราคาทองช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่ขาขึ้นจริง อย่างไรก็ตามสัปดาห์นี้ราคาตลาดจะเคลื่อนไหวตามข่าวไวรัสตัวใหม่ ที่จะกระจายเร็วมาก ประกอบกับค่าเงินบาทที่ผันผวน จะทำให้ลักษระการเทรดทองไทยวูบๆวาบๆ ทำกำไรได้ทั้งสองฝั่ง หรือ DAY TRADE สวิงตามข่าว / ส่วนนักลงทุนระยะกลางทยอยซื้อสะสมเช่นเดิม

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

- Advertisement -

  • WHO ประกาศเตือนความเสี่ยงโควิดโอมิครอน
  • ยุโรปพบผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอนเพิ่มเติมในเที่ยวบินจากแอฟริกาที่ออกคำสั่งระงับไม่ทัน
  • สหรัฐฯยืนยันไม่มีแผนปิดเมืองสกัดโควิดโอมิครอน
  • บริษัทวัคซีนมั่นใจผลิตยาต้านโควิดโอมิครอนได้เร็ว
  • นักลงทุนเริ่มกลับมาซื้อสินทรัพย์เสี่ยงทีตกหนักคืน ดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯดีดกลับขึ้นมา แต่ภาพรวมถูกปรับคาดการณ์ว่า Fed มีโอกาสสูงขึ้นที่จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าเพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจถูกเลื่อนเวลาออกไป

Technical

  • ราคายืนไม่หลุด 1,780 แต่มีลักษณะจ่อลงต่อ อย่างไรก็ตาม แรงขายไม่ชัดเจน และ RSI ยกตัวขึ้นเหนือ oversold จึงไม่มีสัญญาณว่าขายก่อนจะดีกว่า
  • ราคาขึ้นทดสอบ 1,800 แล้วกลับลงมาย่ำฐานรับเดิม RSIแสดงแรงขายที่เบาลงมาก แต่ดูไร้ทิศทาง จึงยังคงมองว่าหากจะกลับเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ต้องยืนในช่วง 1,800-1,820 ให้ได้สักระยะก่อน
  • ทิศทางวันนี้1,780-1,800
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ถ้าขึ้นพ้น 1,800 ให้อยู่ฝั่งซื้อ แต่ถ้าหลุด 1,780 ให้เล่นชอร์ตเก็บกำไรสั้นๆ

Attention

  • คืนนี้คาดสภาถามประธาน Fed ว่าโควิดรอบใหม่จะมีผลถึงการลด QE และช่วงที่จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่
  • ยุโรปกำลังเผชิญโควิดระลอกใหม่ หลังหลายประเทศรายงานยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่มีโควิดซึ่งหลายชาติยุโรปเตรียมสั่ง lockdown เพื่อลดโควิด

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำลดลงสหรัฐจะไม่ล็อกดาวน์เศรษฐกิจ

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย.

ราคาทองคำคาดจะเคลื่อนไหว Sideways up

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานช่วงกลางวันปรับขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้และเริ่มแพร่กระจายไปในภูมิภาคอื่นๆ อาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกทำให้มีแรงเทขายตลาดหุ้นทั่วโลกและมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่มีแรงเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยช่วงกลางคืน หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับข่าวประธานาธิบดีโจ ไบเดนยืนยันว่าสหรัฐจะไม่ล็อกดาวน์เศรษฐกิจเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ทางด้านกองทุนSPDRGold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน หลังจากซื้อทองคำ 7.85 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนพ.ย. ตลาดคาดจะลดลงเป็น 66.9 จากระดับ 68.4 ในเดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย. โดย Conference Board ตลาดคาดจะลดลงเป็น 110.8 จากระดับ 113.8 ในเดือนต.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดจะเคลื่อนไหว Sideways up โดยมีปัจจัยหนุนจากไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยมีแนวต้าน 1,800 ดอลลาร์ และ 1,815 ดอลลาร์ขณะที่มีแนวรับที่ 1,780 ดอลลาร์ และ 1,770 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,784.20-7.41,780/1,7701,800/1,815

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,70028,400/28,25028,650/28,900

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,630-22028,530/28,37028,810/29,050

การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,780ดอลลาร์ (GF 28,530 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,770ดอลลาร์ (GF28,370 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,784.70-15.201,781/1,7711,801/1,816

การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคาGOZ21ปรับลงมาที่ 1,781 ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,771ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางค่าเงินบาทในวันนี้คาดอ่อนค่าลงเล็กน้อย เนื่องจากเม็ดเงินต่างประเทศที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทย ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเนื่องจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยืนยันว่าสหรัฐจะไม่ล็อกดาวน์เศรษฐกิจเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนโดยUSD Futures เดือนธ.ค.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน33.80 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์แข็งค่าหลังนักลงทุนคลายกังวลไวรัสโอไมครอน

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 พ.ย.) เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเริ่มลดน้อยลงขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.30% แตะที่ 96.3315 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดลบ $2.9 เหตุดอลล์แข็ง-แรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 พ.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์และจากการที่นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2.9 ดอลลาร์หรือ 0.16% ปิดที่  1,785.2 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 28.3 เซนต์หรือ 1.22% ปิดที่ 22.852 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดบวก $1.80 จากแรงซื้อเก็งกำไร-จับตาประชุมโอเปกพลัส

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 พ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันทรุดตัวลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตรหรือโอเปกพลัสและรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในสัปดาห์นี้ทั้งนี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 1.80 ดอลลาร์หรือ 2.6% ปิดที่ 69.95 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 72 เซนต์หรือ 1% ปิดที่ 73.44 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 236.60 จุดรับไบเดนยืนยันไม่ล็อกดาวน์เศรษฐกิจ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 พ.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโจไบเดนยืนยันว่าสหรัฐไม่มีแผนล็อกดาวน์เศรษฐกิจเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนนอกจากนี้ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากตลาดร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้วดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,135.94 จุดเพิ่มขึ้น 236.60 จุดหรือ +0.68%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,655.27 จุดเพิ่มขึ้น 60.65 จุดหรือ +1.32% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 15,782.83 จุดเพิ่มขึ้น 291.18 จุดหรือ +1.88%

ผู้นำEU ชี้ต้องใช้เวลาประเมินเชื้อโอไมครอนย้ำต้องเร่งเพิ่มอัตราฉีดวัคซีน

นางเออร์ซูลาฟอนเดอร์เลเยนประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เผยว่าสหภาพยุโรป (EU) จำเป็นต้องใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนและเตรียมพร้อมรับมือไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้พร้อมกับเร่งระดมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้มากยิ่งขึ้นนอกจากนี้นางฟอนเดอร์เลเยนยังระบุว่าเราต้องทุ่มเวลาเพื่อดำเนินการป้องกันโดยเฉพาะการเร่งเพิ่มอัตราฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และวัคซีนเข็มบูสเตอร์ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ว่าประชาชนในยุโรปควรได้รับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพิ่มเติม

อิสราเอลพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายที่ 2 หลังเดินทางกลับจากแอฟริกาใต้

สถานีโทรทัศน์Kan TV ของทางการอิสราเอลรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (28 พ.ย.) ว่าอิสราเอลตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเป็นรายที่ 2 โดยผู้ติดเชื้อรายนี้เป็นเพศหญิงซึ่งได้รับวัคซีนแล้วและเพิ่งเดินทางกลับมาจากแอฟริกาใต้ต่อมาพบว่าผลตรวจเป็นบวกในการทดสอบด้วยวิธีการตรวจหาลำดับพันธุกรรมโดยกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลทั้งนี้หน่วยบัญชาการรบส่วนหน้าของกองทัพอิสราเอลได้ทำการสืบสวนการระบาดเพื่อระบุพิกัดของผู้ที่มีการติดต่อใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อขณะที่กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลกำลังรอผลที่เกี่ยวข้องกับนักเดินทางต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวเพิ่มเติม

ญี่ปุ่นเล็งคุมเข้มเดินทางเข้าประเทศจากแอฟริกาหวังคุมโควิดสายพันธุ์ “โอไมครอน”

นายฟูมิโอะคิชิดะนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าญี่ปุ่นกำลังพิจารณายกระดับการควบคุมบริเวณพรมแดนให้เข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนนายคิชิดะระบุเพียงว่ารัฐบาลจะประกาศมาตรการในเวลาที่เหมาะสมโดยไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆเพิ่มเติมสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่าญี่ปุ่นได้ยกระดับกฎการเดินทางเข้าประเทศสำหรับนักเดินทางที่มีประวัติเพิ่งเดินทางเยือน 9 ประเทศในแอฟริกาได้แก่บอตสวานา, เอสวาตีนี, เลโซโท, มาลาวี, โมซัมบิก, นามิเบีย, แอฟริกาใต้, แซมเบียและซิมบับเวโดยกำหนดให้ต้องกักตัว 10 วันเมื่อเดินทางเข้าญี่ปุ่นในสถานที่ที่รัฐบาลระบุทั้งนี้แอฟริกาใต้รายงานการพบไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนต่อองค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและนับตั้งแต่นั้นก็มีรายงานยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวในหลายประเทศในยุโรปและแคนาดา

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 พ.ย.) เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเริ่มลดน้อยลง ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้ 

มุมมองทองคำภาคเช้า  ราคาทองคำปรับร่วงลง นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับข่าวประธานาธิบดีโจไบเดน ยืนยันว่าสหรัฐจะไม่ล็อกดาวน์เศรษฐกิจเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน  นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน โดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) พุ่งขึ้น 7.5% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน 

ทั้งนี้ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย เป็นมาตรวัดจำนวนสัญญาซื้อบ้านมือสองที่มีการเซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้ปิดการขาย และโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนสำหรับการเซ็นสัญญาจนกระทั่งปิดการขาย 

นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์ ได้แก่  ดัชนีราคาบ้านในเขต 20 เมืองใหญ่  ดัชนีราคาบ้าน FHFA  ดัชนีจัดซื้อจัดจ้าง ชิคาโก  ความเชื่อมั่นผู้บริโภค  การจ้างงานนอกภาคเกษตร ADP  ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต  ดัชนีภาคการผลิต ISM   ค่าใช้จ่ายด้านก่อสร้าง  สรุปรายงานสภาพเศรษฐกิจ  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  การจ้างงานนอกภาคเกษตร  อัตราการว่างงาน  รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง  คำสั่งซื้อโรงงาน ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ  เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 พ.ย.) เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเริ่มลดน้อยลง ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,775-  1,770- 1,764

แนวต้าน  1,802–1,807– 1,812

ราคาทองคำปรับตัวลดลง หลังจากนักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับข่าวประธานาธิบดีโจไบเดน ยืนยันว่าสหรัฐจะไม่ล็อกดาวน์เศรษฐกิจ  ทำให้การดีดตัวทำได้ในวงจำกัด   หากการดีดตัวยังไม่สามารถทะลุแนวต้านขึ้นไปได้แนะเปิดเก็งกำไรทิศทางขาลง

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

จังหวะการอ่อนตัวลงของราคาบริเวณโซน 1,779-1,766 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้แนะนำเปิดสถานะซื้อ หรือ หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,815-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

แนวรับ : 1,779 1,766 1,758  แนวต้าน : 1,821 1,833 1,849

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง7.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ระหว่างวันราคาทองคำจะดีดขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,799.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้และเผชิญกับแรงขายในเวลาต่อมา  ทั้งนี้  ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน  หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าววานนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐไม่มีนโยบายที่จะประกาศล็อกดาวน์เศรษฐกิจ ขณะที่ไฟเซอร์,  โมเดอร์นา และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ต่างก็เริ่มพัฒนาวัคซีนสูตรใหม่เพื่อรับมือกับ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอนส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง  สะท้อนจากดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 236.60 จุด หรือ +0.68%, ดัชนี S&P500 ปิด +1.32% และดัชนี Nasdaq ปิด +1.88% และเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและพันธบัตร  และแรงขายพันธบัตรส่งผลหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดที่1.4765% ในวันศุกร์กลับมาเพิ่มขึ้นสูงถึง1.565% จนกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย  นอกจากนี้  ทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดอลลาร์ ที่ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์  หลังจากนักลงทุนคลายความวิตกที่ว่า COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอนอาจทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐหยุดชะงัก  และชะลอแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMIเขตชิคาโก, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB และจับตาถ้อยแถลงของนายพาวเวล  ที่มีกำหนดจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารแห่งวุฒิสภาในหัวข้อ “Coronavirus Aid, Relief, and Economic Security Act หรือ CARES”

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน 1,815-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากแรงซื้อไม่มากพอหรือราคาไม่สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวลงทดสอบ แนวรับ 1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับถัดไปนั้นอยู่ในบริเวณ 1,766 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

รอเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,779-1,766 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตสถานะซื้อหากราคาหลุด 1,766 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หากราคาดีดตัวขึ้นให้พิจารณาโซน 1,815-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เฟดดัลลัสเผยดัชนีภาคการผลิตปรับตัวลงในเดือนพ.ย.ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตรัฐเท็กซัสปรับตัวลงสู่ระดับ 11.8 จุดในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 18.5 จากระดับ 14.6 ในเดือนต.ค.
  • (+) นักลงทุนคาดเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า หลังโอไมครอนระบาดFedWatch Tool ของ CME Group ซึ่งวิเคราะห์การซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า หลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน  ทั้งนี้ นักลงทุนคาดว่าเฟดมีแนวโน้มเพียง 58.5% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนมิ.ย.2565 จากเดิมที่คาดว่ามีแนวโน้มสูงถึง 82.1%  นอกจากนี้ นักลงทุนยังได้ปรับลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนก.ค.2565 เหลือเพียง 69% จากเดิมที่ระดับ 88% และลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.2565 เหลือ 79.7% จากเดิม 94.5% รวมทั้งลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.2565 เหลือ 92% จากเดิม 99%
  • (-) “ไฟเซอร์” ประกาศพัฒนาวัคซีนสูตรใหม่รับมือ “โอไมครอน”.นายอัลเบิร์ต เบอร์ลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้เริ่มพัฒนาวัคซีนสูตรใหม่เพื่อรับมือกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเป็นการเฉพาะแล้ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 100 วัน นายเบอร์ลาระบุว่า ก่อนหน้านี้ ไฟเซอร์สามารถพัฒนาวัคซีนสูตรเฉพาะเพื่อรับมือกับไวรัสสายพันธุ์เบตาและเดลตาได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้ เนื่องจากวัคซีนสูตรดั้งเดิมของบริษัทสามารถต้านไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวได้
  • (-) “ไฟเซอร์” คาดยาแพกซ์โลวิดมีประสิทธิภาพรับมือ “โอไมครอน”.นายอัลเบิร์ต เบอร์ลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ คาดการณ์ว่า ยาแพกซ์โลวิดของทางบริษัทจะมีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน. “ยาของเราได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับการกลายพันธุ์ที่มาจากโปรตีนหนาม ทำให้ผมมีความเชื่อมั่นอย่างมากว่าประสิทธิภาพยาของเราจะไม่ถูกกระทบจากไวรัสสายพันธุ์นี้” นายเบอร์ลากล่าว 
  • (-) “ไบเดน” ยันสหรัฐไม่มีแผนล็อกดาวน์เศรษฐกิจสกัด “โอไมครอน”.ประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าวในวันนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐไม่มีนโยบายที่จะประกาศล็อกดาวน์เศรษฐกิจ อันเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน. “ถ้าประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน และสวมหน้ากากอนามัย ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องล็อกดาวน์ และจะไม่มีการประกาศห้ามการเดินทางครั้งใหม่” ปธน.ไบเดนกล่าวในการแถลงข่าววันนี้. “ไม่ช้าก็เร็ว เราจะเห็นผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนในสหรัฐ ดังนั้นกรุณาสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในอาคาร หรืออยู่ในที่สาธารณะ ซึ่งมีผู้คนจำนวนมาก” ปธน.ไบเดนกล่าว
  • (-) สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายพุ่งขึ้นในเดือนต.ค.สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) พุ่งขึ้น 7.5% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน  ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีจะทรงตัวในเดือนต.ค.
  • (-) ดอลล์แข็งค่า หลังนักลงทุนคลายกังวลไวรัสโอไมครอนดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 พ.ย.) เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเริ่มลดน้อยลง ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.30% แตะที่ 96.3315 เมื่อคืนนี้. ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 113.71 เยน จากระดับ 113.13 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9245 ฟรังก์ จากระดับ 0.9217 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2769 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2783 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1274 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1313 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3293 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3335 ดอลลาร์
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 236.60 จุด รับไบเดนยืนยันไม่ล็อกดาวน์เศรษฐกิจ.ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (29 พ.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนยืนยันว่า สหรัฐไม่มีแผนล็อกดาวน์เศรษฐกิจเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากตลาดร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว. ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,135.94 จุด เพิ่มขึ้น 236.60 จุด หรือ +0.68%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,655.27 จุด เพิ่มขึ้น 60.65 จุด หรือ +1.32% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,782.83 จุด เพิ่มขึ้น 291.18 จุด หรือ +1.88%

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

ปธน. ไบเดน ยืนยันจะยังไม่มีแผนการ Lockdown ตราบใดที่ประชาชนได้รับวัคซีนและใส่แมสในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนยังเชื่อมั่นว่าสามารถผลิตวัคซีนสำหรับ Omicron ได้ในระยะเวลาประมาณ 2 เดือนข้างหน้า ส่งผลให้ดัชนีหุ้นเริ่มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งเช่นเดียวกับ Bond yield ที่ปรับตัวสูงขึ้น มองว่าตลาดกังวลถึงประเด็นเรื่องการระบาดของไวรัสน้อยลง ทางฝั่งทิศทางทองคำยังเผชิญแรงขาย แต่มองว่า จะเริ่มสร้างฐานบริเวณนี้และเกิด Technica rebound แล้ว

ที่มา : gold.in.th ( 30 พ.ย. 64 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: