ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 12 ม.ค.65 by SCT, GT, HGF, GCAP, TDC, MTS, YLG

118

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ   :  เฟดยันยืนขึ้นดอก แต่ทองรับข่าวก่อนรีบาวด์แรง คืนนี้จับตาดัชนีเงินเฟ้อ
   
แนวรับ 1784/ 1778  / 1767  แนวต้าน 1800 |1806|1815
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น     SW/SW UP      SW DOWN           positive        SW /SW up   
ระยะกลาง  SW                        SW                       SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1800-25
จุดเข้า BUY 1800-10
เป้าหมาย 1825-30
SL 1790รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1900
จุดเข้า BUY 1765-80 เป้าหมาย 1870-1900
SL 1750   

บทวิเคราะห์ : เมื่อคืนนี้ประธานเฟดยังยืนยันพร้อมขึ้นดอกเบี้ยเร็วแรงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ แต่ราคาทองไม่กลัวรับข่าววิ่งขึ้นสวนต่อ เข้าโหมดรีบาวด์ติดๆกันหลายวัน เหลือคืนนี้ที่ทองจะรอดูดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐฯว่ายังอยู่ในระดับสูงในรอบหลายสิบปีอีกหรือไม่ ยิ่งราคาน้ำมันโลกยังเคลื่อนไหวในโซนสูง ทำให้เงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งตาม ภาพรวมทองยืนเหนือ $1805 ได้ก็เข้าโหมดรีบาวด์ชุดใหญ่ ต้านถัดไป $1825-30  อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทก็แข็งค่าเร็วไม่แพงกันเพราะค่าเงินสหรัฐฯอ่อนค่าต่อเนื่อง ทำให้กรอบการแกว่งราคาทองไทยอยู่ประมาณ 100-200 บาทให้พอเล่นสั้นๆได้
กลยุทธ์ : จับตาดัชนีเงินเฟ้อเป็นหลัก คาดว่ายังเอียงไปทางบวกกับตลาดทอง ยังแนะนำเทรดเล่นสั้น ย่อซื้อขึ้นขาย หรือจะรอซื้อช่วงย่อเช่นเดิม ภาพใหญ่ทองพยายามฟื้นตัวจะไป แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพัก เพราะเฟดและสมาชิกเฟดยังเล่นบทดุ ขู่จะขึ้นดอกเบี้ยมาติดๆ ประเด็นที่สำคัญคือ ปีนี้เฟดจะกล้าปรับดอกเบี้ยขึ้นกี่ครั้งจริงๆ ถ้าไม่เกิน 3 ครั้งจะเป็นบวกกับทองมาก

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

- Advertisement -

  • ประธาน Fed ย้ำชัดกลางสภา ถ้าจะเน้นสกัดเงินเฟ้อ ต้องขึ้นดอกเบี้ยเยอะกว่าคาด
  • รองประธานFed ริชาร์ด แคลริดาลาออกก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งสิ้นเดือนนี้ หลังถูกกดดันเรื่องแอบซื้อขายหุ้นดักหน้าผลประชุมFed มานาน
  • ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์GDPลงเหลือ+4.1%
  • จีนยกเลิกเที่ยวบินจากสหรัฐฯหลังตรวจเจอเชื้อโควิดโอมิครอนเสี่ยงระบาดในประเทศ พร้อมสั่งปิดเมือง
  • WHO เตือนว่า ชาวยุโรปเกินครึ่งเสี่ยงจะติดเชื้อโควิดโอมิครอนภายใน 2 เดือนนับจากนี้

Technical

  • ราคาพุ่งขึ้นมาใกล้แนวกดระยะสั้น ทำให้การปรับขึ้นต่อมีขอบเขตจำกัด จึงเสี่ยงจะถูกขายทำกำไร
  • RSI เข้าเขต overbought พร้อมกับราคาที่ขึ้นมาเกือบถึงเส้นแนวต้าน จึงมีโอกาสจะถูกกดลงมาที่เส้น MA แถว1,800อีกครั้ง
  • ทิศทางวันนี้ย่อยืน1,800
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ฝั่งซื้อควรลดพอร์ตลงก่อน แล้วรอจังหวะเข้าซื้ออีกครั้งตอนย่อมาแถว1,800-1,805 ส่วนฝั่งชอร์ตให้เล่นสั้นแบบตีหัวเข้าบ้าน

Attention

  • รัฐบาลสหรัฐฯจะมีเงินใช้จ่ายไปถึง 18 ก.พ.
  • ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาดเพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการอัดฉีดสภาพคล่องทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนว่ารอบนี้นักลงทุนจะเลือกทองคำหรือเงินคริปโตเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่ากัน

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองพุ่งแรงจากเฟดจะไม่เร่งใช้นโยบายคุมเข้มที่รุนแรงเกินไป 

คืนนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค.

แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดปรับตัวขึ้น

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับตัวขึ้นกว่า 19.74 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงมาจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ภายหลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาที่ส่งสัญญาณว่าเฟดจะไม่เร่งใช้นโยบายคุมเข้มที่รุนแรงเกินไป  ทางด้านนักวิเคราะห์จากบริษัท Gold Newsletter  ชี้ว่าความเห็นของเฟดสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายคุมเข้มด้านการเงินของเฟดจะทำให้เศรษฐกิจปรับตัวในลักษณะ “ซอฟท์แลนดิ้ง” มากกว่าที่จะทำให้เศรษฐกิจหดตัว ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ขายทองคำสุทธิ 0.87 ตันจากเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน จากที่เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเที่ยบรายเดือนในเดือนพ.ย. หรือเพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบรายปี หรือเพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบรายปี นอกจากนี้สหรัฐเปิดเผยการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขต  (Beige Book) ในช่วงเวลาตี 2
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดปรับตัวขึ้น โดยมีแนวต้าน 1,830 ดอลลาร์ และ 1,840 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,800 ดอลลาร์ และ 1,790 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,820.74+19.741,800/1,7901,830/1,840

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,65028,400/28,25028,750/28,850

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,770+8028,580/28,44028,840/28,960

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,800 ดอลลาร์ (GF 28,580 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,790 ดอลลาร์ (GF 28,440 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,822.10+13.401,802/1,7921,832/1,842

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคา GOH22 ปรับลงมาที่ 1,802 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,792 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางค่าเงินบาทเมื่อวานนี้แข็งค่า เนื่องจากมีกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้น และตลาดพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทระยะสั้นคาดแข็งค่า สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.65 คาดจะมีแนวรับที่ 33.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 33.60 บาท/ดอลลาร์

News

ผู้เชี่ยวชาญชี้ “เดลตาครอน” อาจเป็นการปนเปื้อนในแล็บ ไม่ใช่การกลายพันธุ์ใหม่

          ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหลายรายได้ออกมาแสดงความกังขาเกี่ยวกับรายงานการพบไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ครั้งใหม่ที่มีชื่อว่า “เดลตาครอน” โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญมองว่า มีความเป็นไปได้มากกว่าที่การกลายพันธุ์ดังกล่าวจะเกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนการตรวจสอบ     ก่อนหน้านี้ทีมวิจัยของศาสตราจารย์ลีออนดิโอส คอสทริคิส หัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและไวรัสวิทยาระดับโมเลกุล มหาวิทยาลัยไซปรัส เป็นผู้ค้นพบไวรัสกลายพันธุ์ดังกล่าว โดยทีมวิจัยได้วิเคราะห์ตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจำนวน 25 รายการในไซปรัส หลังจัดลำดับพันธุกรรม 1,377 ตัวอย่าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการติดตามการกลายพันธุ์ของโควิด-19 ในไซปรัส และได้พบว่าเชื้อไวรัสมีลักษณะทางพันธุกรรมของไวรัสสายพันธุ์เดลตาและไวรัสโอมิครอนอีกบางส่วน   ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ไซปรัสได้อัปโหลดข้อมูลขึ้นสู่จีไอเอสเอไอดี (GISAID) ฐานข้อมูลจีโนมออนไลน์ด้านโรคโควิด-19 ระดับโลกแล้ว    อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญมากมายได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการค้นพบดังกล่าว โดยดร.ครูติกา คัปปัลลี ผู้เชี่ยวชาญด้านโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ทวีตข้อความว่า การค้นพบดังกล่าวน่าจะเกิดจากการปนเปื้อน โดยมีสารพันธุกรรมจากโอมิครอนเข้าไปปะปนกับตัวอย่างสายพันธุ์เดลตา นอกจากนี้เธอยังเสริมว่า “อย่าเอาชื่อโรคระบาดมาผสมกันให้กลายเป็นชื่อใหม่เลย เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของดาราจะดีกว่า”    ขณะเดียวกัน ดร.ทอม พีค็อก นักไวรัสวิทยาจากอิมพิเรียลคอลเลจลอนดอนก็ได้ทวีตข้อความเช่นกัน โดยระบุว่า การกลายพันธุ์ “เดลตาครอน” ที่ไซปรัสค้นพบและมีการรายงานโดยสื่อหลายเจ้านั้น น่าจะเกิดขึ้นจากการปนเปื้อนอย่างแน่นอน

“ริชาร์ด แคลริดา” ลาออกจากรองปธ.เฟดก่อนกำหนด คาดกดดันจากข่าวฉาวซื้อขายหุ้น

          นายริชาร์ด แคลริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งในวันศุกร์นี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดประมาณ 2-3 สัปดาห์ โดยนายแคลริดาจะครบวาระการดำรงตำแหน่งรองประธานเฟดในวันที่ 30 ม.ค.นี้    การประกาศลาออกก่อนกำหนดของนายแคลริดาเกิดขึ้นในขณะที่มีการเปิดโปงข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นในเดือนก.พ. 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เฟดได้ประกาศความพร้อมที่จะใช้เครื่องมือด้านนโยบายเชิงรุกเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19    สื่อหลายแห่งได้เปิดเผยรายงานการตรวจสอบพอร์ทโฟลิโอของนายแคลริดา โดยพบว่ามีการปรับพอร์ทหุ้นในวันที่ 27 ก.พ. 2563 ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์รายงานว่า นายแคลริดาได้เทขายหุ้นในกองทุนหุ้นจำนวน 3 กองก่อนหน้า 3 วัน ซึ่งเขาตั้งใจจะกลับเข้าซื้อในวันที่ 27 ก.พ.   ในช่วงปลายปี 2564 นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทบทวนหลักจริยธรรมของเฟดในเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างเหมาะสม หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสหลายคนของเฟดได้ทำการซื้อขายหุ้นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ในปี 2563 และเจ้าหน้าที่อีกบางส่วนมีการลงทุนจำนวนมาก

เจพีมอร์แกนมั่นใจศก.สหรัฐแข็งแกร่ง คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 4 ครั้งปีนี้

          นายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจพีมอร์แกน เชส ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวได้ดีที่สุดในรอบหลายสิบปี และคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 4 ครั้งในปีนี้     “เราเชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในปีนี้ ซึ่งอาจจะแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก (Great Depression) และผมคาดว่าเศรษฐกิจในปีหน้าก็จะขยายตัวได้ดีเช่นกัน” นายไดมอนกล่าวกับผู้สื่อข่าวของ CNBC ในการประชุม “40th Annual J.P. Morgan Healthcare Conference”     ทั้งนี้ นายไดมอนกล่าวว่า การที่เขามีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐนั้น มีสาเหตุมาจากงบดุลบัญชีที่แข็งแกร่งของผู้บริโภคชาวอเมริกัน โดยเจพีมอร์แกนถือเป็นธนาคารรายใหญ่สุดของสหรัฐและมีความสัมพันธ์กับภาคครัวเรือนของสหรัฐมากถึง 50%

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (11 ม.ค.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างไปจากเดิม ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้

มุมมองทองคำภาคเช้า  ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 20 ดอลลาร์ในวันอังคาร (11 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับรุนแรงกว่าที่เฟดได้ส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้     นายพาวเวลได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อคืนนี้ตามเวลาไทยว่า ห่วงโซ่อุปทานที่กลับสู่ภาวะปกติจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันจากเงินเฟ้อในปีนี้ แต่เฟดก็ไม่กลัวที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดไว้หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี นายพาวเวลเชื่อมั่นว่า แผนการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินของเฟดในปีนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐก็แข็งแกร่งพอที่จะทำให้เฟดไม่ต้องใช้มาตรการกระตุ้นขนานใหญ่อีกต่อไป

นักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค  รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  ดัชนีราคาผู้ผลิต  ยอดค้าปลีก  ดัชนีสินค้านำเข้า ดัชนีสินค้าส่งออก  ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม   ดัชนีสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน เป็นต้น    

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (11 ม.ค.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างไปจากเดิม ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้ 

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,815-  1,810-  1,806

แนวต้าน  1,826 –  1,831– 1,835

ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 20 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า  หลังจากที่ เฟด ไม่ได้ส่งสัญญาณเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับรุนแรงกว่าที่เฟดได้ส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้     ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้   แนะเก็งกำไรทิศทางขาขึ้น

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากมีถ้อยแถลงของประธาน FEDไปในทำนองที่ว่า เรายังคงอยู่ในสภาวะดอกเบี้ยต่ำไปอีกสักระยะหนึ่งและอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะคลี่คลายในช่วงครึ่งหลังของปี ทำให้ Bond yield ทั้ง 2 และ 10 ปีเริ่มปรับตัวลดลงอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีมีแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ภาพรวมยังมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยได้สะท้อนไปในราคาส่วนหนึ่งแล้วและยังมองการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำ ทั้งนี้ในวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยยืนเหนือ1,800 เหรียญได้ และทำจุดสุงสุดบริเวณ 1,822 เหรียญ โดยราคาทองคำมีการแกว่งตัวอย่างมากในระหว่างวัน ขณะที่กองทุนทองคำ SPDR เมื่อวานนี้ขายออก 0.87 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 976.21 ตัน สำหรับถ้อยแถลงของนายพาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ ออกมาชี้แจงในเรื่องของการที่สหรัฐฯ มีสภาวะเงินเฟ้อสูงมากเป็นประวัติการณ์ในรอบ 39 ปี ซึ่งเป็นสภาวะเฉพาะของสหรัฐฯ เนื่องจากผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 และเฟดพยายามดำเนินนโยบายปรับเงินเฟ้อให้เข้าสู่สภาวะปกติ โดยการขึ้นดอกเบี้ยให้เร็วขึ้น และลด QE เร็วกว่ากำหนด ขณะที่ภาพรวมถ้อยแถลงต่างๆ ของประธานเฟดจากหลายสาขาออกมาในทิศทางเดียวกัน โดยคาดหวังว่าจะสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามในวันนี้ ได้แก่ CPI m/m คาดว่าจะลดลงที่ระดับ 0.4% เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้วที่ระดับ 0.8% และ  Core CPI m/m  คาดการณ์ว่าคงเดิมที่ 0.5% ด้านดัชนีดอลลาร์วานนี้เคลื่อนตัวในกรอบ 95.58 -96.07 จุด ขณะที่เช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 95.57 จุด อ่อนค่าลงมาอย่างต่อเนื่อง จากสภาวะที่เฟดออกมายอมรับเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ค่าเงินบาทกลับแข็งค่าต่อเนื่อง โดยเงินบาทเช้านี้มาอยู่ 33.38 บาท/ดอลลาร์ หลุดระดับจาก 33.50 บาท/ดอลลาร์ ลงมา 

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำยังเคลื่อนตัวอยู่ในกรอบ Sideways โดยขึ้นมาทดสอบแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1,820 เหรียญ ซึ่งทองคำจะมีมีแนวต้านถัดไปใกล้จุดสูงสูดเดิมที่บริเวณ 1,830 เหรียญ วันนี้คาดว่ากรอบการเคลื่อนไหวจะอยู่ในแนวรับบริเวณ 1,800 เหรียญ และแนวต้านบริเวณ 1,830 เหรียญ  สำหรับ Gold Comex และ Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนวรับ 1,800 เหรียญ และแนวต้าน 1,830 เหรียญ ด้านราคาทองคำไทยน่าจะเปิดปรับขึ้น 50 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำให้ซื้อขายระยะสั้นในกรอบแนวรับ-ต้านเช่นเดิมลงซื้อขึ้นขาย ยังต้องรอดูความชัดเจนของทิศทางจากการ Breakout

– นักลงทุนที่ถือ Long Position

ซื้อขายตามกรอบแนวรับ-ต้าน เน้นเทรดระยะสั้นในกรอบ

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

ซื้อขายตามกรอบแนวรับ-ต้าน เน้นเทรดระยะสั้นในกรอบ

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

อาจรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,810-1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่าน 1,830-1,834 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,810 1,797 1,782  แนวต้าน : 1,834 1,849 1,863

จจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดพุ่งขึ้น  19.74ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลอดทั้งวันราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการพักตัวของดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  และแม้จะเกิดการอ่อนตัวลง แต่ราคายังคงทรงตัวรักษาระดับเหนือ 1,800 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง  จึงเกิดแรงซื้อ Buy the Dip เข้ามาพยุงราคาเอาไว้  ก่อนที่ราคาทองคำจะทะยานขึ้นแข็งแกร่ง  โดยได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ในระหว่างการกล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาวานนี้ ที่แม้ว่านายพาวเวลจะระบุชัดว่า เฟดพร้อมจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ผู้กำหนดนโยบายคาดการณ์ไว้ในปัจจุบันเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี  ผู้กำหนดนโยบายยังคงถกเถียงกันถึงแนวทางในการปรับลดงบดุลของเฟด โดยอาจต้องใช้เวลา 2-4 การประชุมกว่าที่เฟดจะตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวได้  และแม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายที่ดำเนินการอยู่อีกต่อไป  แต่ยังมี “หนทางยังอีกยาวไกล” สำหรับสิ่งที่ใกล้เคียงกับนโยบายที่เข้มงวด  โดยรวมแล้วตลาดมองว่าถ้อยแถลงของนายพาวเวลล์ Hawkish น้อยกว่าที่นักลงทุนบางส่วนประเมินไว้  อีกทั้งยัง Hawkish น้อยกว่าถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดท่านอื่น  ซึ่งสะท้อนว่าเฟดจะไม่เร่งคุมเข้มนโยบายการเงินแบบแข็งกร้าวเกินไปเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง  จึงส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.36% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงจากระดับสูงสุดรอบเกือบ 2 ปีจนเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการทะยานขึ้นของทองคำ  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง  -0.87 ตัน  สำหรับวันนี้จับตาดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)ของสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำพยายามทรงตัวเคลื่อนไหวในกรอบ หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณแนวรับ1,810 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีแนวโน้มขึ้นทดสอบแนวต้าน1,830-1,834ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถผ่านแนวต้านได้ จะเกิดแรงขายออกมา โดยแนวรับแรกจะอยู่ที่ 1,810 และแนวรับสำคัญอยู่บริเวณ 1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,810-1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์)และเมื่อราคาปรับตัวขึ้นทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่าน1,830-1,834ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “ยูไนเต็ด แอร์ไลน์” ประกาศลดเที่ยวบิน เหตุพนักงาน 3,000 รายป่วยโควิดนายสก็อตต์ เคอร์บี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ระบุว่า ทางสายการบินจำเป็นต้องปรับลดเที่ยวบินในเดือนนี้ เนื่องจากมีพนักงานมากถึง 3,000 รายที่แจ้งลาป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19  ทั้งนี้ ในเอกสารที่แจ้งต่อพนักงาน นายเคอร์บีระบุว่า ทางสายการบินจำเป็นต้องปรับลดจำนวนเที่ยวบินเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีจำนวนพนักงานและทรัพยากรที่เพียงพอในการให้บริการต่อลูกค้า  อย่างไรก็ดี ไม่มีการเปิดเผยจำนวนเที่ยวบินที่มีการปรับลดดังกล่าว
  • ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (11 ม.ค.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างไปจากเดิม ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.37% แตะที่ 95.6314 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9237 ฟรังก์ จากระดับ 0.9272 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2581 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2680 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 115.36 เยน จากระดับ 115.21 เยน  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1366 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1322 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3627 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3570 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7208 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7169 ดอลลาร์สหรัฐ
  • 4.1% ปีนี้จากพิษโควิดธนาคารโลกประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้สู่ระดับ 4.1% โดยลดลง 0.2% จากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมิ.ย.2564  นอกจากนี้ ธนาคารโลกปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีที่แล้ว สู่ระดับ 5.5% ลดลง 0.2% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้เช่นกัน
  • WHO เตือนอย่ามองโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นเหมือนไข้หวัดองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกโรงเตือนในวันนี้ว่า ประเทศต่างๆไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยมองว่าโควิด-19 ได้กลายเป็นโรคประจำถิ่นเหมือนกับไข้หวัดใหญ่ แทนที่จะมองว่าเป็นโรคระบาดใหญ่ในวงกว้าง
  • สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวขึ้น 0.5 จุด สู่ระดับ 98.9 ในเดือนธ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 98.7
  • WHO เตือนชาวยุโรปกว่า 50% ติดเชื้อโอมิครอนภายใน 6-8 สัปดาห์นายฮานส์ คลูจ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคยุโรปและเอเชียกลางขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเตือนในวันนี้ว่า ประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของยุโรปจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนภายในเวลา 6-8 สัปดาห์  นายคลูจกล่าวว่า ขณะนี้ยุโรปมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวนมากกว่า 7 ล้านรายภายในสัปดาห์แรกของปีนี้ ซึ่งมากกว่าถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้
  • 183.15 จุด ขานรับถ้อยแถลงพาวเวลดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (11 ม.ค.) โดยหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นนำตลาด หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างไปจากเดิม นอกจากนี้ นายพาวเวลยังเชื่อมั่นว่า แผนการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินของเฟดจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานของสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,252.02 จุด เพิ่มขึ้น 183.15 จุด หรือ +0.51%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,713.07 จุด เพิ่มขึ้น 42.78 จุด หรือ +0.92% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,153.45 จุด พุ่งขึ้น 210.62 จุด หรือ +1.41%
  • นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวยืนยันในวันนี้ว่า เฟดจะใช้ความพยายามในการสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ แม้จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้  “ห่วงโซ่อุปทานที่กลับสู่ภาวะปกติจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันจากเงินเฟ้อในปีนี้ แต่เฟดก็ไม่กลัวที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดไว้ หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง” นายพาวเวลกล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้  การกล่าวถ้อยแถลงในวันนี้ ถือเป็นการ “สอบสัมภาษณ์” ของนายพาวเวลต่อคณะกรรมาธิการฯ ดังกล่าว ก่อนที่จะทางคณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณาให้การรับรองการแต่งตั้งนายพาวเวลเป็นประธานเฟดสมัยที่ 2  อย่างไรก็ดี แม้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการฯ นายพาวเวลก็ยังจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาจากวุฒิสภาทั้งคณะ โดยเขาจะต้องได้รับการรับรองจากเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา

ท่ี่มา : gold.in.th ( 12 ม.ค. 65 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: