ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 10 ม.ค.65 by GT,HGF, GCAP, YLG,TDC

194

- Advertisement -

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • สหรัฐฯกำลังถูกบีบให้ลงนามเข้าร่วมข้อตกลงจัดเก็บภาษีขั้นต่ำเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมไม่ว่าบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จะจดทะเบียนตั้งอยู่ที่ใดในโลกก็ตาม ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวเป็นสหรัฐฯเองที่ริเริ่ม แต่ฝ่ายการเมืองกลับยังเสียงแตกว่าควรจะเข้าร่วมดีหรือไม่ ทั้งที่มีกว่า 130 ประเทศพร้อมลงนามรับข้อตกลงแล้ว
  • ยูโรโซนเผยดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือนธ.ค. พุ่งขึ้น +5%yoyนับเป็นเงินเฟ้อที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

Technical

  • ราคาพยายามรีบาวด์ แต่ขึ้นไม่ถึงเส้น MA ที่ 1,800ทิศทางระยะสั้นยังมีแนวโน้มลงสู่ 1,750-1,760
  • เส้น MA ทั้งสองดักรอที่ 1,800ทำให้แนวต้านแข็งแกร่งขึ้นและมีโอกาสจะทะลุขึ้นไปยืนได้น้อยมาก
  • ทิศทางวันนี้ขึ้นไม่ได้ก็ลงเหอะ
  • จับจังหวะเล่นยังไง?trading short

Attention

- Advertisement -

  • รัฐบาลสหรัฐฯจะมีเงินใช้จ่ายไปถึง 18 ก.พ.
  • ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาดเพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการอัดฉีดสภาพคล่องทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนว่ารอบนี้นักลงทุนจะเลือกทองคำหรือเงินคริปโตเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่ากัน

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองปิดบวกจากความผิดหวังการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ

คืนนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ

แนวโน้มราคาทองคำคาดระวังแรงเทขายบริเวณ 1,805 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นเข้าใกล้บริเวณ 1,800 ดอลลาร์ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเปิดเผยออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้  โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 199,000 ตำแหน่ง จากที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 426,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ดีค่าจ้างรายชั่วโมงและอัตราการว่างงานออกมาอย่างแข็งแกร่งส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าเฟดยังคงเดินหน้าแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และลดวงเงิน QE  ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำสุทธิ 1.42 ตันจากสัปดาห์ก่อน
  • สัปดาห์นี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค.  การเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขต  (Beige Book)  ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนธ.ค.  ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.  การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ของม.มิชิแกน
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดระวังแรงเทขายบริเวณ 1,805 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้าน 1,805 ดอลลาร์ และ 1,815 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,780 ดอลลาร์ และ 1,770 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,795.92+5.221,780/1,7701,805/1,815

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,600+5028,400/28,25028,750/28,850

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,690+5028,420/28,27028,720/28,840

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,780 ดอลลาร์ (GF 28,420 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,770 ดอลลาร์ (GF 28,270 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,799.50+3.301,781/1,7711,806/1,816

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคา GOH22 ปรับลงมาที่ 1,781 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,771 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางค่าเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็วเป็นเวลา 2 วันติดต่อกันแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์กว่า ๆ เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า จากความกังวลนโยบายการเงินของเฟด ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทคาดว่ากลับมาแข็งค่าเล็กน้อย สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.65 คาดจะมีแนวรับที่ 33.40 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 33.75 บาท/ดอลลาร์

News

โมเดอร์นาชี้อาจต้องฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 4 หลังแนวโน้มประสิทธิภาพบูสเตอร์ลด

          นายสเตฟาน บันเซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทโมเดอร์นา อิงค์เปิดเผยว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มกระตุ้นมีแนวโน้มลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ประชาชนอาจต้องฉีดเข็มที่ 4 เพื่อเสริมการป้องกัน  นายบันเซลกล่าวว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว มีแนวโน้มที่จะได้รับการป้องกันเพียงพอตลอดช่วงฤดูหนาวซึ่งมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในขณะที่ผู้คนมาอยู่รวมกันภายในอาคารเพื่อหนีจากอากาศที่หนาวเย็น   อย่างไรก็ตาม นายบันเซลกล่าวว่าประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มบูสเตอร์นั้นอาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนเช่นเดียวกับวัคซีนสองโดสแรก   ทั้งนี้ นายบันเซลได้ให้สัมภาษณ์กับโกลด์แมน แซคส์ในระหว่างการประชุมซีอีโอธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพที่ธนาคารจัดขึ้น   นายบันเซลกล่าวถึงประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มบูสเตอร์ว่า “ผมคงจะแปลกใจถ้าข้อมูลที่จะออกมาในอีกไม่กี่สัปดาห์บ่งชี้ว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มบูสเตอร์ยังคงดีอยู่แม้เวลาผ่านไป ผมว่ามันไม่เป็นอย่างนั้น” และกล่าวอีกว่า “เราพูดเสมอว่าไวรัสจะไม่หายไป เราจึงต้องอยู่ร่วมกับมัน”   ซีอีโอของโมเดอร์นากล่าวว่า รัฐบาลหลายประเทศ รวมถึงอังกฤษและเกาหลีใต้ได้สั่งซื้อวัคซีนเข็มบูสเตอร์เตรียมไว้แล้ว “ผมเชื่อว่า เราต้องฉีดเข็มบูสเตอร์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้และปีต่อ ๆ ไป สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะโรคประจำตัวอาจต้องฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ไปทุกปีเช่นกัน”   สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า โมเดอร์นาได้เผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้นเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ระบุว่า การฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ขนาด 50 ไมโครกรัมของบริษัท จะช่วยให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีต้านไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้น 37 เท่า ส่วนการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ขนาด 100 ไมโครกรัมจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโอมิครอนเป็น 83 เท่า

WHO ย้ำโอมิครอนยังอันตรายแม้แสดงอาการรุนแรงน้อยกว่า วอนทั่วโลกเร่งฉีดวัคซีน

          นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า แม้เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะทำให้เกิดอาการรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ควรจัดว่าเป็นสายพันธุ์ที่ไม่อันตราย     “ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนยังคงต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น” นายแพทย์ทีโดรสกล่าวในการแถลงข่าววานนี้ (6 ม.ค.)    สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ขณะนี้ผลวิจัยเบื้องต้นบ่งชี้ว่าโอมิครอนก่อให้เกิดอาการรุนแรงน้อยกว่า และผู้ติดเชื้อมีความเสี่ยงที่จะต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลน้อยลง อย่างไรก็ดี ด้วยความที่สายพันธุ์โอมิครอนแพร่กระจายได้ง่าย ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกจึงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งได้สร้างแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุขเป็นอย่างมาก   WHO ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้น 71% ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 2 ม.ค. เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 10% โดย WHO คาดว่า ยอดผู้ติดเชื้อที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่มีการรายงาน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นในการรายงานสัปดาห์

วัคซีนโควิดของจอห์นสันฯป้องกันการติดเชื้อแบบทะลุภูมิได้นานถึง 6 เดือน

          บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (6 ม.ค.) ว่า ผลการศึกษาจากสถานการณ์จริง (Real-world Study) พบว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของ J&J ซึ่งใช้เพียงโดสเดียวนั้น สามารถป้องกันการติดเชื้อแบบ Breakthrough Infection และยังป้องกันการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้เป็นเวลานานถึง 6 เดือน    ทั้งนี้ Breakthrough Infection หมายถึงการติดเชื้อ แม้ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วก็ตาม  J&J ระบุว่า ประสิทธิภาพวัคซีนของบริษัทในการป้องกันการติดเชื้อจะเริ่มลดลงก็ต่อเมื่อการฉีดวัคซีนผ่านพ้นไปแล้ว 4 เดือน เมื่อเทียบกับวัคซีนสองโดสของบริษัทไฟเซอร์/ไบออนเทค และวัคซีนของโมเดอร์นา ซึ่งประสิทธิภาพในการป้องกันลดลงหลังจากฉีดผ่านพ้นไปเพียง 2 เดือนเท่านั้น     นอกจากนี้ J&J ระบุว่า ผลการศึกษายังพบว่า ประสิทธิภาพวัคซีนของทั้ง 3 บริษัทไม่ลดน้อยลงในการป้องกันการเข้ารับการรักษาในห้องผู้ป่วยหนัก (ICU)

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (7 ม.ค.) หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาด     อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงเดินหน้าแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เนื่องจากรายงานการจ้างงานดังกล่าวยังมีสิ่งบ่งชี้ถึงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น โดยตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน และพุ่งขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2563 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.1%   

มุมมองทองคำภาคเช้า  ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (7 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากที่ผิดหวังกับการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐที่ต่ำกว่าคาด    ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 199,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 422,000 ตำแหน่ง 

นักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์ได้แก่ สินค้าคงคลังภาคค้าส่ง  ดัชนีธุรกิจขนาดเล็ก  ดัชนีราคาผู้บริโภครายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  ดัชนีราคาผู้ผลิต  ยอดค้าปลีก  ดัชนีสินค้านำเข้า ดัชนีสินค้าส่งออก  ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม   ดัชนีสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน เป็นต้น    

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (7 ม.ค.) หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาด

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงเดินหน้าแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เนื่องจากรายงานการจ้างงานดังกล่าวยังมีสิ่งบ่งชี้ถึงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น โดยตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน และพุ่งขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2563 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.1% 

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,786-  1,780- 1,775

แนวต้าน  1,802–1,807– 1,812

ราคาทองคำปิดบวกเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาด  แต่อย่างไรก็ตามการดีดตัวขึ้นยังทำได้ในวงจำกัดหลังจากโดนสกัดกั้น จากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นกดดันราคาทองคำในช่วงท้ายตลาด

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

เน้นเก็งกำไรในกรอบจากการแกว่งตัว หากราคายังไม่ผ่านโซน 1,800-1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำเปิดสถานะขายในบริเวณดังกล่าว (ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์)เข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรหากไม่หลุดแนวรับ1,778-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,776 1,764 1,751  แนวต้าน : 1,807 1,821 1,834

จจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.22ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างวันราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบจำกัดก่อนการเปิดเผยตัวเลขในตลาดแรงงานของสหรัฐ  ทั้งนี้  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า  อัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2020 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.1%  ส่วนค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน และพุ่งขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้  ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องและอาจใกล้ระดับการจ้างงานเต็มประสิทธิภาพซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)  ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดงบดุลในปีนี้ นั่นทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่มกราคม 2020 ที่ 1.801% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยให้อ่อนตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์บริเวณ1,782.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  การอ่อนตัวลงของราคาทองคำเป็นไปอย่างจำกัด  ส่วนหนึ่งเนื่องจากราคาทองคำอยู่ภาวะขายมากเกินไป  ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 199,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 422,000 ตำแหน่ง  นั่นทำให้ดัชนีดอลลาร์ขยับอ่อนค่าลง 0.61% และเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนให้เกิดแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาทองคำเอาไว้อีกทางหนึ่งด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง  -1.74 ตัน  สำหรับวันนี้  ติดตามการเปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งของสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคายังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,800-1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาซึ่งหากราคาพยายามทรงตัว หรือ หากราคายืนเหนือโซนแนวรับ1,778-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ดูบริเวณ 1,800-1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านได้แนะนำเปิดสถานะขายทำกำไรระยะสั้น เพื่อรอเข้าซื้อทำกำไรเมื่อราคาอ่อนลงหรือไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,778-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวต้านแรกได้ให้รอดูบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,821ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) อิหร่านขึ้นบัญชีดำชาวมะกันอีก 51 คน ฐานมีส่วนลอบสังหาร “โซเลมานี”กระทรวงต่างประเทศของอิหร่านได้ขึ้นบัญชีดำชาวอเมริกันเพิ่มอีก 51 คนเมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่านแถลงการณ์ของกระทรวงฯ ระบุว่า การขึ้นบัญชีดำรอบใหม่เป็นการคว่ำบาตรชาวอเมริกัน ซึ่งได้แก่ พลเอกมาร์ค มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม และนายโรเบิร์ต โอไบรอัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ โดยเป็นไปตามกฎหมายของอิหร่านว่าด้วยการต่อสู้การละเมิดสิทธิมนุษยชน การกระทำที่เสี่ยงและเข้าข่ายการก่อการร้ายของสหรัฐในภูมิภาค
  • รัสเซียออกมาตอบโต้สหรัฐอย่างดุเดือด หลังจากนายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แสดงความเห็นว่า คาซัคสถานอาจต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการขจัดกองกำลังรัสเซียออกจากประเทศ  พร้อมทั้งระบุว่า นายบลิงเกนควรหันไปทบทวนเรื่องที่กองทัพสหรัฐเข้าแทรกแซงทั่วโลกต่างหากการตอบโต้ของรัสเซียเกิดขึ้นหลังจากที่นายบลิงเกนได้ตั้งคำถามถึงการอ้างเหตุผลของรัสเซียในการส่งทหารเข้าไปในคาซัคสถาน หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศไม่กี่วัน
  • นายมิเคลิส แฮดจิแพนเทลัส รัฐมนตรีสาธารณสุขของไซปรัส เปิดเผยถึงการพบไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ครั้งใหม่ ซึ่งมีชื่อว่า “เดลตาครอน” โดยยังไม่มีสัญญาณที่น่าวิตกกังวลในขณะนี้ทั้งนี้ ทีมวิจัยของศาสตราจารย์ลีออนดิโอส คอสทริคิส หัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและไวรัสวิทยาระดับโมเลกุล มหาวิทยาลัยไซปรัส เป็นผู้ค้นพบไวรัสกลายพันธุ์ดังกล่าวศาสตราจารย์คอสทริคิสให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า ไวรัสกลายพันธุ์มีลักษณะทางพันธุกรรมของไวรัสสายพันธุ์เดลตาและไวรัสโอมิครอนอีกบางส่วน จึงได้ชื่อว่า “เดลตาครอน”
  • ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (7 ม.ค.) หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาดทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.61% แตะที่ 95.7275  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 115.56 เยน จากระดับ 115.93 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9185 ฟรังก์ จากระดับ 0.9223 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2633 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2728 ดอลลาร์แคนาดายูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1362 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1287 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3595 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3525 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าแตะที่ระดับ 0.7184 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7165 ดอลลาร์สหรัฐ
  • 4.81 จุด ผิดหวังตัวเลขจ้างงาน-วิตกดอกเบี้ยขาขึ้นดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (7 ม.ค.) และปรับตัวลงในสัปดาห์แรกของปีใหม่นี้ เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,231.66 จุด ลดลง 4.81 จุด หรือ -0.013%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,677.03 จุด ลดลง 19.02 จุด หรือ -0.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,935.90 จุด ลดลง 144.96 จุด หรือ -0.96%
  • 1.77% เก็งเฟดขึ้นดบ.แม้จ้างงานต่ำคาดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปียังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดีดตัวเหนือระดับ 1.77% ขานรับอัตราว่างงานของสหรัฐต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ณ เวลา 23.07 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 1.774% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.123%
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 199,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 422,000 ตำแหน่ง  ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.9% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.1%  กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนพ.ย. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 249,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 210,000 ตำแหน่ง และปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนต.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 648,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 546,000 ตำแหน่ง   กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่าภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 211,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐจ้างงานลดลง 12,000 ตำแหน่ง  ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน และพุ่งขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี 

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 199K ตำแหน่ง สวนทางกับที่คาดการณ์ไว้ 400K ตำแหน่งและตัวเลข ADP ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 2 เท่า ขณะที่อัตราว่างงานปรับตัวลดลงแตะ 3.9% ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิด COVID-19 ทั้งนี้หลังจากการประกาศตัวเลขยังพบว่า Bond yield อายุ 10 ปียังปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามายังตลาดทองคำ ทำให้มองว่าด้วยฐานราคาที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ทองคำยังอยู่ในช่วงรีบาวน์

ที่มา : gold.in.th ( 10 ม.ค. 65)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: