ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ม.ค.65 by SCT, GT, HGF, CAF, YLG, GCAP, TDC

81

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ   :  ทองยัง SW รอเฟดแถลงแนวทางคืนนี้ แนะรอย่อซื้อตอนลงแรง
   
แนวรับ 1784/ 1778  / 1767  แนวต้าน 1800 |1806|1815
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น     SW                      SW                  SW               SW   
ระยะกลาง  SW               SW /SW UP            SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1778-1805
จุดเข้า BUY 1770-80
เป้าหมาย 1800-15
SL 1750รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1900
จุดเข้า BUY 1765-80 เป้าหมาย 1870-1900
SL 1750   

บทวิเคราะห์ : เมื่อวานทองพยายามรีบาวด์แต่ยังติดแนวต้านแถว $1800-5 โดยนักลงทุนยังรอฟังแนวทางขึ้นดอกเบี้ยของเฟดคืนนี้ และตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐฯที่จะประกาศคืนพรุ่งนี้ คาดว่าเฟดน่าจะแถลงแบบเดิม แต่เงินเฟ้อที่จะประกาศอาจหนุนราคาทองได้ จึงแนะนำให้รอซื้อช่วงราคาทิ้งตัวในช่วง2 วันอันตราย เพื่อเล่นสั้นๆจังหวะการรีบาวด์เป็นรอบๆไปก่อน
โดยภาพระยะกลางทองยังต้องอดทนต่อคำขู่ของเฟดที่ทั้งลด QE เร่งขึ้นดอกเบี้ยสามครั้งและเร็วขึ้นในปีนี้ แต่เชื่อว่าดัชนีเงินเฟ้อปีนี้จะยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยทัน และตลาดก็เริ่มทยอยรับข่าวดอกเบี้ยนี้ไปเรียบร้อยแล้ว เห็นได้จากราคาทองลงน้อยลงยาก  ดังนั้นนักลงทุนระยะกลางค่อยรอราคาทองร่วงแรงค่อยสะสม สำหรับสัปดาห์นี้เรารอฟังเฟดและสมาชิกเฟดแถลงเพื่อจับแนวทางการขึ้นดอกเบี้ยจะได้เปรียบในเชิงกลยุทธ์การเทรดในระยะกลางกันดีกว่า

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

- Advertisement -

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯทุกช่วงอายุพุ่งขึ้นแตะระดับสูงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี ดักหน้า Fed ตัด QE จนเป็นศูนย์และเริ่มขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อ
  • หุ้นโตเร็วในกลุ่มเทคโนโลยีและสกุลเงินคริปโตยังคงถูกกดดันอย่างหนักจากการเปลี่ยนนโยบายการเงินของ Fedมาเป็นเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคาบิทคอยน์หลุด 40,000 ดอลลาร์ เป็นเวลาสั้น ๆ และ ARK ร่วงจากจุดสูงสุดในรอบ 1 ปีแล้วกว่า 40%
  • ค่าเฉลี่ยคาดการณ์ดัชนีCPI ของสหรัฐฯในเดือนธ.ค. จะพุ่งขึ้น +7.1%yoyซึ่งจะสูงที่สุดในรอบ 40 ปี

Technical

  • เช้านี้มีแรงซื้อกลับดันให้ราคาทองคำขึ้นมายืนเหนือเส้น MA ที่ 1,800ได้สำเร็จ แต่ระยะสั้นยังไม่ใช่ขาขึ้นและมีแนวโน้มจะอ่อนแรงลงได้อีก
  • ถ้าหลุดเส้น MA ทั้งสองที่ระดับ1,800อีกครั้ง แนวนี้จะไร้ความหมาย และราคาจะเป็นขาลงชัดขึ้น
  • ทิศทางวันนี้ดูสิว่าจะยื้อได้กี่วัน
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ฝั่งชอร์ตควรลดพอร์ตลงก่อน แล้วรอจังหวะเข้าชอร์ตใหม่อีกครั้งเมื่อราคาหมดรอบรีบาวด์ ฝั่งซื้อพอจะเล่นสั้นได้แบบตีหัวเข้าบ้าน

Attention

  • รัฐบาลสหรัฐฯจะมีเงินใช้จ่ายไปถึง 18 ก.พ.
  • ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาดเพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการอัดฉีดสภาพคล่องทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนว่ารอบนี้นักลงทุนจะเลือกทองคำหรือเงินคริปโตเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่ากัน

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

นักลงทุนเข้าซื้อทองคำ หลังจากราคาทองคำปรับลดลงติดต่อกัน

คืนนี้สหรัฐไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ

แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดปรับตัวขึ้น

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำ หลังจากที่ราคาทองคำปรับลดลง 3 วันติดต่อกัน เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังจากที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์และจะลดขนาดงบดุล อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นของราคาทองคำยังไม่มากนัก ซึ่งราคาทองคำยังคงอยู่แถวบริเวณ 1,800 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนยังจับตาตัวเลขเงินเฟ้อที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ถือครองทองคำเท่าเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่สำหรับพรุ่งนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน จากที่เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเที่ยบรายเดือนในเดือนพ.ย. หรือเพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบรายปี หรือเพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบรายปี นอกจากนี้สหรัฐเปิดเผยการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขต  (Beige Book) ในช่วงเวลาตี 2
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดปรับตัวขึ้น โดยมีแนวต้าน 1,810 ดอลลาร์ และ 1,820 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,790 ดอลลาร์ และ 1,780 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,801.00+5.081,790/1,7801,810/1,820

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,650+10028,400/28,25028,750/28,850

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,740+2028,580/28,44028,840/28,960

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,790 ดอลลาร์ (GF 28,580 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,780 ดอลลาร์ (GF 28,440 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,803.90+3.501,791/1,7811,811/1,821

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคา GOH22 ปรับลงมาที่ 1,791 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,781 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันทะลุบริเวณ 33.61 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ทำให้ทิศทางค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อ จับตาสถานการณ์เกี่ยวกับสายพันธุ์โอมิครอนในประเทศ สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.65 คาดจะมีแนวรับที่ 33.40 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 33.87 บาท/ดอลลาร์

News

“โกลด์แมนแซคส์” คาดเฟดปรับดอกเบี้ยขึ้น 4 ครั้งปีนี้-เริ่มปรับลดงบดุลเดือนก.ค.

          โกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐเปิดเผยการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ และจะเริ่มการปรับลดขนาดงบดุลบัญชีในช่วงเดือนก.ค.หรือเร็วกว่านั้น  นายแจน ฮัตซีอุส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ให้ความเห็นว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐที่ตึงตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยจากรายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 14-15 ธ.ค. บ่งชี้ว่า เฟดอาจมีการปรับแนวทางดำเนินนโยบายเพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติเร็วกว่ากำหนด   “เราปรับคาดการณ์การลดขนาดงบดุลบัญชีของเฟด จากเดิมเดือนธ.ค. 2565 มาเป็นเดือนก.ค. และเป็นไปได้ว่าอาจเกิดขึ้นเร็วกว่านั้น ” นายฮัตซีอุสกล่าว พร้อมระบุว่า “ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่น่าจะยังอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายในขณะนั้น เราจึงคิดว่าเฟดไม่น่าจะเลือกปรับลดงบดุลบัญชีแทนการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกต่อไป โดยคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมี.ค., มิ.ย. และก.ย. และจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.ด้วย”  

IMF แนะประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่เตรียมตัวรับมือเฟดขึ้นดอกเบี้ย

          กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ต้องเตรียมตัวรับมือกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยเตือนว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วกว่าคาดของเฟดอาจสั่นคลอนตลาดเงินและจุดชนวนให้เกิดการไหลออกของเงินทุน และทำให้เกิดการอ่อนค่าของสกุลเงินต่างประเทศ   ทั้งนี้ IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงขยายตัวแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงในช่วงต่อไปของปีนี้     อย่างไรก็ดี IMF มองว่า การคุมเข้มนโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไปของเฟดมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อประเทศในกลุ่มตคลาดเกิดใหม่ เนื่องจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศจะช่วยชดเชยผลกระทบของต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น    อย่างไรก็ตาม ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากการพุ่งขึ้นของค่าจ้างในสหรัฐ หรือปัญหาคอขวดด้านอุปทานที่ยืดเยื้อ อาจทำให้ราคาสินค้าพุ่งขึ้นมากกว่าที่คาด และกระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้เฟดต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นด้วย   “กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ควรเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ” IMF กล่าว

สหรัฐเผยเจรจากับรัสเซียสัปดาห์นี้จะยังไม่มีพันธสัญญาใด ๆ

          สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐจะยังไม่มีการให้พันธสัญญาใด ๆ ในการเจรจาทางการทูตกับรัสเซียในสัปดาห์นี้ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์    แหล่งข่าวกล่าวว่า “รับรองได้ตอนนี้เลยว่าจะไม่มีการให้พันธสัญญาใด ๆ ในการเจรจาเหล่านี้ ซึ่งการเจรจาหารือจะเป็นไปอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม แต่ก็พร้อมสำรวจสิ่งต่าง ๆ ด้วย ทุกสิ่งที่หารือกันจะต้องนำกลับมาพิจารณาที่วอชิงตันและต้องนำไปพิจารณากับพันธมิตรในปลายสัปดาห์นี้ด้วย”  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐและรัสเซียมีกำหนดจัดการประชุมด้านความมั่นคงในวันที่ 9-10 ม.ค. 2565 ที่เมืองเจนีวา จากนั้นในวันที่ 12 ม.ค. รัสเซียจะจัดการเจรจากับนาโต ที่กรุงบรัสเซลส์ และจัดการเจรจากับองค์การความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) ซึ่งจะรวมถึงสหรัฐและนาโต ที่กรุงเวียนนาในวันที่ 13 ม.ค.   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สหรัฐหวังที่จะลดความตึงเครียดกับรัสเซีย แต่ขณะเดียวกันก็พร้อมจับมือกับพันธมิตรในการคว่ำบาตรทางการเงิน ควบคุมการส่งออกของอุตสาหกรรมหลัก เตรียมกองกำลังนาโตให้พร้อมเดินหน้า และเพิ่มความช่วยเหลือให้ยูเครน เพื่อจัดการรัสเซีย

โดย : บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด (CAF)

Reasons  ปัจจัยกระทบทองคำ

-ราคาทองคำรีบาวด์ รับนักลงเก็งกำไร หลังจาก investing.com คาดการณ์ว่า CPI YoY(Dec)ของสหรัฐฯจะประกาศที่ 7% มากกว่าเดิมในเดือน พ.ย. ที่ 6.8% ในอีกความหมาย คือ อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้น และการเพิ่มขึ้นดังกล่าวจะกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์

Day Trade

GOH22Hold Short เป้าหมาย 1750-1780 จุด Stop 1,810

GF10G22  Hold Short  ปิดสถานะ

Trend Trade ใช้ราคาปิดสิ้นวัน

GOH22 Hold Short จุด Stop 1,814

GF10G22ไม่เข้าสถานะ

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

เน้นเก็งกำไรในกรอบจากการแกว่งตัว ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่ทะลุแนวต้าน 1,813-1,817ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจจะเห็นการอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,789-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,798 1,776 1,764  แนวต้าน : 1,817 1,834 1,849

จจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.08ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างวันราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ  สะท้อนการคาดการณ์ล่าสุดจากธนาคารชั้นนำในวอลล์สตรีทหลายแห่ง  อาทิ  Goldman Sachs ที่คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ และจะเริ่มปรับลดขนาดงบดุลในเดือนก.ค.หรือเร็วกว่านั้น  ส่วนซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co คาดการณ์เช่นเดียวกันว่าเฟดอาจต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากถึง4 ครั้งในปีนี้  ด้าน Deutsche Bank ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีคาดการณ์สอดคล้องกันว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดทั้งหมด 4 ครั้งในปีนี้  และคาดว่าการลดงบดุลของเฟดจะเริ่มขึ้นในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้  การคาดการณ์ดังกล่าวหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีให้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่21มกราคม 2020 ที่ 1.808% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยให้อ่อนตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดในระหว่างวันบริเวณ1,790.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  เริ่มมีแรงซื้อสลับเข้ามา  เนื่องจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นทำให้นักลงทุนบางส่วนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  ประกอบกับบอนด์ยีลด์ 10 ปีลดช่วงบวกลง  ส่งผลให้ทองคำฟื้นตัวขึ้นมาปิดตลาดเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในที่สุด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับวันนี้  ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB และการแถลงต่อคณะกรรมการการธนาคารประจำวุฒิสภาของนายพาวเวลล์ในกระบวนการพิจารณาแต่งตั้งนายพาวเวลล์เป็นประธานเฟดสมัยที่ 2

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำยังสามารถไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,813-1,817 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคาแต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,782-1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยยังมีโอกาสที่จะราคาทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำลงทุนในกรอบราคา โดยเปิดสถานะขายเมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,813-1,817 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างแข็งแกร่ง ตัดขาดทุนหากราคาผ่านแนวต้านบริเวณ 1,817 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแบ่งเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,789-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 162.79 จุด วิตกเงินเฟ้อพุ่งหนุนเฟดเร่งขึ้นดบ.ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (10 ม.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลที่ว่า การพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงท้ายตลาด  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,068.87 จุด ลดลง 162.79 จุด หรือ -0.45%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,670.29 จุด ลดลง 6.74 จุด หรือ -0.14% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,942.83 จุด เพิ่มขึ้น 6.93 จุด หรือ +0.05%
  • (+) “บลิงเกน” คาด “สหรัฐ VS รัสเซีย” เจรจาวันนี้ไม่ช่วยปลดชนวนยูเครนนายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า เขาไม่คาดว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐและรัสเซียในวันนี้จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้า ตราบใดที่ยังคงมีความตึงเครียดที่ชายแดนยูเครน  “ผมไม่คิดว่าเราจะบรรลุข้อตกลงใดๆในการเจรจา โดยเราจะรับฟังสิ่งที่พวกเขามีความกังวล และพวกเขาก็จะรับฟังในสิ่งที่เรามีความกังวล และเราจะดูว่าการเจรจามีความคืบหน้าหรือไม่ แต่คงเป็นไปได้ยาก ขณะที่ยังคงมีความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น” นายบลิงเกนกล่าวนายบลิงเกนยังเสริมว่า “รัสเซียส่งทหาร 100,000 นายประชิดชายแดนยูเครน และสามารถเพิ่มกำลังพลได้ทุกเมื่อ ดังนั้นถ้าเราต้องการลดความตึงเครียด และให้การเจรจามีความคืบหน้า เรื่องนี้ก็จำเป็นต้องมีการแก้ไข”
  • (+) สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนพ.ย.กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.2% หลังจากพุ่งขึ้น 2.5% ในเดือนต.ค.เมื่อเทียบรายปี สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งพุ่งขึ้น 15.9% ในเดือนพ.ย.
  • (+) บิตคอยน์ดิ่งกว่า 5% ต่ำสุดรอบกว่า 5 เดือน หลุด 40,000 ดอลลาร์บิตคอยน์ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องหลุดระดับ 40,000 ดอลลาร์ในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลที่ว่า อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นในสหรัฐจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะกดดันสภาพคล่องในตลาด  ทั้งนี้ บิตคอยน์ร่วงลงมากกว่า 5% สู่ระดับ 39,558 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.2564  นอกจากนี้ บิตคอยน์ทรุดตัวลงมากกว่า 40% นับตั้งแต่ที่พุ่งทำสถิติสูงสุดเหนือระดับ 69,000 ดอลลาร์ในเดือนพ.ย.2564
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับคาดการณ์เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย-จับตาเงินเฟ้อสหรัฐดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (10 ม.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นในสหรัฐจะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันพุธนี้  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.27% แตะที่ 95.9906  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9272 ฟรังก์ จากระดับ 0.9185 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2680 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2633 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 115.21 เยน จากระดับ 115.56 เยน  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1322 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1362 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3570 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3595 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7169 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7184 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+/-) นักวิเคราะห์คาดเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งทะลุ 7% ในเดือนธ.ค. จาก 6.8% ในเดือนพ.ย.  นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในวันพุธนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)  นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 7.1% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี  นอกจากนี้ คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะพุ่งขึ้น 5.4% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (10 ม.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นในสหรัฐจะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันพุธนี้ 

มุมมองทองคำภาคเช้า  ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาทองคำร่วงลงถึง 1.7% ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความกังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดขนาดของงบดุล ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องไหลออกจากตลาดต่าง ๆ รวมถึงตลาดโลหะมีค่า  อย่างไรก็ดีตลาดถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้น 1.803% และดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ดีดตัวขึ้น 0.27% แตะที่ 95.9906 เมื่อคืนนี้   ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ส่วนการแข็งค่าของดอลลาร์จะทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น 

นักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์ได้แก่ ดัชนีธุรกิจขนาดเล็ก  ดัชนีราคาผู้บริโภค  รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  ดัชนีราคาผู้ผลิต  ยอดค้าปลีก  ดัชนีสินค้านำเข้า ดัชนีสินค้าส่งออก  ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม   ดัชนีสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน เป็นต้น    

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (10 ม.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นในสหรัฐจะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันพุธนี้ 

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,786 –  1,780-  1,775

แนวต้าน  1,818 –  1,824– 1,829

ราคาทองคำปิดบวกเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาทองคำร่วงลงก่อนหน้านี้  แต่ในภาพรวมตลาดยังถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้น 1.803% และดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าอาจทำให้ราคาเกิดการย่อตัวลงระหว่างวันได้   แนะรอซื้อตามกรอบแนวรับ

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถูกกดดันในช่วงแรกของชั่วโมงการซื้อ-ขาย ดัชนี Nasdaq100ปรับตัวลดลงเกือบ -3% ขณะที่ Bond yield ปรับตัวลดลงจากระดับ 1.8% มาแตะระดับ1.76% ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาจนดัชนีกลับมาปิดในแดนบวกได้อีกครั้งหนึ่ง จะเห็นความผันผวนของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นแรงในช่วงก่อนที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทางฝั่งราคาทองคำมองว่ารับข่าวใกล้ๆกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแต่ช่วงที่ปรับตัวลดลงกลับลงได้น้อยกว่า ยังมองปรับตัวสูงขึ้นแนวต้าน $1820

ที่มา : gold.in.th ( 11 ม.ค. 65 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: