ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 22 ธ.ค.64 by SCT, GT, HGF, YLG, MTS, TDC, GCAP

135

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ   :   ทองผันผวนตามUSD เล่นข่าวไบเดนไม่ LOCKDOWN  คืนนี้ลุ้น GDP
 
แนวรับ 1780/ 1772 / 1760  แนวต้าน 1800|1807|1818
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น    SW                     Sw /SW UP             SW           SW UP 
ระยะกลาง  SW UP                SW                        SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS  1765-95
จุดเข้า BUY 1772
เป้าหมาย 1805-20
SL 1760รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1900
จุดเข้า BUY 1765-80 เป้าหมาย 1870-1900
SL 1750   

บทวิเคราะห์ :  เมื่อวานราคาทองผันผวน ตลาดเล่นข่าวสหรัฐฯติดโควิดพุ่ง แต่ตลาดเดาว่าไบเดนจะไม่กล้า LOCK DOWN คริสมาสปีใหม่ ในกรณีถ้ากลับมา LOCK DOWN ทองจะพุ่งแทน / คืนนี้ตลาดรอตัวเลข GDP และยอดขายบ้านสหรัฐฯ คาดว่าราคาจะแกว่งออกข้าง / ภาพรวมทองเป็นบวก แต่การย่อพักฐานลงมาน่าซื้อสะสมถือทั้งระยะสั้นและยาว เพราะสถานะการณ์โควิดกลับมาใหม่ / ค่าเงินบาทอ่อนค่าระยะสั้น จากกังวลโควิดเช่นกัน จะรัฐบาลคุมได้นานแค่ไหน เพราะยังไงโอเมครอนก็มาแน่ๆ ยิ่งอ่อนค่าก็ทำให้ราคาทองไทยไม่ลงมากเช่นกัน

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

- Advertisement -

  • สำนักข่าว Bloomberg ประเมิน GDP เฉลี่ยทั่วโลกในไตรมาส 4 ปีนี้จะโตแค่ +0.7% เพราะโควิดโอมิครอนทำให้การฟื้นตัวในยูโรโซนและจีนน้อยกว่าไตรมาส 3 ส่วนเงินเฟ้อสหรัฐฯไตรมาสนี้จะสูงขึ้นแตะ 5%
  • IMF ขยายเวลาผ่อนปรนการชำระหนี้ให้ 25 ประเทศที่มีรายได้ต่ำออกไปอีก 3 เดือน
  • ราคาน้ำมันดิบในตลาดสหรัฐฯรีบาวด์กลับขึ้นมาทะลุ 70 เหรียญ ในทิศทางเดียวกันกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ จากการกลับมาช้อนซื้อคืนที่ระดับต่ำหลังตก3 วันติด

Technical

  • ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปรับฐานรอขึ้น แต่วันที่ตลาดต่างประเทศหยุดเนื่องในวันคริสต์มาสไม่ตรงกันทั้งหมด จึงเป็นช่วงเวลาที่จะซบเซาไปจนถึงปีใหม่ ซึ่งต้องระวังการแกว่งแรงในภาวะวอลุ่มต่ำด้วย
  • ราคายืนยันกรอบปรับฐานระยะ1,785-1,815 ทิศทางระยะสั้นไม่มีความแน่นอน และปริมาณการซื้อขายที่ลดลงจะทำให้ความเสี่ยงที่ราคาจะสวิงสูงขึ้น
  • ทิศทางวันนี้1,785-1,815
  • จับจังหวะเล่นยังไง?เก็งกำไรในกรอบ 1,785-1,815 ถ้าออกนอกกรอบให้รอสวนหลังเห็นแท่งยาวชะลอ

Attention

  • รัฐบาลสหรัฐฯจะมีเงินใช้จ่ายไปถึง 18 ก.พ. ปีหน้า
  • ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาดเพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการอัดฉีดสภาพคล่องทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนว่ารอบนี้นักลงทุนจะเลือกทองคำหรือเงินคริปโตเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่ากัน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯเฟส 4
  • สัปดาห์นี้  สภาสหรัฐฯเริ่มพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดผลกระทบจากCOVID-19รอบใหม่
  • นักลงทุนเชื่อมั่น 45%ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยเป็น 0%
  • ระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 0% ภายในครึ่งปีแรกอยู่สูงกว่า75%
  • ความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ติดตาม  แผนการทำข้อตกลงการค้าเฟส 2

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สหรัฐจะไม่ล็อกดาว์นประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 3  

แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหว Sideways

  • ราคาทองคำ Spot ปรับลดลงเล็กน้อย ซึ่งราคาทองคำปรับลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ภายหลังที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยืนยันว่า สหรัฐจะไม่ล็อกดาว์นประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน อาจไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากนัก ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ถือครองทองคำเท่าเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 3 (ประมาณการครั้งสุดท้าย) ตลาดคาดว่าจะขยายตัวที่ 2.1%  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. โดย Conference Board ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 111.1 จากระดับ 109.50  ในเดือนพ.ย.และยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6.55 ล้านยูนิต จาก 6.34 ล้านยูนิตในเดือนพ.ย.
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,780-1,805 ดอลลาร์  โดยมีแนวต้าน 1,805 ดอลลาร์ และ 1,815 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,780 ดอลลาร์ และ 1,770 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,788.40-2.111,780/1,7701,805/1,815

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,650+5028,400/28,20028,750/28,950

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,670-11028,500/28,36028,880/28,920

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,780 ดอลลาร์ (GF 28,500 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,770 ดอลลาร์ (GF 28,360 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,793.50-8.301,781/1,7711,806/1,816

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคา GOZ21 ปรับลงมาที่ 1,781 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,771 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ค่าเงินบาทเมื่อวานนี้อ่อนค่าต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนภายในประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งศบค.ได้สั่งยกเลิกมาตรการ Test&Go ในขณะที่ระยะสั้นทิศทางค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า สำหรับ USD Futures เดือนธ.ค.64 คาดจะมีแนวรับที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 33.90 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนค่า กังวลแผนกระตุ้นศก.ถูกขวางในวุฒิสภา

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ธ.ค.) โดยได้รับผลกระทบจากการที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนอาจถูกคว่ำในวุฒิสภาสหรัฐ    ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.07% แตะที่ 96.4892 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $5.9 บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ธ.ค.) โดยสัญญาทองคำปิดที่ระดับต่ำกว่า 1,800 ดอลลาร์ติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเป็นปัจจัยกดดันตลาด   ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 5.9 ดอลลาร์ หรือ 0.33% ปิดที่ 1,788.7 ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 23.8 เซนต์ หรือ 1.07% ปิดที่ 22.529 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $2.51 รับแรงช้อนซื้อ-สหรัฐไม่ล็อกดาวน์

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 71 ดอลลาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาน้ำมันร่วงลงติดต่อกัน 2 วันทำการ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนยืนยันว่า สหรัฐจะไม่ล็อกดาวน์ประเทศแม้ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนยังคงแพร่ระบาด     ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 2.51 ดอลลาร์ หรือ 3.7% ปิดที่ 71.12 ดอลลาร์/บาร์เรล   ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2.46 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ปิดที่ 73.98 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 560.54 จุด ขานรับไบเดนยืนยันไม่ล็อกดาวน์

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ธ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนแถลงยืนยันว่า สหรัฐจะไม่ล็อกดาวน์ประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เหมือนกับที่เคยทำในเดือนมี.ค. 2563 นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มเดินทาง รวมทั้งผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทไมครอน เทคโนโลยี และไนกี้    ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,492.70 จุด เพิ่มขึ้น 560.54 จุด หรือ +1.60%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,649.23 จุด เพิ่มขึ้น 81.21 จุด หรือ +1.78% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,341.09 จุด เพิ่มขึ้น 360.14 จุด หรือ +2.40%

“โอมิครอน” กลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐ พบผู้ติดเชื้อ 73% ทั่วประเทศ

          ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐเปิดเผยแบบจำลองการประเมินล่าสุดประจำสัปดาห์ระบุว่า ขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนกระจายอยู่ทั่วประเทศคิดเป็นสัดส่วน 73% ของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดที่พบในสหรัฐ โดยเพิ่มขึ้นราว 3% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่สัดส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาลดลงเหลือเพียง 27% เท่านั้น    สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนั้นตอกย้ำถึงความวิตกที่ว่า ไวรัสโอมิครอนอาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดอีกระลอก ซึ่งจะทำให้ระบบสาธารณสุขของสหรัฐยิ่งตึงตัวมากขึ้น แม้จะมีหลักฐานว่าอาการเจ็บป่วยจากโอมิครอนไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์เดลตา แต่ระดับการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมากก็อาจทำให้โรงพยาบาลมีจำนวนผู้ป่วยมากเกินกว่าจะรองรับได้    ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดนั้นเป็นไปตามความคาดหมายอยู่แล้ว และรูปแบบในลักษณะนี้ก็พบเห็นได้ทั่วโลก โดยในบางพื้นที่ของสหรัฐนั้นพบโควิดสายพันธุ์โอมิครอนได้ในจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เกือบทั้งหมด โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 92% ในรัฐนิวยอร์กและรัฐนิวเจอร์ซีย์ ขณะที่มีสัดส่วนถึง 96% ในรัฐวอชิงตัน    นอกจากนี้ CDC ยังระบุด้วยว่า มาตรการป้องกันอื่น ๆ เช่น การใส่หน้ากากภายในอาคารและการตรวจหาเชื้อที่บ้าน ยังคงช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว

CDC แนะชาวมะกันที่ฉีดวัคซีนโควิดของ J&J ให้ฉีดเข็มบูสเตอร์เป็น mRNA

          ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ควรได้รับวัคซีนเข็มบูสเตอร์เป็นวัคซีนชนิด mRNA   คำแนะนำดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่ปรึกษาของ CDC ลงมติเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยได้แนะนำให้ชาวอเมริกันเลือกฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของโมเดอร์นาหรือของไฟเซอร์ มากกว่าของ J&J หลังมีรายงานว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนของ J&J จำนวนหลายสิบรายเกิดอาการลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่พบบ่อย  ขณะที่บริษัทโมเดอร์นา อิงค์ เปิดเผยว่า การฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ขนาด 50 ไมโครกรัมของบริษัท จะช่วยให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีต้านไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้น 37 เท่า เมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีนเพียง 2 เข็ม นอกจากนี้ หากมีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ขนาด 100 ไมโครกรัมจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโอมิครอนเป็น 83 เท่า   ทางด้านคริสเตน นอร์ลันด์ โฆษกของ CDC ระบุว่า “เมื่อพิจารณาจากคำแนะนำใหม่ นั่นหมายความว่า วัคซีนเข็มบูสเตอร์ซึ่งจะนำมาฉีดหลังได้รับวัคซีน J&J มาแล้วอย่างน้อยสองเดือนควรเป็นวัคซีนชนิด mRNA” โดยเพิ่มเติมว่า “หากคุณได้รับวัคซีนเข็มบูสเตอร์ชนิดอื่นมาแล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนชนิด mRNA ซ้ำอีก”    ทั้งนี้ ผลวิจัยที่เผยแพร่เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมาระบุว่า การฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ชนิด mRNA หลังได้รับวัคซีนแบบโดสเดียวของ J&J มีแนวโน้มเสริมประสิทธิภาพการป้องกันของแอนติบอดีได้ดีที่สุด

อังกฤษยังไม่ประกาศคุมเข้มโควิดครั้งใหม่ แต่จับตาสถานการณ์รายชั่วโมง

          คณะรัฐมนตรีอังกฤษได้เสร็จสิ้นการประชุมฉุกเฉินในวันนี้ เพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน    อย่างไรก็ดี นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวหลังการประชุมว่า รัฐบาลจะยังไม่มีการประกาศมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดครั้งใหม่ แต่จะจับตาดูสถานการณ์เป็นรายชั่วโมง     นายจอห์นสันกล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือกันเกี่ยวกับการออกมาตรการเพิ่มเติมจาก Plan B ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แต่ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ โดยรัฐบาลจะรอดูข้อมูลใหม่ที่เข้ามาเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อ, ผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล รวมทั้งจำนวนผู้เสียชีวิต และรัฐบาลจะไม่ลังเลใจในการใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น หากมีความจำเป็น

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาแกว่งตัวในกรอบ หากราคาสามารถยืนเหนือ 1,780-1,772 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ให้เปิดสถานะซื้อ และทยอยปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,804-1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,772 1,753 1,737  แนวต้าน : 1,815 1,834 1,849

จจัยพื้นฐาน 

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  2.11ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ระหว่างวันราคาทองคำจะพยายามดีดตัวขึ้น  แต่ราคาทองคำขึ้นไปทำระดับสูงสุดได้เพียง 1,800.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนที่จะเกิดแรงขายทำกำไรและแรงขายทางเทคนิคสลับออกมาหลังจากเกิดสัญญาณ RSI Bearish Divergence ใน TF 30 นาที  นอกจากนี้ราคาทองคำยังถูกกดดันจากปัจจัยพื้นฐาน  ได้แก่  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 1.47% จากแรงขายพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน  แถลงต่อชาวอเมริกันเมื่อคืนนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐจะไม่กลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์เหมือนกับที่เคยทำในเดือนมี.ค. 2020แม้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) จะออกมาเปิดเผยว่า  สายพันธุ์โอมิครอนได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐ โดยคิดเป็นสัดส่วน 73% ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดก็ตาม  ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากนักสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง  สะท้อนจากดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ปิดเพิ่มขึ้น 560.54 จุด หรือ +1.60%, ดัชนี S&P500 ปิด +1.78% และดัชนี Nasdaq ปิด +2.40% จนกระตุ้นแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งทองคำและพันธบัตร  ปัจจัยที่กล่าวมากดดันให้ราคาทองคำร่วงหลุดระดับต่ำสุดของวันก่อนหน้าและทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,784.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)และติดตามการเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายจีดีพีไตรมาส 3/2021, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB และยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ แม้ว่าจะมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามา  แต่การอ่อนตัวลงไม่มาก แสดงถึงแรงเข้าซื้อพยุงราคาไว้ ทั้งนี้ ทำให้ประเมินแนวรับระยะสั้นนั้นอยู่ในบริเวณ 1,780-1,772ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดยังคงมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,804-1,815ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดของสัปดาห์นี้และสัปดาห์ที่ผ่านมา)

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำซื้อขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว เปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,780-1,772ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,772 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,804-1,815ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนค่า กังวลแผนกระตุ้นศก.ถูกขวางในวุฒิสภาดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ธ.ค.) โดยได้รับผลกระทบจากการที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนอาจถูกคว่ำในวุฒิสภาสหรัฐ  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.07% แตะที่ 96.4892 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2925 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2947 ดอลลาร์แคนาดา แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 114.10 เยน จากระดับ 113.71 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9238 ฟรังก์ จากระดับ 0.9222 ฟรังก์  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1281 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1274 ดอลลาร์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ ที่ระดับ 1.3264 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3202 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7154 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7110 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) นายกฯอังกฤษยืนยันไม่ประกาศยกระดับคุมเข้มโควิดก่อนคริสต์มาส  นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยืนยันในวันนี้ว่า รัฐบาลจะยังไม่ประกาศยกระดับคุมเข้มมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อนเทศกาลคริสต์มาส  “เราไม่คิดว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะออกมาตรการคุมเข้มก่อนคริสต์มาส แต่เราไม่สามารถตัดทางเลือกเกี่ยวกับการใช้มาตรการใดๆออกไปหลังคริสต์มาส โดยเราจะยังคงจับตาโอมิครอนต่อไป และหากสถานการณ์เลวร้ายลง เราก็พร้อมที่จะดำเนินการ หากมีความจำเป็น” นายจอห์นสันกล่าว
  • (+)โอมิครอนยึดตำแหน่งสายพันธุ์หลักในเดนมาร์กแล้ว ต่อจากสหรัฐกระทรวงสาธารณสุขของเดนมาร์กเปิดเผยในวันนี้ว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักในเดนมาร์กแล้ว  นายแมกนัส ฮูนิค รัฐมนตรีสาธารณสุขเดนมาร์ก เป็นผู้เปิดเผยเรื่องดังกล่าวผ่านทางทวิตเตอร์ในวันนี้
  • (+) จีนตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ร้องยุติแทรงแซงกิจการภายในประเทศ  จีนตัดสินใจออกมาตรการตอบโต้และคว่ำบาตรชาวอเมริกันจำนวน 4 คนเพื่อเป็นการสวนกลับต่อกรณีที่สหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนจำนวน 4 คนจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์  ทั้งนี้ นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ระบุในวันนี้ว่า “เราขอเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและหยุดแทรกแซงประเด็นซินเจียงและกิจการภายในของจีน”
  • (-) FDA เตรียมอนุมัติยาแพ็คคู่ “โมลนูพิราเวียร์-แพกซ์โลวิด” พรุ่งนี้ สู้โอมิครอน!สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) เตรียมอนุมัติยาโมลนูพิราเวียร์ของบริษัทเมอร์ค แอนด์ โค และยาแพกซ์โลวิดของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ พร้อมกันในวันพรุ่งนี้ (22 ธ.ค.) ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉิน  หาก FDA ให้การอนุมัติยาโมลนูพิราเวียร์และยาแพกซ์โลวิดในวันพรุ่งนี้ตามคาด ก็จะเป็นการปลดล็อกให้มีการใช้ยาดังกล่าวทั่วโลก เนื่องจากหน่วยงานสาธารณสุขของหลายประเทศยังคงรอการรับรองจาก FDA ก่อนที่จะให้การอนุมัติการใช้ยาดังกล่าว
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 560.54 จุด ขานรับไบเดนยืนยันไม่ล็อกดาวน์ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (21 ธ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนแถลงยืนยันว่า สหรัฐจะไม่ล็อกดาวน์ประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เหมือนกับที่เคยทำในเดือนมี.ค. 2563 นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มเดินทาง รวมทั้งผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทไมครอน เทคโนโลยี และไนกี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,492.70 จุด เพิ่มขึ้น 560.54 จุด หรือ +1.60%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,649.23 จุด เพิ่มขึ้น 81.21 จุด หรือ +1.78% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,341.09 จุด เพิ่มขึ้น 360.14 จุด หรือ +2.40%

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำทรงตัวบริเวณ 1,790 เหรียญ โดยต่ำกว่าระดับ 1,800 เหรียญเป็นวันที่ 3 โดนภาพรวมตลาดยังคงทรงตัวอยู่เหนือบริเวณเส้นค่าเฉลี่ยระยะกลางกับยาวได้ เนื่องจากตลาดเริ่มคลายความกังวลจากไวรัสโอไมครอน โดยที่สหรัฐฯ ประกาศจะไม่ล็อคดาว และยุโรปพยายามเพิ่มมาตรการการฉีดวัคซีนให้รวดเร็วขึ้นเพื่อควบคุมไวรัส ภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯค่อนข้างทรงตัวอยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงช่วงก่อนโควิด ทำให้ดัชนีดอลลาร์อยู่ระดับสูงที่ 96.46 จุด ในขณะที่ค่าเงินบาทกลับมาอยู่ในทิศทางที่เริ่มอ่อนค่า โดยค่าเงินบาทมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 33.80 – 33.85 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งหากค่าเงินบาททะลุขึ้นไป จะมีโอกาสอ่อนค่าต่อเนื่องไปถึง 34 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวได้ไม่ดีนัก จากการแพร่ระบาดของโอไมครอนและการจำกัดการเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาต้นปี คนที่ลงทะเบียนไม่ทัน ต้องเข้ามากักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงต้นปี ภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาการส่งออกค่อนข้างมาก ขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่ค่อยฟื้นตัว เนื่องจากต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวจำนานมาก สำหรับกองทุน SPDR เมื่อวานนี้ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 978.57 ตัน และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือดุลการค้าอยู่ราว 220 ล้านเหรียญ ในช่วงไตรมาสที่ 3/2021 ดังนั้น ภาพรวมของเศรษฐกิจ ณ สิ้นปี เริ่มมีการฟื้นตัวอย่างช้าๆ และคาดว่าจะเห็น Omicron เป็นปัจจัยหลักของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจปีหน้า

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค 

ราคาทองคำเคลื่อนตัวบริเวณใกล้เคียงเส้นค่าเฉลี่ยระยะกลางและระยะยาว หากราคาทองคำสามารถกลับมายืนเหนือระดับ 1,815 เหรียญได้ จะทำให้เป็นทิศทางขาขึ้นในระยะยาว ขณะที่ในระยะสั้น หากยังสามารถทรงตัวอยู่เหนือบริเวณนี้ได้ ก็ยังจะเป็นทิศทาง Sideways โดยทองคำมีแนวรับสำคัญที่ 1,770 เหรียญ วันนี้คาดว่าราคาทองคำเคลื่อนในกรอบที่ระดับแนวรับ 1,775 เหรียญ และแนวต้าน 1,805 เหรียญ สำหรับ Gold Online Futures และ Comex Gold คาดจะมีแนวรับ 1,777 เหรียญ และแนวต้าน 1,807 เหรียญ ในภาพรวมราคาทองคำไทยวันนี้อาจยังทรงตัวหรือปรับลดลง -50 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

ยังคงแนะนำให้เล่นสั้น Sideways ในกรอบแคบๆ

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

เล่นสั้นๆ เข้าออกเร็วในวัน ควรบริหารพอร์ตสมดุลก่อนเข้าสู่วันหยุดเทศกาล

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

เล่นสั้นๆ เข้าออกเร็วในวัน ควรบริหารพอร์ตสมดุลก่อนเข้าสู่วันหยุดเทศกาล

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

ปธน.ไบเดน ยืนยันจะไม่กลับไปใช้มาตรการ Lockdown อีกรอบหนึ่ง โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนเข้ารับเข็ม Booster เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลไปจนถึงลดการเสียชีวิต ทั้งนี้ตลาดหุ้นยังปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ฟื้นตัวขึ้นแรง สำหรับราคาทองคำมองว่าจะยังคงแกว่งตัวไม่ได้มีการเคลื่อนไหวมากนักในช่วงนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มลดสถานะลงเนื่องจากใกล้วันหยุดยาว ยังมองการเคลื่อนไหวในโซน $1785-1815

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ธ.ค.) โดยได้รับผลกระทบจากการที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนอาจถูกคว่ำในวุฒิสภาสหรัฐ

มุมมองทองคำภาคเช้า  ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (21 ธ.ค.) โดยสัญญาทองคำปิดที่ระดับต่ำกว่า 1,800 ดอลลาร์ติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 1.474% อันเนื่องมาจากการคาดการณ์ที่ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ  ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย  นอกจากนี้การซื้อขายในตลาดทองคำเป็นไปอย่างซบเซาเนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนถึงวันหยุดในเทศกาลคริสต์มาส

นักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขที่จะประกาศในรอบสัปดาห์นี้ได้แก่ ประมาณการ GDP ไตรมาส 3   ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เฟด ชิคาโก ความเชื่อมั่นผู้บริโภค  ยอดขายบ้านมือสอง คำสั่งซื้อสินค้าคงทน  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  รายได้ส่วนบุคคล  รายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล  ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล  ยอดขายบ้านใหม่  ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ธ.ค.) โดยได้รับผลกระทบจากการที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนอาจถูกคว่ำในวุฒิสภาสหรัฐ       

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,780 –  1,776-  1,772

แนวต้าน  1,800 – 1,806– 1,811

ราคาทองคำปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในปีหน้า นอกจากนี้ภาวะการซื้อขายทองคำเป็นไปอย่างซบเซาเนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนถึงวันหยุดในเทศกาลคริสต์มาส  แนะลงทุนในกรอบ

ที่มา : gold.in.th ( 22 ธ.ค. 64 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: