ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 15 ธ.ค.64 by GT, SCT HGF, MTS, YLG, GCAP, TDC

77

- Advertisement -

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • นักลงทุนเก็ง Fed เร่งลด QE และจะขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีหน้า จึงลดพอร์ตระยะสั้นด้วยการเทขายทุกสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อรอผลประชุม FOMCคืนนี้
  • สหรัฐฯเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพ.ย.พุ่งขึ้น +9.6% yoyเกินคาดและสูงสุดนับตั้งแต่เก็บข้อมูลมา

Technical

  • ราคาทิ้งตัวลงมาในช่วงที่ปริมาณการซื้อขายไม่สูงนัก เพราะต่างคนต่างรอผล Fed แต่การตั้งหลักที่ 1,760-1,770 ก็ถือเป็นจุดที่ต้องจับตาและเฝ้าระวังการสวิงแรง ๆ ที่มีโอกาสจะทำราคาหลอกทิศทางได้
  • แกว่งแรงแบบจับทางไม่ได้ แต่การลงมาแถวแนวล่างของฐานรับทำให้น่าเสี่ยงซื้อไปก่อนบางส่วน
  • ทิศทางวันนี้???
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ซื้อเก็งกำไรบางส่วน แต่ถ้าหลุด 1,760 ให้follow shortเน้นปิดทำกำไรให้ไว และถ้าดีดกลับขึ้นมาเกิน 1,765 ให้กลับมาเล่นฝั่งซื้อ

Attention

- Advertisement -

  • คืนนี้คาด Fed หารือเรื่องลด QE เร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นประเด็นหลัก ขณะที่ตลาดจับตาFed จะปรับมุมมองและตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อด้วยหรือไม่
  • รัฐบาลสหรัฐฯจะมีเงินใช้จ่ายไปถึง 18 ก.พ. ปีหน้า
  • ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาดเพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการอัดฉีดสภาพคล่องทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนว่ารอบนี้นักลงทุนจะเลือกทองคำหรือเงินคริปโตเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่ากัน

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ   : ทองร่วงหลังตัวเลข PPI ออก กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยคืนนี้ จับตาแนวรับ 1760

แนวรับ 1767/ 1760 / 1750  แนวต้าน 1791|1800|1810
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น    SW                    Sw/SW UP               SW                SW UP 
ระยะกลาง  SW UP                SW DOWN               SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1768-98
จุดเข้า BUY 1760-65
เป้าหมาย 1795-1810
SL 1750รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1900
จุดเข้า BUY 1760-80 เป้าหมาย 1870-1900
SL 1750   

บทวิเคราะห์ : ทองร่วงหลังประกาศดัชนี PPI ซึ่งเป็นดัชนีราคาผลิตสินค้า ซึ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ แสดงถึงภาวะเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนคาดว่าคืนนี้เฟดจะรีบเร่งขึ้นดอกเบี้ยปีหน้าหลายครั้ง โดยราคาทองมาป้วนเปี้ยนแนวรับสำคัญ $ 1760 / 1750 ซึ่งหากเฟดทำจริง ทองจะลงอีกรอบ แต่ในความเป็นจริงทุกวันนี้เฟดแทบจะไม่มีอำนาจอะไรที่จะมาควบคุมภาวะเงินเฟ้อทั้งโลก เพราะธนาคารกลางทั้งโลกพิมพ์เงินออกมาสู้สถานะการณ์ยากลำบากจากโควิดจนเกินพอดี ซึ่งจริงๆแล้วทองจะต้องควรขึ้นแรงๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ตลาดหุ้น บิตคอยส์ที่สูงล้วนจากแรงขับเงินอัดฉีดล้นระบบนั่นเอง
คืนนี้ผลการประชุมและท่าทีของเฟดจะตัดสินเกมก่อนเข้าเทศกาลหยุดยาว วอลุ่มน้อย ให้จับตาแนวนับที่ให้ดังกล่าวเป็นสำคัญ  หากตลาดไม่เชื่อน้ำยาเฟดหรือเฟดไม่ดุดัน ตลาดจะเป็นสีทอง ตรงกันข้ามถ้าเฟดกล้าหาญประกาศการขึ้นดอกเบี้ยถี่ปีหน้า ตลาดจะเป็นสีแดงทันที ปิดต่ำกว่า $1750 ให้ปรับพอร์ต / แนะนำให้รอความชัดเจนก่อนค่อยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนตาม แต่โดยรวมยังเชื่อว่าเงินเฟ้อเหนืออำนาจใดๆในปีหน้า

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับลดลงในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ จากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ภายหลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ย. (PPI) ที่พุ่งขึ้น 9.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี นับว่าเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนพ.ย. 2553 ท่ามกลางความกังวลว่าเฟดจะเร่งมาตราการนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำสุทธิ2.04 ตันจากเมื่อวาน
  • คืนนี้ช่วงเวลาตี 2 ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ  ตลาดคาดว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมที่ระดับ  0.00%-0.25% แต่เฟดอาจส่งสัญญาณปรับลดวงเงิน QE มากขึ้น นอกจากนี้สหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. ตลาดคาดว่า จะเพิ่มขึ้น 0.8% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.7% ในเดือนต.ค. และดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือนธ.ค. ตลาดคาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 24.9 จากระดับ 30.9 ในเพือนพ.ย.
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดปรับลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามตลาดรอความชัดเจนของการประชุม FOMC โดยมีแนวต้าน 1,792 ดอลลาร์ และ 1,800 ดอลลาร์ขณะที่มีแนวรับที่ 1,760 ดอลลาร์ และ 1,750 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,770.50-16.511,760/1,7501,792/1,800

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,250-5028,100/27,90028,450/28,550

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,220-11028,120/27,90028,410/28,540

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับขึ้นมาที่ 1,760 ดอลลาร์ (GF 28,120บาท)โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,750ดอลลาร์ (GF27,900บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,774.80-9.301,761/1,7511,793/1,801

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาGOZ21ปรับขึ้นมาที่ 1,761 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,751ดอลลาร์

ค่าเงิน

ค่าเงินบาทเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวทรงตัวในกรอบ 33.35-33.45 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่ และนักลงทุนรอความชัดเจนของการประชุมเฟดที่จะทราบผลในคืนนี้ ในขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้นคาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.53 โดยUSD Futures เดือนธ.ค.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 33.25บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน33.53บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์แข็งค่ารับคาดการณ์เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังPPI พุ่งแรง

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 ธ.ค.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ย.    ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.27% แตะที่ 96.5682 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดร่วง $16 หวั่นPPI พุ่งแรงหนุนเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์มื่อคืนที่ผ่านมา (14 ธ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพ.ย.ของสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 16 ดอลลาร์หรือ 0.89% ปิดที่ 1,772.3 ดอลลาร์/ออนซ์ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 2564     สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 40.4 เซนต์หรือ 1.81% ปิดที่ 21.924 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดลบ 56 เซนต์หลังIEA เตือนโอมิครอนกระทบดีมานด์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์เมื่อคืนที่ผ่านมา (14 ธ.ค.) หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ออกรายงานเตือนว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 56 เซนต์หรือ 0.8% ปิดที่ 70.73  ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. 2564  ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 69 เซนต์หรือ 0.9% ปิดที่ 73.70 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. 2564

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดลบ 106.77 จุดกังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังPPI พุ่ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่พุ่งขึ้นทำนิวไฮในเดือนพ.ย.จะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,544.18 จุดลดลง 106.77 จุดหรือ -0.30%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,634.09 จุดลดลง 34.88 จุดหรือ -0.75% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 15,237.64 จุดลดลง 175.64 จุดหรือ -1.14%

นักวิเคราะห์ชี้เฟดลดQE จะส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อตลาดเอเชีย

นักวิเคราะห์จากธนาคารยูไนเต็ดโอเวอร์ซีส์แบงก์ (UOB) คาดการณ์ว่าการยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่มีแนวโน้มที่จะสร้างความผันผวนในตลาดเอเชียเฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินรายเดือนในสัปดาห์นี้ซึ่งคาดว่าเฟดจะปรับลดวงเงินQE ลง3หมื่นล้านดอลลาร์/เดือนตั้งแต่เดือนม.ค.ปีหน้าจากปัจจุบันที่ปรับลด1.5หมื่นล้านดอลลาร์/เดือนและคาดว่าเฟดจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี2565เฮงคูนฮาวหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การตลาดของUOB  เปิดเผยในรายการSquawk Box Asia ของสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า “โดยทั่วไปธนาคารกลางในเอเชียทุกแห่งต่างเตรียมพร้อมเป็นอย่างดีโดยมีทุนสำรองFX แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกทั้งยังได้สื่อสารกันเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายของเฟดเราควรจะสามารถจัดการกับการไหลออกของเงินทุนร้อนเมื่อเฟดเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย”   นอกจากนี้นายเฮงระบุเสริมว่าปัจจัยพื้นฐานทางการค้าที่แข็งแกร่งของเอเชียมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนประเทศต่างๆในภูมิภาคและช่วยให้พวกเขาสามารถรับมือได้เมื่อเฟดยุติโครงการซื้อพันธบัตรทั้งนี้นายเฮงระบุว่า “เอเชียมีรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการค้าและถูกชี้นำโดยจีนโดยรูปแบบเศรษฐกิจของเรานั้นล้วนขับเคลื่อนด้วยการส่งออก, ช่วยให้เกิดสภาพแวดล้อมที่แข็งแกร่งและตอกย้ำเสถียรภาพของสกุลเงินท้องถิ่น” พร้อมเสริมว่า “เราจะเผชิญกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดอย่างแน่นอน”

คะแนนนิยม “ไบเดน” ลดฮวบชาวมะกันไม่ปลื้มแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-อาวุธปืน

หนังสือพิมพ์USA Today รายงานโดยอ้างอิงผลสำรวจของเอบีซีนิวส์/อิปซอสว่าชาวอเมริกันไม่พอใจกับผลงานของประธานาธิบดีโจไบเดนในการรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจ, การแพร่ระบาดของโควิด-19และความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนทั้งนี้ชาวอเมริกันมองว่าการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่น่ากังวลที่สุดโดยผลสำรวจดังกล่าวบ่งชี้ว่ามีชาวอเมริกันเพียง28%เท่านั้นที่พอใจกับการรับมือปัญหาเงินเฟ้อของปธน.ไบเดนขณะที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน69%ไม่พึงพอใจปธน.ไบเดนเผชิญวิกฤตศรัทธาอย่างหนักจากชาวอเมริกันที่ไม่พอใจแนวทางการรับมือโรคระบาดโดยขณะนี้เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนแพร่กระจายไปทั่วประเทศจนทำให้รัฐบาลต้องกลับมาบังคับใช้กฎการสวมหน้ากากอนามัยรวมทั้งจำกัดการเดินทางและผลักดันการฉีดวัคซีนเข็มที่3 ผลสำรวจล่าสุดระบุว่าชาวอเมริกัน53%พอใจกับการรับมือโรคระบาดของปธน.ไบเดนลดลงจากผลสำรวจในเดือนมี.ค.ซึ่งระบุว่ามีประชาชนพึงพอใจสูงถึง72%ขณะที่สัดส่วนความไม่พอใจในการสำรวจครั้งล่าสุดมีสูงถึง45%

อังกฤษเตือนโอมิครอนกลายเป็นสายพันธุ์หลักในลอนดอนภายใน 48 ชั่วโมง

นายซาจิดจาวิดรัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษกล่าวว่าไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและจะเป็นสายพันธุ์หลักในกรุงลอนดอนภายในเวลา 48 ชั่วโมง  “ยังไม่เคยมีไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใดที่ระบาดเร็วแบบนี้มาก่อนและในขณะที่โอมิครอนคิดเป็นสัดส่วนเพียง 20% ของผู้ติดเชื้อในอังกฤษแต่ก็สูงถึง 44% ในกรุงลอนดอนและเราคาดว่าโอมิครอนจะเป็นสายพันธุ์หลักในกรุงลอนดอนภายในเวลา 48 ชั่วโมง” นายจาวิดกล่าวด้านนายบอริสจอห์นสันนายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวยืนยันในวันนี้ว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 รายหนึ่งในอังกฤษได้เสียชีวิตลงหลังติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนผู้ป่วยรายนี้ถือเป็นผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกในอังกฤษที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน     “เป็นเรื่องน่าเศร้าที่โอมิครอนทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและทำให้มีผู้ป่วยอย่างน้อย 1 รายเสียชีวิตดังนั้นผมคิดว่าเราต้องปรับแนวคิดใหม่จากเดิมที่คิดว่าไวรัสนี้ไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรงและให้ตระหนักถึงความรวดเร็วในการแพร่ระบาดในหมู่ประชาชนดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่เราทำได้คือการให้ทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3” นายจอห์นสันกล่าว

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ทองคำปรับตัวลดลงเกือบ 1%  จากความกังวลตามกระแสเฟดจะเร่ง Tapering QE รวมถึงโอกาสที่อาจขึ้นดอกเบี้ย และราคายังแกว่งตัวในกรอบ 1,765 – 1,790 เหรียญ และยังไม่ได้ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง จึงมีโอกาสเห็นราคา Breakout จากกรอบ โดยประเด็นสำคัญที่อาจส่งผลต่อการแกว่งตัวของตลาด น่าจะเป็นผลประชุมเฟดในคืนนี้ประมาณตี 2 ตามเวลาไทย ด้านดัชนี PPI สหรัฐฯ สะท้อนต้นทุนสูงขึ้น จึงเห็นข้อมูลดัชนี PPI และ Core PPI ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งรายเดือนและรายปี ในส่วนของดัชนีดอลลาร์ ยังเคลื่อนตัวในทิศทางแนวโน้มที่อาจแข็งค่าขึ้น ด้านเงินบาททรงตัวแถว 33.40 บาท/ดอลลาร์ มีการอ่อนค่าบ้างเล็กน้อยบางช่วงเมื่อวานนี้แถว 33.46 บาท/ดอลลาร์ ในส่วนของ SPDR  เทขายทองคำออกมา 2.04 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 980.6 ตัน สำหรับวันนี้จะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ Retail Sales และ Core Retail Sales รวมถึง Empire States Manufacturing Index ที่คาดจะออกมาดีขึ้น

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค 

ในทางเทคนิคทองคำยังเคลื่อนตัวกรอบ Sideways ค่อนข้างกว้าง และวันนี้อาจเห็นการ Breakout ในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้ หรืออาจเห็นความชัดเจนของทิศทางมากขึ้น วันนี้คาดจะมีแนวรับสำคัญ 1,765 เหรียญ และแนวต้านแรก 1,785 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures และ Comex คาดจะมีกรอบแนวรับแรก 1,768 เหรียญ และแนวต้าน 1,785 เหรียญเช่นเดียวกัน ทางด้านทองคำไทยเช้านี้ คาดว่าอาจเปิด -150 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ 

– นักลงทุนที่ถือ Long Position  

แนะนำลงซื้อขึ้นขาย เล่นสั้นๆ เน้นบริหารพอร์ตสมดุล

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะนำบริหารพอร์ตการลงทุนสมดุลรอผลประชุมเฟด

Gold Futures 10Z21 จะมีแนวรับที่ระดับ 28,120 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,450 บาท

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เสี่ยงซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้น โดยพิจารณาเปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,767-1,751 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,791-1,796 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คำนึงถึงความเสี่ยงจากผลการประชุมเฟด

แนวรับ : 1,767 1,751 1,732  แนวต้าน : 1,796 1,808 1,821

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  16.50ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังจากวานนี้สหรัฐเผยดัชนี PPI ที่เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต พุ่งขึ้น 9.6% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ที่มีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในเดือนพ.ย. 2010 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9.2% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าข้อจำกัดด้านอุปทานยังคงดำเนินต่อไป  ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งชี้อัตราเงินเฟ้ออาจอยู่ในระดับสูงอีกสักระยะหนึ่ง  สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เฟดจะประกาศ “เร่ง” ปรับลด QE ในการประชุมนโยบายการเงินที่กำลังจะสิ้นสุดลงในช่วงกลางดึกของคืนนี้วันนี้  เพื่อเปิดทางสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นกว่าที่เคยประเมินไว้เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น  ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำร่วงหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันบริเวณ 1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และร่วงลงต่อทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,766.58 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -2.04 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดค้าปลีก, ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) จากเฟดนิวยอร์ก, สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนธ.ค. โดย NAHBพร้อมจับตาผลการประชุมเฟด คาด“คง” ดอกเบี้ยและประกาศปรับ “เพิ่ม” วงเงินในการ Taper QE และแนะนำรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการปรับขึ้นดอกเบี้ย  รวมถึงมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐผ่านทางแถลงการณ์ของประธานเฟด, Economic  Projections (คาดการณ์ GDP, อัตราการว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ) และ Dot  Plot(คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟด  ซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลให้ราคาทองคำผันผวนได้

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทรงตัวรักษาระดับไว้ได้มีลุ้นที่ราคาจะขึ้นไปทดสอบโซน 1,791-1,796 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขณะที่แนวรับนั้นอยู่ในบริเวณ 1,767-1,751 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้แรงเข้าซื้อระยะสั้นจะเพิ่มขึ้น ซึ่งหากราคาผ่านแนวต้านแรกได้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ แนวต้านถัดไปโซน1,808 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำเสี่ยงเข้าซื้อ หากราคาไม่หลุดแนวรับ1,767-1,751ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุดโซน 1,751ดอลลาร์ต่อออนซ์) และแบ่งขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ1,791-1,796ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านได้ชะลอการปิดสถานะซื้อไปที่แนวต้านถัดไปบริเวณ 1,808 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) WHO เตือนนานาประเทศรับมือ ขณะโอมิครอนเตรียมครองโลกนายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนกำลังแพร่ระบาดในอัตราที่รวดเร็วกว่าไวรัสสายพันธุ์อื่น และมีแนวโน้มที่จะระบาดไปยังทุกประเทศทั่วโลก  “โอมิครอนกำลังแพร่ระบาดในอัตราความเร็วที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในไวรัสสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ และขณะนี้ได้ระบาดไปยัง 77 ประเทศแล้ว ความจริงก็คือ ขณะนี้โอมิครอนได้ไปยังประเทศส่วนใหญ่ของโลกแล้ว แม้ว่ายังไม่ถูกตรวจพบในบางประเทศก็ตาม” นายแพทย์ทีโดรสกล่าว
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 106.77 จุด กังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลัง PPI พุ่งดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (14 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่พุ่งขึ้นทำนิวไฮในเดือนพ.ย.จะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,544.18 จุด ลดลง 106.77 จุด หรือ -0.30%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,634.09 จุด ลดลง 34.88 จุด หรือ -0.75% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,237.64 จุด ลดลง 175.64 จุด หรือ -1.14%
  • (-) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมสูงกว่าคาดในเดือนพ.ย.สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 98.4 ในเดือนพ.ย. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 98.0 หลังจากแตะระดับ 98.2 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน
  • (-) สหรัฐเผยดัชนี PPI พุ่งเป็นประวัติการณ์ 9.6% ในเดือนพ.ย.กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต พุ่งขึ้น 9.6% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ที่มีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในเดือนพ.ย.2553 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9.2% หลังจากดีดตัวขึ้น 8.8% ในเดือนต.ค.  เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ดีดตัวขึ้น 0.8% ในเดือนพ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.5% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.6% ในเดือนต.ค.  ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4%  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐานพุ่งขึ้น 6.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ที่มีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในเดือนส.ค.2557 แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.2%
  • (-) Dogecoin พุ่งกระฉูด หลัง “อีลอน มัสก์” ไฟเขียวรับชำระค่าซื้อรถยนต์เทสลาDogecoinพุ่งขึ้นเกือบ 30% ในวันนี้ หลังจากที่นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทสลา อิงค์ กล่าวว่า เทสลาจะรับ Dogecoin จากลูกค้าสำหรับการซื้อรถยนต์ของบริษัท  ณ เวลา 18.44 น.ตามเวลาไทย Dogecoin ทะยานขึ้น 29.33% สู่ระดับ 0.20 ดอลลาร์ ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Coin Metrics 
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับคาดการณ์เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลัง PPI พุ่งแรงดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ธ.ค.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ย.  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.27% แตะที่ 96.5682 เมื่อคืนนี้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 113.73 เยน จากระดับ 113.52 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9242 ฟรังก์ จากระดับ 0.9220 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2855 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2795 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1257 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1289 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3220 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3218 ดอลลาร์
  • (-) อังกฤษติดโควิดวันเดียวเกือบ 60,000 ราย สูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 64กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษเปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่จำนวน 59,610 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2564 และสูงเป็นอันดับ 5 นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดในเดือนมี.ค.2563 ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 10,932,545 ราย ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐ อินเดีย และบราซิล  ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 150 ราย สู่ระดับ 146,627 ราย
  • (-) ไฟเซอร์ยันแพกซ์โลวิดรักษาโควิดได้ผลเกือบ 90% สามารถรับมือโอมิครอน บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ เปิดเผยในวันนี้ว่า ผลการวิเคราะห์ขั้นสุดท้ายยืนยันว่า ยาแพกซ์โลวิดของทางบริษัทสามารถลดความเสี่ยงของผู้ป่วยโควิด-19 ในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตได้ถึง 89%  นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุว่า ยาแพกซ์โลวิดมีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งขึ้นในวันนี้

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 14-15 ธ.ค.  ก่อนหน้านี้ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่งสัญญาณยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะปูทางให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด  นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดอาจปรับลดวงเงิน QE มากกว่าเดือนละ 15,000 ล้านดอลลาร์ โดยเฟดจะมีการหารือกันในการประชุมครั้งนี้ 

มุมมองทองคำภาคเช้า  ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์มื่อคืนนี้ (14 ธ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพ.ย.ของสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์ ได้แก่  ยอดค้าปลีก  ดัชนีภาคการผลิตสาขานิวยอร์ก  ดัชนีสินค้านำเข้า  ดัชนีสินค้าส่งออก  ดัชนีสินค้าคงคลัง  ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย  บ้านไหม่กำลังก่อสร้าง  ใบอนุญาติก่อสร้างที่อยู่อาศัย  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  ดัชนีภาคการผลิต เฟด สาขาฟิลาเดเฟีย  ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม  ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต   ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ  เป็นต้น 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ธ.ค.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ย.

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนี PPI พุ่งขึ้น 9.6% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ที่มีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในเดือนพ.ย.2553 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9.2% หลังจากดีดตัวขึ้น 8.8% ในเดือนต.ค. 

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,769-  1,764- 1,760

แนวต้าน  1,780–1,786– 1,790

ราคาทองคำปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์  โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต ของสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนนี้ สร้างแรงกดดันต่อตลาดอย่างมาก แต่ราคาปรับตัวลงมากแล้ว อาจมีรีบาวน์ระหว่างวัน

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

ราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้งหลังจากประกาศตัวเลขเงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI) ที่ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดยังกังวลถึงผลการประชุม FOMC ว่าจะมีการส่งสัญญาณ QE Tapering ที่รุนแรนกว่าที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ทั้งนี้ตลาดคาดไว้อยู่แล้วว่าอาจจะส่งสัญญาณการลดวงเงินเพิ่มขึ้นจาก $1.5 หมื่นล้านไปยัง $3 หมื่นล้านดอลลาร์ซึ่งทำให้ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวลดลงแรง ถึงแม้ภาพระยะสั้นจะกลับลงมาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยอีกครั้งแต่ยังมองการแกว่งตัวออกข้างมากกว่า

ที่มา : gold.in.th ( 15 ธ.ค. 64 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: