ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 24 ม.ค.65 by GT, HGF, SCT, GCAP

41

- Advertisement -

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • จับตาผลประชุม FOMC กลางสัปดาห์ ตลาดคาด Fed จะคงดอกเบี้ยต่อไป เพราะยังลด QE ไม่หมด แต่จะส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยปีนี้รวม 3-4 ครั้ง เพราะมีเงินเฟ้อสหรัฐฯสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปี เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ
  • โกลด์แมน แซคส์ ออกรายงานคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิดโอมิครอนทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นการผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะกดดันให้ Fed ต้องรีบปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นถึง 4 ครั้งในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

Technical

  • ราคาย่อลงจากระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน แต่ยังยืนเหนือแนวที่เบรกขึ้นมา จึงมีลักษณะทรงตัวเพื่อขึ้นต่อ และถ้าหลุดแนวนี้ก็คาดว่าจะลงไปไม่ลึก เพราะมีเส้น MA ที่กำลังยกตัวขึ้นคอยเป็นแนวรับอยู่
  • RSI ปรับลงมายืนเหนือเขต oversold ในขณะที่ราคายืนบน MA ย่อย ระยะสั้นจึงมีโอกาสปรับขึ้น
  • ทิศทางวันนี้  ขึ้นเล็กน้อย
  • จับจังหวะเล่นยังไง?  trading ในกรอบ 1,830-1,845 ถ้าหลุด 1,830 ให้ short

Attention

- Advertisement -

  • รัฐบาลสหรัฐฯจะมีเงินใช้จ่ายไปถึง 18 ก.พ.
  • ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาดเพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการอัดฉีดสภาพคล่องทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนว่ารอบนี้นักลงทุนจะเลือกทองคำหรือเงินคริปโตเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่ากัน

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2

สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ

ราคาทองคำ Spot คาดระยะสั้นปรับตัวลง

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวลดลง เนื่องจากแรงเทขายทำกำไร หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงในระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 จากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดมากขึ้นด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐและรัสเซีย ในประเด็นยูเครน อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้นักลงทุนมาให้ความสนใจการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งอาจจะทราบความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงินสหรัฐ ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำสุทธิ 32.24 ตันจากสัปดาห์ก่อน
  • สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 25-26 ม.ค. และการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งคาดว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ระดับเดิม แต่อาจส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. นอกจากนี้  สหรัฐจะมีการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตและดัชนี PMI ภาคบริการเดือนม.ค.  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. โดย Conference Board  ยอดขายบ้านใหม่เดือนธ.ค. จีดีพี ไตรมาส 4  ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนธ.ค. ยอดทำสัญญาขายบ้านรอปิดการขายเดือนธ.ค. ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐานเดือนธ.ค.  และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ของม.มิชิแกน

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,832.60-5.891,820/1,8101,850/1,860

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,65028,400/28,30028,850/28,950

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,700-2028,660/28,48028,960/29,090

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,810 ดอลลาร์ (GF 28,480 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,800 ดอลลาร์ (GF 28,300 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,834.00-2.101,822/1,8121,852/1,862

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคา GOH22 ปรับลงมาที่ 1,812 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,802 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางค่าเงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย หลังจากที่ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องมากสุดในรอบ 2 เดือน ซึ่งค่าเงินบาทแข็งค่าตอบรับผลการชุมของศบค.ชุดใหญ่ปลดล็อกการใช้มาตรการด้วยระบบ Test&Go อีกครั้งในเดือนหน้า ในขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทระยะสั้นคาดอาจอ่อนค่าเล็กน้อย สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.65 มีแนวรับที่ 32.70  บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 33.20 บาท/ดอลลาร์

News

“เพโลซี” เผยสหรัฐใกล้คลอดกฎหมายสนับสนุนการแข่งขันการค้ากับจีน

          แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรใกล้จะเสร็จสิ้นการพิจารณาออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนการแข่งขันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงการออกมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ ซึ่งจะนำไปผนวกเข้ากับร่างกฎหมายฉบับคล้ายคลึงกันที่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้วก่อนหน้านี้ โดยกระบวนการทั้งหมดถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญก่อนที่จะมีการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสต่อไป    ร่างกฎหมายซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองสภาคือสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณช่วยเหลือและรางวัลจูงใจเกือบ 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลก     อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวได้หยุดชะงักลงตั้งแต่วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายเมื่อเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว เนื่องจากคณะกรรมการ 2 สภาอนุมัติร่างกฎหมายที่มีองค์ประกอบคล้ายคลึงกัน แต่ไม่ได้รวมเข้าไว้ในฉบับเดียวกัน     นายจอห์น คอร์นิน วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันแห่งรัฐเท็กซัส และเป็นผู้สนับสนุนบทบัญญัติเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมชิปกล่าวว่า มีแนวโน้มว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะได้รับการผลักดันให้เป็นส่วนหนึ่งในงบประมาณที่มีความครอบคลุมของรัฐบาล ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติกำลังเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดในเดือนหน้า    นายคอร์นินกล่าวว่า “มีแรงสนับสนุนอย่างกว้างขวางในทั้ง 2 สภา และผมทราบว่าประธานาธิบดีเองก็กำลังติดต่อกับเพโลซี เพื่อให้แน่ใจว่าเธอมีส่วนร่วมในกฎหมายนั้นด้วย”

“เยลเลน” เผยรัฐบาลสหรัฐพร้อมร่วมมือเฟดสกัดเงินเฟ้อปีนี้

          นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNBC ว่า เธอเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อฉุดอัตราเงินเฟ้อให้ชะลอตัวลงในปี 2565 หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้   “อัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ ซึ่งรวมถึงตัวดิฉันเองด้วย และแน่นอนว่าคณะบริหารของปธน.ไบเดนต้องรับผิดชอบร่วมกับเฟดในการแก้ไขปัญหานี้ และเราจะทำแน่นอน”    “ที่ผ่านมานั้น การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเราและทำให้เศรษฐกิจเผชิญกับความท้าทายอย่างที่เราไม่คาดคิด ด้วยเหตุนี้เราจึงคาดหวังและตั้งใจที่จะฉุดอัตราเงินเฟ้อให้ลงมาอยู่ในระดับที่เฟดยอมรับว่ามีเสถียรภาพ” นางเยลเลนกล่าว     นางเยลเลนยังกล่าวด้วยว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันประชาชนให้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น เพื่อช่วยผ่อนคลายแรงกดดันด้านอุปทาน พร้อมกับกล่าวว่า หากสถานการณ์โควิด-19 อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เธอก็คาดว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะลดลงตลอดปี 2565 อย่างแน่นอน

“ไบเดน” จับตาสถานการณ์โอมิครอนในจีน หวั่นกระทบห่วงโซ่อุปทาน

          คณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนกำลังติดตามสถานการณ์จากภาคธุรกิจต่าง ๆ ที่ดำเนินกิจการในจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนนั้นสร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐหรือไม่   เจ้าหน้าที่ของสหรัฐระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโอมิครอนในจีน หรือมาตรการควบคุมโรคเชิงรุกที่จีนใช้หรือไม่ โดยจีนยังคงดำเนินนโยบายความอดทนต่อโควิด-19 เป็นศูนย์ หรือ Zero-COVID ด้วยการใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั้งเมืองเพื่อยับยั้งการระบาด  ทั้งนี้ ปธน.ไบเดนและคณะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามว่า ดำเนินการล่าช้าในการแก้ไขภาวะชะงักงันในระบบห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี รวมถึงการระบาดของไวรัสโอมิครอนในสหรัฐ จนทำให้ยอดผู้ติดเชื้อและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลสูงเป็นประวัติการณ์ 

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : สัปดาห์นี้เฟดชี้ชะตาทอง แนะเล่นสั้นรอผลเฟด แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักตาม
     
แนวรับ 1824/ 1815  / 1800 แนวต้าน 1845 |1852|1860
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น     SW UP /SW       SW                        SW               SW   

ระยะกลาง  SW UP               SW DOWN           SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1824-50
จุดเข้า BUY 1824-30
เป้าหมาย 1854-60
SL 1800รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1900
จุดเข้า BUY 1765-80 เป้าหมาย 1860-1900
SL 1750   

บทวิเคราะห์ : สัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นและบิตคอยส์ตก น้ำมันขึ้น ทองขึ้นตาม โดยรวมทรงทองดูดีมากที่จะเป็นขาขึ้น แต่คืนวันพุธนี้ เฟดมีประชุม FOMC ที่คาดกันว่าเฟดจะแถลงนโยบายที่น่าดุดันในการเร่งขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะชี้ชะตาภาพใหญ่ของทองจะเป็นขาขึ้นหรือ SIDEWAYS  นอกจากนี้คืนวันพฤหัส/ศุกร์ ก็จะมีประกาศ GDP และ ดัชนีเงินเฟ้อ PCE ตามลำดับ ยิ่งทำให้สัปดาห์นี้เข้าโหมดผันผวน ดังนั้นขอให้นักลงทุนปรับพอร์ตให้ทันสถานะการณ์รายวัน
กลยุทธ์ : ถ้าราคาทองยืนเหนือ $1825 ได้แนะทางซื้อ หรือจะเล่นสั้นย่อซื้อขึ้นขาย โดยแนวรับสำคัญคือ $1800 แนวต้าน $1855 โดยหากยืนเหนือ $1850 ได้ชัดๆ เราจะเห็นราคาทองไป $1900 คาดว่าราคาทองจะผันผวนมากแต่ก็เหมาะเล่นสั้นทำกำไรสำหรับ DAY TRADE

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (21 ม.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า

มุมมองทองคำภาคเช้า  ราคาดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (21 ม.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ สัญญาทองคำปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรหลังจากปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ตลาดเชื่อว่า บรรดานักลงทุนยังคงเข้าซื้อสัญญาทองคำในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อและการร่วงลงของตลาดหุ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาสัญญาทองคำปรับตัวขึ้นได้เป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน 

ทางด้านกองทุน SPDR  ได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มเติมอีกจำนวน 27.59 ตัน  ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซีย โดยสหรัฐกังวลว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย อาจตัดสินใจบุกยูเครนเช่นเดียวกับที่ได้ใช้กำลังทหารผนวกคาบสมุทรไครเมียในปี 2557 โดยขณะนี้รัสเซียส่งกำลังทหารเกือบ 100,000 นายเข้าประชิดชายแดนยูเครน และอาจเพิ่มกำลังพลเป็น 2 เท่าในเร็วๆ นี้ 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (21 ม.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า 

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,825 – 1,820 –  1,816

แนวต้าน  1,843 – 1,848 – 1,853

ทองคำปิดตลาดปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากแรงขายทำกำไร  ขณะที่นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า  ทั้งนี้ อย่างไรก็ดียังมองว่านักลงทุนยังสามารถสะสมทองคำได้ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อและการร่วงลงของตลาดหุ้น แนะเก็งกำไรขาขึ้น

ที่มา : gold.in.th ( 24 ม.ค. 65 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: