ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ก.พ.65 by SCT, GT, HGF, GCAP, YLG

135

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ   :  เงินเฟ้อยังสูงดันทองขึ้น แต่เริ่มจะแผ่ว แนะขายทำกำไร
   
แนวรับ 1828 / 1820  / 1800 แนวต้าน 1845 |1850|1855
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น     SW /SW UP    SW DOWN/SW      SW              SW 
ระยะกลาง  SW UP/SW         SW                         SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1815-48
จุดเข้า SELL 1840-50
เป้าหมาย 1805-15
SL 1855รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750- 1850
จุดเข้า BUY 1765-80 เป้าหมาย 1840 /1900
SL 1750   

บทวิเคราะห์ : เมื่อคืนนี้เงินเฟ้อสหรัฐฯประกาศออกมาที่ 7.5% สูงขึ้นในรอบ40ปี ดันทองขึ้นระยะสั้น และระยะยาวในปีนี้ แต่เนื่องจากกราฟรายชั่วโมงราคาทองขึ้นมาหลายวันทำการ จึงต้องระวังการ TAKE PROFIT แถวใกล้ $1850 คืนนี้มีตัวเลขประกาสหลายวันน่าจะพาความผันผวนให้ทอง ภาพรวมทองดูดีมากแต่จะต้องขึ้น $1850 ให้ได้จึงจะเป็นขาขึ้น
กลยุทธ์ : คาดว่าวันนี้ราคาจะโดนขายทำกำไรเพราะราคาเริ่มแผ่วมาหลายวัน แนะลดพอร์ตหรือขาย แล้วค่อยลงมาซื้อใหม่ ส่วนราคาทองไทยคงแกว่งในกรอบเช่นเดิม เพราะทองย่อบาทก็จะอ่อน และทองขึ้นบาทก็แข็ง ไปก่อนช่วงนี้ แต่ก็พอเก็งกำไรสั้นๆไวๆได้

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

- Advertisement -

  • สหรัฐฯเผยดัชนี CPIพุ่งสูงเกินคาด ทำนักลงทุนหวั่น Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกแบบจัดหนักเพื่อลดเงินเฟ้อ
  • ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือน ม.ค. พุ่งสูงถึง +7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมากที่สุดในรอบ 40 ปี และถือเป็นสัญญาณเตือนว่าเงินเฟ้อในปีนี้จะรุนแรงมาก
  • ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯทั้งระยะสั้นและระยะยาวไต่ระดับขึ้นต่อ โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 10 ปี ทะยานขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 2%
  • ในขณะที่ตลาดประเมินว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็น87%ที่

Technical

  • เงินเฟ้อสหรัฐฯสูงเกินคาดทำราคาแกว่งแรง เช้านี้ยังดูไร้ทิศทางอยู่ ซึ่งต้องรอว่าจะยืนตรงนี้ หรือ จะหล่นไปยืนที่เส้น MA
  • ราคาพยายามยืนบนเส้น MA ย่อย แต่ถ้าหลุดก็ยังมีเส้น MA หลักคอยรองรับไว้
  • ทิศทางวันนี้หาที่ยืน
  • จับจังหวะเล่นยังไง?แถวนี้เสี่ยงซื้อเล่นสั้นได้ ถ้าหลุดเส้น MA ย่อย ก็ขายก่อนแล้วรับกลับที่เส้น MA หลัก หรือ แบ่งซื้อสองไม้ตามแนวเส้น MA ส่วนฝั่งขายที่ follow short เมื่อวาน ให้ทยอยปิดทำกำไรเมื่อปรับลง

Attention

  • รัฐบาลสหรัฐฯจะมีเงินใช้จ่ายไปถึง 18 ก.พ.
  • ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาดเพราะสหรัฐฯพร้อมขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 4 ครั้ง เพื่อกดเงินเฟ้อ ซึ่งต้องรอดูว่ารอบนี้นักลงทุนจะเลือกเงินคริปโต หรือ ทองคำ เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่ากัน

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ดัชนี CPI พุ่งขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2525

คืนนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.

แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับตัวลงสู่แนวรับ 1,820 ดอลลาร์   

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้น ภายหลังจากการเปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงพุ่งขึ้นในระดับสูง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้น 7.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก และนับว่าเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2525 ส่งผลให้เป็นแรงหนุนต่อการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิมจากเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.ของม.มิชิแกน (เบื้องต้น) ตลาดคาดว่าจะเทรงตัวที่ระดับ 67.2
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับตัวลงสู่แนวรับ 1,820 ดอลลาร์    โดยราคาทองคำมีแนวรับ 1,820 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,810 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,840 ดอลลาร์ และ 1,850 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,826.49-6.511,820/1,8101,840/1,850

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,35028,200/28,10028,600/28,800

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,370-5028,340/28,22028,670/28,800

แนะนำเข้าซื้อราคาทอง Spot ที่ 1,810 ดอลลาร์ (GF 28,220 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,800 ดอลลาร์ (GF 28,100บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,831.00-3.001,822/1,8121,842/1,852

แนะนำเข้าซื้อราคา GOH22 ที่ 1,812 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,802 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องมากสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง ซึ่งค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วมาจากกระแสเงินทุนไหลเข้าในตลาดพันธบัตร ทั้งนี้ระยะสั้นแนวโน้มค่าเงินบาทแข็งค่าได้ต่อ  สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.65 มีแนวรับที่ 32.50 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 33 บาท/ดอลลาร์

News

สหรัฐจ่อฉีดไฟเซอร์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี 21 ก.พ.นี้ รอ FDA ไฟเขียว

          สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข้อมูลในเอกสารจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐ ซึ่งระบุว่า หากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอนุมัติให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์และไบออนเทค เอสอี ให้กับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 4 ปี รัฐบาลสหรัฐก็จะทำการแจกจ่ายวัคซีนเบื้องต้นจำนวน 10 ล้านโดสไปยังรัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.นี้  ไฟเซอร์และไบออนเทคระบุว่า ได้ส่งข้อมูลประกอบการอนุมัติตามคำขอของ FDA เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนด้านสาธารณสุขสำหรับกลุ่มเด็กวัยดังกล่าว แม้ผลการทดลองกับเด็กกลุ่มอายุ 2-4 ปีก่อนหน้านี้พบว่า ได้ระดับภูมิคุ้มกันต่ำกว่าที่คาดก็ตาม  ทั้งนี้ FDA เตรียมประชุมทางไกลกับกลุ่มที่ปรึกษาในวันที่ 15 ก.พ.นี้ เพื่อหารือว่า ควรอนุมัติการใช้วัคซีนดังกล่าวในกรณีฉุกเฉินกับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีหรือไม่ ซึ่งเป็นกลุ่มอายุเดียวที่ยังไม่ได้รับวัคซีน    ด้าน CDC ระบุว่า ในสหรัฐมีเด็กอายุ 6 เดือนถึง 4 ปีอยู่ราว 18 ล้านคน และจะมีการเพิ่มปริมาณวัคซีนจาก 10 ล้านโดสแรก   หาก FDA อนุมัติ พื้นที่ซึ่งมีเด็กกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะเจ็บป่วยรุนแรงจากโรคโควิด-19 นั้น จะได้รับวัคซีนล็อตแรกก่อนโดยจะเริ่มแจกจ่ายในวันที่ 21 ก.พ.นี้

“โกลด์แมน แซคส์” คาดบอนด์ยีลด์สหรัฐดีดแตะ 2.25% ปลายปีนี้

          โกลด์แมน แซคส์ประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี สู่ระดับ 2.25% ภายในปลายปีนี้ และจะแตะระดับ 2.45% ในปลายปี 2566   ก่อนหน้านี้ โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี แตะระดับ 2.00% ภายในปลายปีนี้ และจะแตะระดับ 2.30% ในปลายปี 2566     พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีถือเป็นพันธบัตรที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้น จะทำให้บริษัทต่าง ๆ เผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการชำระหนี้ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ลดการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน

ประธานเฟดแอตแลนตาคาดเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งปีนี้

          นายราฟาเอล บอสติก ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวว่า เขาเห็นว่าการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยปรับขึ้นครั้งละ 0.25% ถือว่ามีความเหมาะสม แต่เขาก็คาดว่าเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 4 ครั้ง    “เราคงต้องดูว่าเศรษฐกิจจะมีการตอบสนองอย่างไรหลังเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเดือนมี.ค.” นายบอสติกกล่าวต่อสำนักข่าว CNBC   นอกจากนี้ นายบอสนิกกล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อในเศรษฐกิจสหรัฐอาจกำลังเริ่มชะลอตัวลง     “ผมมีความหวังว่าเราจะเริ่มเห็นเงินเฟ้อปรับตัวลง โดยมีหลักฐานบางอย่างบ่งชี้เรื่องนี้” เขากล่าว               นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาเชื่อว่าเฟดยังคงสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ย “ได้อีกมาก” โดยไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน     FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 35% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนมี.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 14%     ทางด้านแบงก์ ออฟ อเมริกาออกรายงานคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 7 ครั้งในปีนี้ โดยปรับขึ้นครั้งละ 0.25%      หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่แบงก์ ออฟ อเมริกาคาดการณ์ หมายความว่า เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมทั้ง 7 ครั้งที่เหลือในปีนี้ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค.    การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 7 ครั้งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดพุ่งแตะ 1.75-2.00% ในปลายปีนี้ จากปัจจุบันที่ระดับ 0.00-0.25%     นอกจากนี้ แบงก์ ออฟ อเมริกายังคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปี 2566 จนแตะระดับ 2.75-3.00% ก่อนที่จะมีการทบทวนนโยบายการเงิน

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

มุมมองทองคำภาคเช้า  ราคาทองคำปิดที่ 1,837.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวขึ้น 80เซนต์  ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์ของรอยเตอร์มีความเห็นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่น้อยกว่า 0.5 ในการประชุมเดือนหน้าหลังจากนายเจมส์บุลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาเซนต์หลุยส์ แสดงความเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวทำให้เขามีมุมมองเชิงลบมากขึ้นอย่างมาก และเขาต้องการให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเต็ม 1.0% ภายในวันที่ 1 ก.ค. 

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 7.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2525 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.2% จากระดับ 7.0% ในเดือนธ.ค. 

ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่พุ่งขึ้นเกินคาดส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีทะยานขึ้นเหนือระดับ 2% และดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ดีดตัวขึ้น 0.06% แตะที่ 95.5530 เมื่อคืนนี้

นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในคืนนี้ได้แก่  ความเชื่อมั่นผู้บริโภค (มหาลัยมิชิแกน)  เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

                 ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (9 ก.พ.) ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้

                  นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนม.ค.ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะพุ่งขึ้น 7.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2525 

                ทางด้านนายราฟาเอล บอสติก ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวว่า เขาเห็นว่าการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยปรับขึ้นครั้งละ 0.25% ถือว่ามีความเหมาะสม แต่เขาก็คาดว่าเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 4 ครั้ง

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,820–1,815- 1,810

แนวต้าน  1,836 – 1,840-1,846

                ทองคำปิดตลาดขยับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อคีนที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ขยับตัวสูงขึ้น กระตุ้นแรงซื้อทองคำ นักลงทุนอาจพิจารณารอตั้งรับเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาที่แนวรับ 

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

เน้นเก็งกำไรจากการแกว่งตัวในกรอบ การเข้าซื้อควรรอเมื่อราคาอ่อนตัวลงใกล้แนวรับบริเวณ 1,821-1,806 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรขายทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,841-1,853 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,806 1,792 1,778  แนวต้าน : 1,841 1,853 1,867

จจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 6.51ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำแกว่งตัวผันผวนทั้งทางบวกและทางลบ หลังสหรัฐเผยว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 7.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.1982 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.2% ทั้งนี้ ราคาทองคำทะยานขึ้นจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ครั้งใหม่ที่บริเวณ 1,841.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดีเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ได้กระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวมากขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ สะท้อนจาก FedWatch Tool ของ CME Group ที่ปรับตัวรับโอกาสถึง 85% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้นจากเดิมระดับ 14% ในช่วงก่อนการเปิดเผยตัวเลข CPI นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากถ้อยแถลงของนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดเซนต์หลุยส์ ที่กล่าวว่า เขามีมุมมองเชิง Hawkish เพิ่มขึ้น “อย่างมาก(dramatically)” หลังการเปิดเผย CPI และตอนนี้เขาต้องการขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 1% ภายในวันที่ 1 ก.ค.นี้ หรือ ภายใน 3 การประชุมนโยบายการเงิน 3 ครั้งถัดไป การคาดการณ์ดังกล่าวหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวเหนือ 2.0% เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีครึ่ง และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. ปี 2019 ที่ 2.056% จนเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยให้ร่วงลงกลับมาปิดตลาดในแดนลบในที่สุด ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยคาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,841 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หลังจากราคาปรับตัวขึ้นมาแล้วในระดับหนึ่งจึงมีแรงขายออกมา อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลง โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,821-1,806 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นระยะสั้นอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำลงทุนในกรอบราคา โดยเปิดสถานะซื้อทำกำไรระยะสั้นหากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,806-1,792 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,792 ดอลลาร์ต่อออนซ์)และรอขายทำกำไรเมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านโซน 1,841-1,853 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ยูเครนเริ่มปฏิบัติการซ้อมรบ โต้กลับรัสเซียซ้อมรบในเบลารุส  ยูเครนเริ่มดำเนินการซ้อมรบในวันนี้ (10 ก.พ.) ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อตอบโต้การซ้อมรบของรัสเซียในประเทศเบลารุส ซึ่งยูเครนและชาติตะวันตกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมกำลังทางการทหารของรัสเซียในภูมิภาค  นายโอเลคซี เรซนิคอฟ รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนกล่าวในสัปดาห์นี้ว่า การฝึกซ้อมรบของยูเครนจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 10-20 ก.พ. โดยกองทัพจะซ้อมรบโดยใช้โดรนเบย์รัคตาร์ (Bayraktar) ขีปนาวุธต่อต้านรถถังแจฟลิน (Javelin) รวมถึงขีปนาวุธต่อต้านรถถังรุ่นใหม่ (NLAW) ที่ได้จากชาติพันธมิตร
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 526.47 จุด วิตกเฟดเร่งขึ้นดบ.หลังเงินเฟ้อสูงกว่าคาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 500 จุดในวันพฤหัสบดี (10 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่พุ่งขึ้นสูงกว่าการคาดการณ์จะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันมากขึ้นหลังจากนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ได้ส่งสัญญาณสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรุนแรงถึง 1% ภายในเดือนก.ค.นี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,241.59 จุด ลดลง 526.47 จุด หรือ -1.47%,  ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,504.08 จุด ลดลง 83.10 จุด หรือ -1.81% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,185.64 จุด ลดลง 304.73 จุด หรือ -2.10%
  • (-) ดอลล์แข็งค่า คาดเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังเงินเฟ้อพุ่งแรง  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (10 ก.พ.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นเกินคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.06% แตะที่ 95.5530 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 115.9210 เยน จากระดับ 115.4760 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9257 ฟรังก์ จากระดับ 0.9238 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2717 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2673 ดอลลาร์แคนาดา  สกุลเงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1452 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1436 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3574 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3537 ดอลลาร์
  • (-) บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งไม่หยุด ล่าสุดทะลุ 2% หลังเผยเงินเฟ้อสูงสุด 40 ปี  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีดีดตัวขึ้นทะลุระดับ 2.0% ในวันนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นเกินคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ณ เวลา 23.04 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.012% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.304%  ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน
  • (-) คาดเฟดมีโอกาส 50:50 ขึ้นดอกเบี้ย 0.50% เดือนหน้า หลังเงินเฟ้อพุ่งเกินคาด  นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนมี.ค. หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปีในวันนี้ รวมทั้งเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ทั้งนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนมี.ค. จากเดิมที่เคยให้น้ำหนักเพียง 14%
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 16,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 223,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 230,000 ราย  ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะตลาดแรงงานที่ตึงตัว
  • (+/-) สหรัฐเผยดัชนี CPI พุ่ง 7.5% สูงกว่าคาดการณ์ ทำนิวไฮ 40 ปี  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 7.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2525 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.2% จากระดับ 7.0% ในเดือนธ.ค.  นอกจากนี้ ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% จากระดับ 0.5% ในเดือนธ.ค.  ขณะเดียวกัน ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน พุ่งขึ้น 6.0% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2525 แลุสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.9% จากระดับ 5.5% ในเดือนธ.ค.  นอกจากนี้ ดัชนี CPI พื้นฐานดีดตัวขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% จากระดับ 0.6% ในเดือนธ.ค.

ที่มา : gold.in.th ( 11 ก.พ. 65

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: