ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 1 ก.พ.65 by SCT, GT, HGF, YLG, MTS

248

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ   :  ทองรีบาวด์ บาทแข็ง วันนี้ลุ้นรีบาวด์ต่อ  คืนนี้จับตาดัชนีการผลิต  
     
แนวรับ 1790/ 1780  / 1775 แนวต้าน 1813 |1818|1828
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น     SW              SW DOWN/SW      SW              SW 
ระยะกลาง  SW UP               SW                      SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1785-1815
จุดเข้า SELL 1813-18
เป้าหมาย 1777
SL 1830รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1900
จุดเข้า BUY 1765-80 เป้าหมาย 1860-1900
SL 1750   

บทวิเคราะห์ : ซินเจียอยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ ท่านผู้อ่านทุกท่าน
ทองฟื้นตัวรีบาวด์ตามคาด หลังทรุดหนัก โดยได้ข่าวความตึงเครียดในยูเครนและประเทศ UAE โดนยิงมาหนุน อย่างไรก็ตามสัปดาห์มีตัวเลขฝั่งสหรัฐฯที่สำคัญประกาศทุกวันและชี้เป็นชี้ตายกับแนวโน้มทองได้ จึงต้องระมัดระวัง ค่อยๆเทรดตามการสวิงหรือตามช่วงข่าวออก ในทางเทคนิคคาดว่าราคาทองน่าจะรีบาวด์ แต่ถ้าการรีบาวด์ไม่แรงยืน $1820 ได้ ต้องระวังโดนเทแรงอีกรอบ แต่เท่าที่ดูตัวเลขการผลิตและการจ้างงานน่าจะดีกับทองนิดๆ จึงคาดว่าราคาทองน่าจะแกว่งออกข้าง ขึ้นลงไปมาให้เทรดสั้นๆได้ ฝั่งซื้อที่ซื้อมาก็ทยอยทำกำไรบางส่วนช่วงการรีบาวด์ แต่ต้องระวังบาทไทยจะแข็งค่าเพราะค่าเงินสหรัฐฯย่อตัว นักลงทุนระยะกลาง ถ้าราคาขึ้นมาไม่แรงให้ทยอยขาย 50% แล้วถือส่วนที่เหลือสำหรับระยะกลาง คาดว่าเดือนนี้ราคาทองน่าจะแกว่งสะสมพลังเพื่อขึ้นต่อในเดือนหน้า

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

- Advertisement -

  • Goldman Sachs ประเมินเศรษฐกิจสหรัฐฯปีนี้ใหม่ โดยปรับลดตัวเลข GDP จาก +3.8% ลงเหลือ +3.2% เพราะภาพรวมมีแนวโน้มชะลอตัวรุนแรงตั้งแต่ต้นปีจากการลดงบประมาณรายจ่ายภาครัฐและการแพร่ระบาดของโควิดโอมิครอนกระทบต่อการฟื้นตัว
  • ยูโรโซนเผย GDP ไตรมาส 4 ปีก่อน โตเพียงแค่ +0.3% เพราะรับผลกระทบจากโควิดโอมิครอนระบาดหนัก
  • อังกฤษรายงานการเติบโตของภาคธุรกิจในประเทศมีการชะลอตัวลงมากที่สุดในรอบ 10 เดือนเพราะไม่สามารถควบคุมการระบาดของโควิดโอมิครอนได้

Technical

  • RSIปรับขึ้นมาเหนือเขต oversoldตามราคาที่รีบาวด์ขึ้น แต่โอกาสจะยืนเหนือ 1,800 ด้วยยังยาก
  • ราคารีบาวด์ขึ้นโดยไม่ลงไปทำจุดต่ำใหม่ซ้ำอีกคร้ง ทำให้ RSI มีโอกาสจะเกิดสัญญาณ bullish divergence ได้อีก โดยยังคงคาดว่า1,770-1,775 จะเป็นบริเวณต่ำสุดของรอบ
  • ทิศทางวันนี้ลองยื้อ 1,800
  • จับจังหวะเล่นยังไง? ถ้าขึ้นเกิน 1,800 ถือ short จะได้เปรียบกว่า แต่ถ้าผ่าน 1,815 ต้อง stop loss ส่วนจุดเข้าซื้อ ควรรอให้เห็น 1,775 ก่อนค่อยตัดสินใจ

Attention

  • รัฐบาลสหรัฐฯจะมีเงินใช้จ่ายไปถึง 18 ก.พ.
  • ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาดเพราะสหรัฐฯพร้อมขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 4 ครั้ง เพื่อกดเงินเฟ้อ ซึ่งต้องรอดูว่ารอบนี้นักลงทุนจะเลือกเงินคริปโต หรือ ทองคำ เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่ากัน

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำบวก จากความตึงเครียดของชาติตะวันตกกับรัสเซีย

คืนนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค.โดย ISM

ราคาทองคำ Spot มีทิศทางเป็นขาลง

  • ราคาทองคำ Spot  เมื่อวานนี้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ปรับตัวลงต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งนักลงทุนเข้าซื้อทองคำจากสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองระหว่างชาติตะวันตกกับรัสเซียเกี่ยวกับประเด็นยูเครน จากที่อังกฤษเตือนจะใช้มาตรการคว่ำบาตรธุรกิจและบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีรัสเซีย หากรัสเซียกระทำการใด ๆ กับยูเครน อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในระดับต่ำกว่า 1,800 ดอลลาร์ ซึ่งราคาทองคำยังซึมซับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำสุทธิ 3.49 ตันจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
  • คืนนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค.โดย ISM ตลาดคาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 57.4 จากระดับ 58.7 และจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร ตลาดคาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 10.5 ล้านตำแหน่ง จาก 10.56 ล้านตำแหน่ง
  • แนวโน้มราคาทองคำ spot คาดว่ามีทิศทางเป็นขาลง  อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้อาจมีปริมาณการซื้อขายทองคำที่เบาบางลง เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวช่วงเทศกาลตรุษจีนของประเทศจีน ส่งผลให้ราคาทองคำระยะสั้นอาจเคลื่อนไหว Sideways  โดยราคาทองคำมีแนวรับ 1,780 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,770 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,810 ดอลลาร์ และ 1,820 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,796.40+1.41,780/1,7701,810/1,820

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,300-10028,200/28,00028,500/28,600

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,410+5028,270/28,12028,630/28,720

แนะนำเปิดสถานะขายบริเวณราคาทอง Spot ที่ 1,810 ดอลลาร์ (GF 28,630 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,820ดอลลาร์ (GF 28,720 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,802.20+8.101,782/1,7721,812/1,822

แนะนำเปิดสถานะขายบริเวณราคา GOH22 ที่ 1,812 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,822 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ค่าเงินบาทยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า จากมุมมองการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด อย่างไรก็ตามแนวโน้มค่าเงินบาทอาจเห็นการแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.65 มีแนวรับที่ 33.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์

News

แคนาดาสั่งถอนเจ้าหน้าที่สถานทูตในยูเครนกลับประเทศเพิ่ม

          กระทรวงต่างประเทศแคนาดาเปิดเผยว่า แคนาดาได้ตัดสินใจถอนเจ้าหน้าที่ประจำสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาในยูเครนเพิ่มเติม เนื่องจากกังวลในประเด็นด้านความปลอดภัย  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แคนาดาได้ตัดสินใจถอนเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาที่ปฏิบัติงานในส่วนที่ไม่จำเป็น และสมาชิกครอบครัวเดินทางออกจากยูเครนเป็นการชั่วคราว พร้อมเน้นย้ำถึงความปลอดภัยและมั่นคงของชาวแคนาดาเป็นสำคัญ     แถลงการณ์ของกระทรวงระบุว่า “ตามที่ประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ แคนาดาจะเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตในกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน ซึ่งล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เช่น การปฏิรูปภาคความปลอดภัย การจัดการความขัดแย้ง การปฏิรูปด้านประชาธิปไตย การให้บริการด้านกงสุลและการทูต” พร้อมเสริมว่า “พวกเขาจะเพิ่มขีดความสามารถในด้านการทูต และช่วยให้เราประเมินและรับมือกับสถานการณ์เพื่อช่วยเหลือยูเครนได้อย่างต่อเนื่อง”    

เอชเอสบีซีชี้นโยบาย Zero-COVID ของจีนอาจส่งผลกระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

          นายปารัช เชน หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดทุนการขนส่งและท่าระดับโลกของเอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของอังกฤษได้กล่าวให้สัมภาษณ์ในรายการ “”Squawk Box Asia” ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีในวันนี้ว่า การบังคับใช้มาตรการรักษายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้เป็นศูนย์หรือ Zero-COVID ของจีนจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทานโลก เนื่องจากภาวะชะงักงันเพียงเล็กน้อยในจีนมีแนวโน้มจะสร้าง “แรงกระเพื่อม” เป็นวงกว้างไปทั่วโลก   ทั้งนี้ นายเชนกล่าวว่า “โรคระบาดได้เผยให้เห็นว่าการสต็อกสินค้าคงคลังในห่วงโซ่อุปทานมีอยู่น้อยเพียงใด หากเกิดภาวะชะงักงันเพียงเล็กน้อยในจีน ก็สามารถสร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างไปทั่วห่วงโซ่อุปทานโลกได้”   จีน ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก ได้เพิ่มความเข้มงวดในการใช้กลยุทธ์ Zero-COVID เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศพุ่งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย   จีนมีโครงสร้างพื้นฐานในการลดความคับคั่งทั้งในท่าขนส่งและห่วงโซ่อุปทาน “อย่างไรก็ดี สถานการณ์โรคระบาดจะส่งผลกระทบไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในท้ายที่สุด ดังนั้น ตราบใดที่จีนยังคงบังคับใช้มาตรการ Zero-COVID อย่างเข้มงวดเช่นนี้ต่อไป เราก็ไม่อาจปฏิเสธความเป็นไปได้ในการเกิดภาวะชะงักงันเป็นครั้งคราวในอนาคตได้” นายเชนกล่าว  

วิจัยพบโควิดสามารถกลายพันธุ์เพิ่ม 21 จุดเมื่ออยู่ในคนไข้ติดเชื้อ HIV

          สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานผลวิจัยของสเตลเลนบอสช์ (Stellenbosch) ที่จัดทำร่วมกับมหาวิทยาลัยควาซูลู-นาทาล (University of KwaZulu-Natal) โดยยกกรณีศึกษาจากหญิงวัย 22 ปีชาวแอฟริกาใต้รายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส HIV ที่ไม่ได้รับการรักษาและมีเชื้อโควิด-19 อยู่ในร่างกายเป็นเวลา 9 เดือน ผลวิจัยพบว่า เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เบตาที่อยู่ในผู้ป่วยรายนี้มีการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 21 จุด  หลังจากหญิงดังกล่าวได้รับยาต้านเชื้อไวรัส และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกลับมาแข็งแรงดีแล้ว เธอก็หายจากโรคโควิด-19 ได้ภายในเวลา 6-9 สัปดาห์   งานวิจัยครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สนับสนุนว่า โควิด-19 จะกลายพันธุ์อย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในร่างกายของผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV จนอาจเป็นสาเหตุของการเกิดสายพันธุ์ใหม่    อนึ่ง แอฟริกาใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีเชื้อไวรัส HIV แพร่ระบาดมากที่สุดในโลก โดยมีประชากร 8.2 ล้านคนจากทั้งหมด 60 ล้านคนที่ติดเชื้อ HIV และสายพันธุ์เบตาซึ่งทำให้หญิงรายดังกล่าวติดเชื้อนั้นก็มีการค้นพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ เช่นเดียวกันกับสายพันธุ์โอมิครอน   รายงานวิจัยระบุว่า “กรณีศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงขั้นตอนการเกิดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ผลวิจัยของเราสนับสนุนรายงานก่อนหน้านี้ที่ว่า การรักษาด้วยการให้ยาต้านไวรัสอย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้น”    ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

ราคายังมีโอกาสที่จะทดสอบแนวต้าน 1,809-1,815ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านได้ให้แบ่งขายทำกำไร หรือ เปิดสถานะขายเพื่อรอซื้อคืนเมื่อราคาอาจอ่อนตัวลงอีกครั้งประเมินแนวรับที่ 1,780 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,780 1,766 1,753  แนวต้าน : 1,815 1,834 1,849

จจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น1.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ Buy the Dip ที่สลับเข้ามาหลังจากปรับตัวลงแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากดัชนีดอลลาร์ที่ปิดอ่อนค่าลง0.59% แตะที่96.65เมื่อคืนนี้ท่ามกลางขายทำกำไรหลังจากดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ1ปีครึ่งในระหว่างการซื้อขายของวันศุกร์ นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วน “ลด” การคาดการณ์การเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) หลังผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอาทิ นายโธมัสบาร์กิ้นประธานเฟดริชมอนด์และนางแมรี่เดลีประธานเฟดฟรานซิสโก กล่าวสอดคล้องว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม แต่ยังคงแสดงความเห็นอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับเส้นทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากนั้นโดยระบุต่อว่าเส้นทางการดำเนินการในอนาคตนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าเศรษฐกิจมีพัฒนาอย่างไร พร้อมส่งสัญญาณถึงความต้องการที่จะเปิดทางเลือกต่างๆเตรียมไว้หากเศรษฐกิจเผชิญกับความไม่แน่นอนของอัตราเงินเฟ้อและการระบาดของ COVID-19 ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าจนส่งผลหนุนทองคำ อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัดจากแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นแรงนำโดยแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นโบอิ้ง ขณะที่ดัชนีPMIเขตชิคาโกปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 65.2 เป็นอีกปัจจัยที่สกัดช่วงบวกของราคาทองคำเอาไว้ ทำให้ราคาทองคำทำระดับสูงสุดได้เพียง 1,799.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +3.49 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMIภาคการผลิตจากมาร์กิตและ ISM, JOLTS Job Openings และค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้าง

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาขยับขึ้นแต่ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมา หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,809-1,815ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไม่สามารถยืนได้ราคาอาจปรับตัวลงแนะนำจับตาแรงซื้อแรงขายอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,780 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้อ

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำเปิดสถานะขายทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,809-1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาผ่านแนวต้านบริเวณ 1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือโซน 1,780ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เดนมาร์กเผยโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 แพร่เชื้อง่ายกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมผลการศึกษาจากเดนมาร์กพบว่า ไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในเดนมาร์ก แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม หรือ BA.1 และทำให้ผู้ฉีดวัคซีนแล้วติดเชื้อได้ง่ายกว่าด้วยเช่นกัน  ผลการศึกษาในเดนมาร์กเปิดเผยว่า ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิมถึง 33% โดยโอมิครอนสายพันธุ์ BA.2 ได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นสายพันธุ์หลักในเดนมาร์กไปแล้ว
  • (+) อังกฤษเตือนรัสเซียอย่ายุ่งยูเครน ย้ำพร้อมคว่ำบาตรบุคคล-ธุรกิจรัสเซียนายไซมอน คลาร์ก หัวหน้าเลขาธิการกระทรวงการคลังของอังกฤษเปิดเผยว่า อังกฤษจะคว่ำบาตรธุรกิจและบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย หากรัสเซียกระทำการใด ๆ กับยูเครน  นายคลาร์กกล่าวกับสำนักข่าวสกายนิวส์ว่า “เราชัดเจนแล้วว่า ถ้ารัสเซียกระทำการใด ๆ กับยูเครน เมื่อนั้นเราจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อธุรกิจและบุคคลที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลรัสเซียที่สุด”  ทางด้านนางลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษกล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษจะออกกฎหมายใหม่ในสัปดาห์นี้เพื่อขยายขอบเขตการคว่ำบาตรที่สามารถใช้กับรัสเซีย เพื่อยับยั้งท่าทีแข็งกร้าวต่อยูเครน
  • (+) โกลด์แมน แซคส์หั่นคาดการณ์ GDP สหรัฐปีนี้เหลือ 3.2% เหตุโอมิครอนกระทบโกลด์แมน แซคส์ ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐในปีนี้ ลงสู่ 3.2% จาก 3.8% เนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงต้นปี เนื่องจากมาตรการสนับสนุนด้านการคลังลดลง และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ  โกลด์แมน แซคส์คาดว่า การขยายตัวของ GDP เมื่อเทียบเป็นรายปีจะอยู่ที่ 0.5% ในไตรมาสแรกเมื่อเทียบกับประมาณการณ์ครั้งก่อนที่ 2.0% ขณะที่การใช้จ่ายด้านการบริการที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดนั้นได้ลดลงอย่างรุนแรงนับตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค. แต่การฟื้นตัวจากผลกระทบของไวรัสโอมิครอนนั้นมีแนวโน้มที่จะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
  • (+) ดอลล์อ่อนค่า นลท.ขายทำกำไรหลังพุ่งสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (31 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร หลังจากดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีเมื่อวันศุกร์ อันเป็นผลมาจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเวลาที่รวดเร็วขึ้นเพื่อสกัดกั้นอัตราเงินเฟ้อ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.64% แตะที่ 96.65 เมื่อคืนนี้
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 406.39 จุด รับแรงช้อนซื้อหุ้นเทคโนฯดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันจันทร์ (31 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นเน็ตฟลิกซ์และหุ้นเทสลาที่พุ่งขึ้นกว่า 10% หลังได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนจากนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นโบอิ้ง ซึ่งเป็น 1 ใน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,131.86 จุด เพิ่มขึ้น 406.39 จุด หรือ +1.17%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,515.55 จุด เพิ่มขึ้น 83.70 จุด หรือ +1.89% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,239.88 จุด เพิ่มขึ้น 469.31 จุด หรือ +3.41%
  • (-) บิตคอยน์ส่งสัญญาณฟื้นตัวแกร่งหลังร่วงหนักสุดนับตั้งแต่ปี 2563ราคาบิตคอยน์ร่วงลงในเดือนม.ค. 2565 รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่เผชิญแรงขายอย่างหนักจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ระบาดในเดือนมี.ค. 2563 อย่างไรก็ตาม ราคาบิตคอยน์กำลังแสดงสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง  ทั้งนี้ บิตคอยน์ร่วงลงในเดือนม.ค. 2565 สู่ระดับน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของราคาที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์  อย่างไรก็ตาม หลังร่วงลงจากเหนือระดับ 47,000 ดอลลาร์ ลงต่ำกว่าระดับ 34,000 ดอลลาร์ในช่วง 3 สัปดาห์แรกของปีนี้ ราคาบิตคอยน์ก็ได้ดีดตัวขึ้นนับตั้งแต่นั้น โดยขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 37,000 ดอลลาร์ 
  • (+/-) โพลชี้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นปีนี้ รับดีมานด์-ความตึงเครียดการเมืองเพิ่มสำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (31 ม.ค.) บ่งชี้ว่า ราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงด้านการเมืองจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมัน และความต้องการใช้น้ำมันฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของโรคโควิด-19 ได้บรรเทาลง  ผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ 46 รายคาดว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) จะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 79.16 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีนี้ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่ระดับสูงสุดสำหรับปีนี้ และเพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับคาดการณ์ในเดือนธ.ค.ที่ 73.57 ดอลลาร์  ส่วนราคาน้ำมันดิบสหรัฐนั้นคาดว่าจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 76.23 ดอลลาร์ในปีนี้ เทียบกับระดับ 71.38 ดอลลาร์ที่คาดไว้ในเดือนที่แล้ว

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น จากแรงการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์และการซื้อของกองทุนทองคำ SPDR เมื่อวานนี้ ที่ซื้อเข้า 3.49 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,017.75 ตัน ภาพรวมเดือนมกราคม ซื้อสุทธิ 42.09 ตัน ขณะที่ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลดลงจากราคาเปิดเมื่อวานนี้ที่ 97.21 จุด ลงไปทำจุดต่ำสุดแถวบริเวณ 96.52 จุด ขณะที่เช้านี้ดัชนีดอลลาร์เปิดที่ 96.70 จุด แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อวานนี้ ได้แก่ Chicago PMI ผลออกมาดีกว่าคาดการณ์ ขณะที่ในวันนี้คาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้แก่ Final Manufacturing PMI, ISM Manufacturing PMI, JOLTS Job Openings และ Construction Spending m/m จะออกมาค่อนข้างทรงตัว

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมา หลังจากวานนี้ลงไปทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,785 เหรียญ และกลับมาปิดที่ 1,798 เหรียญ ภาพรวมราคาทองคำยังคงเป็นลักษณะ Technical Rebound วันนี้คาดว่าราคาทองคำจะแกว่งตัวในกรอบแนวรับที่ 1,780 เหรียญ และแนวต้านที่ 1,810 เหรียญ  สำหรับ Gold Comex และ Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนวรับ 1,782 เหรียญ และแนวต้าน 1,810 เหรียญ ด้านราคาทองคำไทยน่าจะเปิดปรับขึ้น 50 บาท/บาททองคำ

Gold Futures Series G22 จะมีแนวรับที่ระดับ 28,280 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,580 บาท

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

ยังเก็งกำไรตามแนวโน้มทิศทางขาลงระยะสั้น หาจังหวะลดสถานะซื้อ หรือทำการเปิดสถานะขาย เมื่อราคารีบาวน์กลับขึ้นมาทอสอบแนวต้าน

– นักลงทุนที่ถือ Long Position

หาจังหวะลดสถานะเมื่อราคามีการดีดกลับขึ้นมาทดสอบแนวต้าน

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

หาจังหวะเปิดสถานะใหม่เมื่อราคาขยับขี้นมาทดสอบแนวต้าน

ที่มา : gold.in.th ( 1 ก.พ. 65 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: