ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 20 ม.ค.65 by SCT, GT, HGF, GCAP, TDC, YLG

38

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : ทองพุ่งข้าม 1830 ถือเป็นขาขึ้น ต้านถัดไป 1853-57 รอย่อซื้อเล่นสั้น
    
แนวรับ 1830/ 1815  / 1800 แนวต้าน 1850 |1855|1860
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น     SW UP              SW                        SW            SW /SW up   
ระยะกลาง  SW UP               SW DOWN           SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAY UP 1828-55
จุดเข้า BUY 1829-35
เป้าหมาย 1854-60
SL 1800รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1900
จุดเข้า BUY 1765-80 เป้าหมาย 1860-1900
SL 1750   

บทวิเคราะห์ : ทองพุ่งบนความกังวลเงินเฟ้อ ทะลุข้ามแนวต้าน $1830 เป็นภาพขาขึ้น ทั้งๆที่วันนี้ตัวเลขขายบ้านสหรัฐฯดี ค่าเงินสหรัฐฯฟื้นตัว แสดงว่านักลงทุนเห็นความสำคัญของทองที่กันเงินเฟ้อ คืนนี้มีตัวเลขคนขอสวัสดิการและยอดขายบ้านเก่าสหรัฐฯ คาดว่าราคาทองน่าจะไปต่อเทส $1855  ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญถัดไป
กลยุทธ์ : คนเปิดชอตอันตรายต้องรีบปิด คนมีของให้ขายทำกำไรแถว $1850-55 แล้วรอซื้อคืนช่วงย่อ คนไม่มีของรอย่อซื้อช่วงพักตัว ส่วนบาทไทยจะแกว่งไปมาก่อน

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

- Advertisement -

Fundamental

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นผ่านระดับ 1.90%ในระหว่างชั่วโมงการซื้อขายเมื่อคืน ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 2 ปี ก่อนย่อกลับลงมาปิดตลาดใกล้ระดับ 1.80%
  • จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 8% ในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ลดลง 13% yoyส่วนจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์ในสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 3% และลดลง 49% yoy
  • เงินเฟ้ออังกฤษพุ่งขึ้น 5.4% yoyสูงสุดในรอบ 30 ปี

Technical

  • ราคาทะยานจากเส้น MA พุ่งขึ้นทะลุแนวต้านระยะสั้น RSI เข้าเขต overbought แต่ยังมีแรงไปต่อ
  • แนวต้านถัดไปเป็นกรอบบนของ channel แถว 1,860แต่ครั้งแรกอาจขึ้นไปไม่ถึงแล้วย่อลงก่อน
  • ทิศทางวันนี้ขึ้นอ่อนแรง
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ฝั่งซื้อให้ทยอยปิดทำกำไร แต่ยังไม่ควรสวนตลาดด้วยการ short

Attention

  • รัฐบาลสหรัฐฯจะมีเงินใช้จ่ายไปถึง 18 ก.พ.
  • ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาดเพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการอัดฉีดสภาพคล่องทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนว่ารอบนี้นักลงทุนจะเลือกทองคำหรือเงินคริปโตเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่ากัน

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองขึ้นแรงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซีย

คืนนี้ติดตามดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย

ราคาทองคำ Spot คาดระยะสั้นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ต่อ

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นแรงในระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงปัจจัยความกังวลจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซีย  ในประเด็นเรื่องชายแดนยูเครน หลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐไม่คาดว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐและรัสเซียจะทำให้ความสัมพันธ์มีความคืบหน้า เนื่องจากรัสเซียส่งทหาร 100,000 นายประชิดชายแดนยูเครน และสามารถเพิ่มกำลังพลได้ทุกเมื่อ ส่งผลทำให้มีแรงซื้อทองคำเข้ามาจากปัจจัยดังกล่าว ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำสุทธิ 5.23 ตันจากเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนม.ค. ตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 18.9 จากระดับ 15.4  ในเดือนธ.ค.   จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดว่าจะลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 227,000 ราย และยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. ตลาดคาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 6.42 จากระดับ 6.46 ล้านยูนิต
  • ราคาทองคำ Spot คาดระยะสั้นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ต่อ อย่างไรก็ตามหากไม่มีปัจจัยความตึงเครียดระหว่างประเทศเพิ่มเติมอาจเกิดแรงเทขายทำกำไรออกมา ทั้งนี้มีแนวรับที่ 1,820 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไป 1,810 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,850 ดอลลาร์ และ 1,860 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,839.20+26.341,820/1,8101,850/1,860

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,45028,400/28,30028,850/28,950

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,770+24028,600/28,48028,960/29,090

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,810 ดอลลาร์ (GF 28,480 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,800 ดอลลาร์ (GF 28,300 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,844.90+25.701,822/1,8121,852/1,862

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคา GOH22 ปรับลงมาที่ 1,812 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,802 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังจากที่สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าจากที่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. ในขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทระยะสั้นคาดแข็งค่าได้ต่อ สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.65 มีแนวรับที่ 32.70  บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 33.30 บาท/ดอลลาร์

News

WHO เตือนโอมิครอนไม่ใช่สายพันธุ์สุดท้าย ขณะติดเชื้อทั่วโลกพุ่งไม่หยุด

          องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะไม่ใช่สายพันธุ์สุดท้ายในการแพร่ระบาดครั้งนี้ แม้ว่าการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนในบางประเทศจะเริ่มลดลงแล้วก็ตาม พร้อมเตือนว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่ระดับสูงมีแนวโน้มจะนำไปสู่การกลายพันธุ์เป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่   แพทย์หญิงมาเรีย แวน เคอร์คอฟ หัวหน้าด้านเทคนิคของ WHO กล่าวว่า “เรากำลังได้ยินผู้คนจำนวนพูดว่า โอมิครอนจะเป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์สุดท้ายและทุกอย่างจะจบลงหลังจากนี้ และนั่นไม่จริง เพราะไวรัสนี้กำลังแพร่ระบาดอย่างรุนแรงทั่วโลก”  สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้น 20% ทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรวมเกือบ 19 ล้านราย แต่แพทย์หญิงแวน เคอร์คอฟระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่ไม่ได้รายงานอาจทำให้จำนวนตัวเลขจริงสูงกว่านี้มาก   ดร.บรูซ ไอล์วาร์ด เจ้าหน้าที่อาวุโสของ WHO เตือนว่า การแพร่ระบาดที่ระดับสูงทำให้ไวรัสมีโอกาสมากขึ้นที่จะแบ่งตัวและกลายพันธุ์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่   “เรายังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงถึงผลที่ตามมาของการปล่อยให้สิ่งนี้ดำเนินต่อไป” ดร.ไอล์วาร์ดกล่าว “จนถึงตอนนี้ สิ่งที่เราเห็นส่วนใหญ่ในพื้นที่ซึ่งควบคุมการแพร่ระบาดไม่ได้นั้นคือการเผชิญกับไวรัสสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นใหม่ และความไม่แน่นอนครั้งใหม่ที่เราต้องรับมือเมื่อเราก้าวไปข้างหน้า”     แพทย์หญิงแวน เคอร์คอฟกล่าวว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะผ่อนคลายมาตรการด้านสาธารณสุข เช่น การสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับมาตรการดังกล่าวเพื่อควบคุมโควิด-19 ให้ดีขึ้น และป้องกันการแพร่ระบาดในอนาคตเมื่อมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น

วิจัยชี้โควิดทำให้เด็กกินยาก-เลือกกินมากขึ้นเนื่องจากการรับรู้กลิ่นผิดเพี้ยน

          ศาสตราจารย์คาร์ล ฟิลพ็อตต์ คณะแพทยศาสตร์นอร์ริช มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ประเทศอังกฤษเผยผลการศึกษาว่า เด็กที่หายจากการติดเชื้อโควิด-19 อาจมีประสาทการรับรู้กลิ่นที่ผิดเพี้ยน ซึ่งจะทำให้อาหารที่เด็กเลือกกินนั้นเปลี่ยนไปด้วย   ภาวะการรับรู้กลิ่นผิดเพี้ยนหรือ Parosmia อาจทำให้ผู้ป่วยรับรู้กลิ่นที่แปลกไปจากปกติ เช่น ได้กลิ่นเลมอนเป็นกะหล่ำปลีเน่า หรือกลิ่นช็อกโกแลตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นภาวะที่พบได้มากในผู้ที่หายจากการติดเชื้อโควิด-19 แล้ว โดยคาดว่า เกิดจากการที่ร่างกายมีเซลล์รับรู้กลิ่นลดลง จึงทำให้รับรู้สารประกอบของกลิ่นได้เพียงบางส่วนเท่านั้น    ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปัจจุบันมีชาวอังกฤษวัยผู้ใหญ่ราว 250,000 คนที่ประสบกับภาวะ Parosmia จากการติดเชื้อโควิด-19 อีกทั้งภาวะนี้ยังอาจเป็นสาเหตุที่เด็กไม่ยอมรับประทานอาหารที่เคยชอบหลังจากหายป่วยแล้ว    สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ศาสตราจารย์ฟิลพ็อตต์ได้ร่วมมือกับองค์กรการกุศล Fifth Sense ออกคู่มือแนะนำสำหรับพ่อแม่และบุคลากรการแพทย์ เพื่อให้สามารถแยกแยะระหว่างเด็กที่มีภาวะ Parosmia และเด็กที่เลือกกินโดยทั่วไป   นายดันแคน โบ๊ก ประธาน Fifth Sense กล่าวว่า “เราได้รับรายงานจากพ่อแม่ที่มีลูกซึ่งประสบปัญหาด้านโภชนาการและมีน้ำหนักตัวลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้แพทย์มักวินิจฉัยว่าเกิดจากการที่เด็กเลือกกินเอง เราต้องการเผยแพร่ข้อมูลนี้ให้บุคลากรทางการแพทย์รับรู้และตระหนักว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง”

สหรัฐเตือนชาวมะกันเลี่ยงเดินทางไป 22 ประเทศ เหตุโควิดระบาดหนัก

          ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐได้ออกคำแนะนำให้พลเมืองชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยัง 22 ประเทศและเขตแดน เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยประเทศและดินแดนดังกล่าวได้แก่อิสราเอล, ออสเตรเลีย, อียิปต์, แอลเบเนีย, อาร์เจนตินา, อุรุกวัย, ปานามา, กาตาร์, บาฮามาส, บาห์เรน, เบอร์มิวดา, หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน, หมู่เกาะเติกส์และเคคอส, ซูรินาม, เซนต์ลูเซีย, โบลิเวีย, แคนาดา, ฝรั่งเศส, ซาอุดีอาระเบีย, แอฟริกาใต้, ตุรกี และสหราชอาณาจักร

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (19 ม.ค.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.พ. หลังจากอังกฤษเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 30 ปี

มุมมองทองคำภาคเช้า  ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนในวันพุธ (19 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซียเมื่อรัสเซียส่งทหาร 100,000 นายประชิดชายแดนยูเครน และพร้อมเพิ่มกำลังพลได้ทุกเมื่อ

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 25-26 ม.ค. หลังจากที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายต่างแสดงความเห็นสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งรวมถึงนางลาเอลเบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟด, นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟด สาขาชิคาโก, นายแพทริกฮาร์เกอร์ ประธานเฟด สาขาฟิลาเดลเฟีย และนางแมรี ดาลี ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก   FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากกว่า 90% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นเดือนที่เฟดยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) 

นักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์ได้แก่   จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  ดัชนีภาคการผลิต เฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย  ยอดขายบ้านมือสอง  ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจ  เป็นต้น     

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (19 ม.ค.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.พ. หลังจากอังกฤษเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 30 ปี

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,835-  1,830- 1,825

แนวต้าน  1,850 – 1,855– 1,860

ทองคำปิดตลาดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสองเดือน  โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซีย  เมื่อรัสเซียส่งทหารประชิดชายแดนยูเครน  ราคาปรับสูงมากแล้วแนะปิดสถานะทำกำไร

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับ $1840 ซึ่งยังคงให้คำแนะนำ Underweight และยังแนะนำให้ทยอยขายทำกำไรสำหรับคนที่มีสถานะซื้อมาในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากเดิมที FED มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งที่สะท้อนผ่าน Bond yield อายุ 2 ปี แตะระดับใกล้ 1% แต่ล่าสุด Bond yield อายุ 2 ปีเพิ่มขึ้นเลยกว่า 1% บ่งชี้ให้เห็นถึงตลาดเริ่มมองการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกจะสูงถึง 0.5% ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นปัจจัยลบกับราคาทองคำถึงแม้ราคาจะขึ้นแต่ด้วยความผันผวนของกระแสเงินจึงยังคงคำแนะนำเช่นเดิม

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

โดยเปิดสถานะซื้อในโซน 1,834-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,809 ดอลลาร์ต่อออนซ์)พิจารณาปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรหากราคาไม่ผ่านแนวต้านโซน 1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

แนวรับ : 1,827 1,809 1,793  แนวต้าน : 1,849 1,863 1,877

จจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้น  26.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,809.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางแรงหนุนหลายประการ  ได้แก่  (1.)ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.11% แตะที่ 95.617(2.) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีของสหรัฐร่วงลง สู่ระดับ 1.822% หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ 1.902% ในวันพุธ (3.) เงินปอนด์แข็งค่าเทียบดอลลาร์ ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.พ. หลังจากอังกฤษเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 30 ปี ขณะที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด  พร้อมยืนยันไม่ลาออก  ปัจจัยนี้กดดันดอลลาร์เพิ่ม (4.) ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างหนัก โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (5.) ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซีย ในประเด็นยูเครน หลังจากประธานาธิบดี โจ ไบเดน คาดการณ์เมื่อวันพุธว่า  รัสเซียจะเดินหน้าโจมตียูเครน  พร้อมขู่ว่ามันจะเป็นหายนะสำหรับรัสเซียหากพวกเขารุกรานยูเครนเพราะสหรัฐและพันธมิตรพร้อมที่จะดำเนินการที่รุนแรงต่อรัสเซียและเศรษฐกิจรัสเซีย  ซึ่งช่วยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนให้ราคาทองคำทะลุผ่านแนวต้านสำคัญซึ่งกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อตามทางเทคนิคเพิ่มเติม  ส่งผลให้ราคาทองคำทะยานขึ้นแข็งแกร่งจนทดสอบระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือนบริเวณ 1,843.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +5.23 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจจากเฟดฟิลาเดลเฟีย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและยอดขายบ้านมือสอง

ปัจจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาปรับตัวขึ้นแรง หากการอ่อนตัวลงเป็นไปอย่างจำกัด หรือราคาสามารถสร้างฐานเหนือแนวรับ 1,834-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้แข็งแกร่ง เบื้องต้นหากราคาจะพยายามทดสอบแนวต้านโซน 1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ประเมินแนวต้านถัดไปโซน 1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,834-1,827ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,809 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ อาจพิจารณาแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) วีโอเอสัมภาษณ์พิเศษ: “รมต.บลิงเคน” เตือน สหรัฐฯ เตรียมออกโรงหากรัสเซียบุกยูเครนนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับวีโอเอ ที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน โดยระบุว่า สหรัฐฯ เตือนรัสเซียว่า สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรจะตอบโต้กิจกรรมทางทหารในอนาคตของรัสเซียต่อยูเครนอย่าง “แน่วแน่และเต็มกำลัง”  อย่างไรก็ตาม นายบลิงเคนยังหวังว่า รัสเซียจะใช้วิธีทางการทูตเพื่อแก้ไขวิกฤตยูเครนในครั้งนี้  รมว. ต่างประเทศสหรัฐฯ ยังกล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายดมิโทร คูเลบา รมว. ต่างประเทศยูเครน ว่า รัสเซียตรึงกองกำลังเกือบ 100,000 นายที่ชายแดนยูเครนและอาจมีจำนวนเพิ่มมากกว่านี้สองเท่าในระยะเวลาอันสั้น และสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าส่งยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือยูเครนต่อไป และจะส่งมากกว่านี้หากรัสเซียยังคงมีท่าทีคุกคามต่อยูเครน  ทางด้านนายคูเลบา ระบุว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องย้ำกับรัสเซียว่า รัสเซียจะเผชิญกับมาตรการลงโทษอย่างแรงหากยังคงมีท่าทีคุกคามประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูเครนต่อไป
  • (+) ปอนด์แข็งค่า คาดอังกฤษขึ้นดอกเบี้ยหลังเงินเฟ้อพุ่งเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (19 ม.ค.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.พ. หลังจากอังกฤษเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 30 ปี  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.22% แตะที่ 95.5180 เมื่อคืนนี้  เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3625 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3597 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1351 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1328 ดอลลาร์ ส่วนเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7224 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7185 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 114.24 เยน จากระดับ 114.62 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9153 ฟรังก์ จากระดับ 0.9170 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2489 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2506 ดอลลาร์แคนาดา
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 339.82 จุด, Nasdaq ปรับฐาน หลังหุ้นเทคโนฯดิ่งหนักดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพุธ (19 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่องและเข้าสู่การปรับฐาน (Correction) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐได้ฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงอย่างหนัก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,028.65 จุด ลดลง 339.82 จุด หรือ -0.96%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,532.76 จุด ลดลง 44.35 จุด หรือ -0.97% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,340.26 จุด ลดลง 166.64 จุด หรือ -1.15%
  • (+) นายกฯอังกฤษผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด หลังคาดการระบาดผ่านจุดพีคแล้วนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในวันนี้ หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดแล้ว  ทั้งนี้ นายจอห์นสันกล่าวว่า เริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้า ชาวอังกฤษจะไม่ต้องถูกบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยหรือต้องทำงานจากที่บ้านอีกต่อไป  อย่างไรก็ดี นายจอห์นสันระบุว่า ประชาชนยังคงต้องถูกกักตัว หากตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 แต่เขาก็ต้องการให้มีการยกเลิกกฎหมายที่บังคับให้มีการกักตัวดังกล่าว  นอกจากนี้ นายจอห์นสันยืนยันในวันนี้ว่า เขาจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง และทุกฝ่ายควรรอผลการสอบสวนต่อกรณีอื้อฉาวที่รัฐบาลจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในช่วงล็อกดาวน์ว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎข้อบังคับใดๆ หรือไม่
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขเริ่มต้นสร้างบ้านสูงกว่าคาดในเดือนธ.ค.กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนธ.ค. สู่ระดับ 1.702 ล้านยูนิต และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.650 ล้านยูนิต จากระดับ 1.678 ล้านยูนิตในเดือนพ.ย.  ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านได้แรงหนุนจากสภาพอากาศอบอุ่นในเดือนธ.ค. แม้ได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้าง และการขาดแคลนแรงงาน  ส่วนการอนุญาตก่อสร้างบ้านพุ่งขึ้น 9.1% สู่ระดับ 1.873 ล้านยูนิตในเดือนธ.ค.
  • (-) WHO อาจประกาศยุติภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขจากโควิด-19 ในปีนี้นายแพทย์ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า โควิด-19 จะไม่มีวันหายไป แต่มีโอกาสที่ WHO จะประกาศยุติภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศในปีนี้

ที่มา : gold.in.th ( 20 ม.ค. 65 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: