ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ก.พ.65 by HGF, GT, SCT, GCAP, YLG

55

- Advertisement -

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ที่ผ่านมาทองปรับขึ้นในระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน

สัปดาห์นี้สหรัฐเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 4 (ประมาณการครั้งที่ 2)

แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways up   

  • ราคาทองคำ Spot สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน ทั้งนี้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน ซึ่งนักลงทุนยังคงมีความวิตกกังวลและประเมินความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะบุกโจมตียูเครน ขณะที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียสนับสนุนได้ส่งพลเรือนเดินทางออกจากภูมิภาคในฝั่งตะวันออกของยูเครนซึ่งมีการสู้รบกันเพื่อลี้ภัยไปยังรัสเซีย ทำให้ชาติตะวันตกเชื่อว่ารัสเซียวางแผนที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการบุกโจมตียูเครน   ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำสุทธิ 4.65 ตัน จากสัปดาห์ก่อน
  • สัปดาห์นี้สหรัฐเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 4 (ประมาณการครั้งที่ 2) ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7.1% จากเพิ่มขึ้น 6.9% และดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐานเดือนม.ค. ตลาดคาดว่าเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน หรือเพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบรายปี นอกจากนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.พ. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. โดย Conference Board ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.ของม.มิชิแกน  และยอดทำสัญญาขายบ้านรอปิดการขายเดือนม.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways up โดยราคาทองคำมีแนวรับ 1,880 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,870 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,910 ดอลลาร์ และ 1,920 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

- Advertisement -

Closechg.SupportResistance
1,894.40-3.31,880/1,8701,910/1,920

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,800+5028,550/28,40028,950/29,050

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,980+4028,820/28,67029,080/29,180

แนะนำเข้าซื้อราคาทอง Spot ที่ 1,880 ดอลลาร์ (GF 28,820 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,870 ดอลลาร์ (GF 28,670บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,897.20+0.901,882/1,8721,912/1,922

แนะนำเข้าซื้อราคา GOH22 ที่ 1,882 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,872 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องมากสุดในรอบ 7 เดือนครึ่ง ทั้งนี้ยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ในขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทคาดว่ายังคงแข็งค่า สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.65 มีแนวรับที่ 31.90 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 32.45 บาท/ดอลลาร์

News

“มอร์แกน สแตนลีย์” คาดเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 6 ครั้งรวม 1.5% ในปีนี้

          มอร์แกน สแตนลีย์คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 6 ครั้งในปีนี้ รวมทั้งสิ้น 1.5% ซึ่งเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บรรดาวาณิชธนกิจรายใหญ่คาดการณ์ว่า จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างมากในปี 2565 หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่พุ่งขึ้นเกินคาดได้เพิ่มแรงกดดันให้เฟดต้องดำเนินมาตรการคุมเข้มมากขึ้นเพื่อสกัดกั้นราคาที่พุ่งสูงขึ้น     นางเอลเลน เซนต์เนอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากมอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า หลังจากแนวโน้มเงินเฟ้อเปลี่ยนแปลง เราคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 6 ครั้งในปีนี้ โดยจะปรับขึ้นครั้งละ 0.25%   รายงานของมอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายในเดือนมี.ค. ตามด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนพ.ค., มิ.ย., และก.ค. และจะปรับขึ้นอีก 2 ครั้งในเดือนก.ย. และธ.ค.

ปธ.เฟดเซนต์หลุยส์เดินหน้าเรียกร้องเฟดขึ้นดอกเบี้ย 1% ภายในเดือนก.ค.

          นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ยังคงยืนยันที่จะสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1% ภายในวันที่ 1 ก.ค.นี้ พร้อมกับย้ำว่า เฟดควรดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง    “ตัวเลขเงินเฟ้อกำลังพุ่งขึ้นสูงกว่าเป้าหมายของเรา ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเรายังคงอยู่ในระดับที่ต่ำมาก และเราก็ยังคงเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ต่อไป ผมมองว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจำเป็นจะต้องเปลี่ยนไปใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายน้อยลง”    นายบูลลาร์ดยังกล่าวด้วยว่า “ผมไม่ได้พูดว่านั่นเป็นสิ่งจำเป็นที่เฟดจะต้องทำ แต่ผมแสดงความเห็นว่า เฟดควรปรับขึ้นดอกเบี้ย 1% ภายในวันที่ 1 ก.ค.นี้ และปล่อยให้กรรมการเฟดตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวตามความเหมาะสม แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ผมยังคิดว่าเรื่องนี้มีความจำเป็น และเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ตลาดจะต้องเข้าใจความจำเป็นในการดำเนินการของเฟด”

อิสราเอลชี้วัคซีนไฟเซอร์มีประสิทธิภาพ 82% ป้องกันติดเชื้อโควิดซ้ำ

          คลาลิต (Clalit) องค์กรด้านการดูแลสุขภาพใหญ่ที่สุดของอิสราเอลเปิดเผยผลวิจัยใหม่ บ่งชี้ว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์มีประสิทธิภาพ 82% ในการป้องกันการติดเชื้อซ้ำในกลุ่มผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 ที่มีอายุ 16-64 ปี   นอกจากนี้ ผลวิจัยยังพบว่าวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพ 60% ในกลุ่มผู้ที่หายป่วยจากโควิดที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลวิจัยนี้ซึ่งเผยแพร่ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ระบุว่า นักวิจัยจากองค์กรคลาลิต, วิทยาลัยวิชาการซาเปียร์ และมหาวิทยาลัยเบน กูเรียน ได้ดำเนินการตรวจสอบประสิทธิภาพของวัคซีนดังกล่าวในการป้องกันการติดเชื้อซ้ำในกลุ่มผู้ป่วยที่หายดีแล้ว   

รัสเซียสั่งขับเจ้าหน้าที่สหรัฐพ้นประเทศ ซ้ำเติมเหตุตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติ

          กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐเปิดเผย วา ทางการรัสเซียได้สั่งขับนายบาร์ต กอร์แมน เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐออกจากประเทศ ขณะที่สหรัฐเตือนว่า จะออกมาตรการตอบโต้พฤติกรรมอันไร้เหตุผลของรัสเซียซึ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์วิกฤตยูเครนที่ตึงเครียดอยู่แล้ว     ด้านกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียเปิดเผยว่า นายกอร์แมนได้ถูกสั่งให้เดินทางออกจากรัสเซีย เพื่อเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐขับไล่เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัสเซียออกจากประเทศ โดยรัสเซียกล่าวหาว่า สหรัฐต้องการจะ “เปิดสงครามวีซ่า”

โดย : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • ไบเดนยกเลิกทุกงานในตารางและเข้าประชุมด่วนกับกองทัพสหรัฐฯ หลังรัสเซียเคลื่อนทหารเข้าเบลารุสเพื่อปิดชายแดนทางตอนเหนือของยูเครน
  • ด้านยุโรปเตือนรัสเซียจะถูกตัดขาดจากตลาดเงินของยุโรปทันทีที่บุกยูเครน
  • ขณะที่นายกฯอังกฤษแสดงความเห็นว่ารัสเซียกำลังเตรียมก่อสงครามครั้งใหญ่ด้วยการปิดล้อมยูเครน

Technical

  • ราคายังยืนเหนือแนวต้านสำคัญ 1,900 ไม่ได้ ในขณะที่RSIยังคงให้สัญญาณ bearish divergence
  • แรงซื้อกำลังยื้อให้ยืน 1,900 แต่ข่าวยูเครนช่วงสุดสัปดาห์ช่วยดันขึ้นได้แค่ตอนเปิดตลาดเช้านี้ จึงต้องดูบ่ายนี้ว่าจะมีแรงดันขึ้นมาทะลุ1,900 อีกไหม
  • ทิศทางวันนี้1,900 ยืนได้ก็ไปต่อ ถ้าไม่ได้ก็พร้อมลง
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ซื้อเก็งกำไรเมื่อยืนเหนือ 1,900

Attention

  • Fed Fund Rate Futures ล่าสุด 87% มองขึ้นดอกเบี้ยเดือน มี.ค. ที่ 0.25% และ 12% มองขึ้นรวดเดียว 0.5%
  • ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาดเพราะสหรัฐฯพร้อมขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 5-7ครั้ง เพื่อกดเงินเฟ้อ
  • รัฐบาลสหรัฐฯจะมีเงินใช้จ่ายไปถึง 11 มี.ค.

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ   :  ข่าวบุกยูเครนยังเป็นบวก สัปดาห์นี้จะมีเจรจาทูต ระวังทองแกว่งแรง
   
แนวรับ 1885 / 1877  / 1860 แนวต้าน 1910 |1915|1930
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น     SW UP /SW   SW DOWN/SW      SW up         SW 

ระยะกลาง  SW UP               SW                         SW               SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral              WEAK          BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAY UP 1880-1915
จุดเข้า  BUY 1877-85
เป้าหมาย 1915-30
SL 1855รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1800-1950
จุดเข้า BUY 1855/1878 เป้าหมาย 1913/1930
SL 1847   

บทวิเคราะห์ : สัปดาห์ที่ผ่านมาทองเคลื่อนไหวในแดนบวกจากความตึงเครียดในยูเครนพาราคาทดสอบ $1900 ได้ สัปดาห์นี้ต้องระวังการแกว่งแรงของราคา เพราะมีประเด็นต้องจับตาดังนี้ 1.ความพยายามเจรจาการฑูตในวิกฤติยูเครน 2. สมาชิกเฟดสายเหยี่ยวพร้อมแถลงขู่จะขึ้นดอกเบี้ย  3. ดัชนีเงินเฟ้อ PCE วันศุกร์   นอกจากนี้ต้องระวังบาทที่แข็งค่ามาชนแนวรับ 32.0 บาทแล้ว คืนนี้ตลาดสหรัฐฯปิดวันหยุด แต่ราคาทองยังได้อิทธิพลจากความกังวลการบุกของรัสเชียที่มีจุดยืนที่ไม่กลัวใคร แต่ไม่อยากทำสงคราม คาดว่าในเดือนนี้รัสเชียน่าจะรุกพื้นที่บางส่วนในยูเครนฝั่งตะวันออกเป็นรัฐกันชน และยูเครนจะไม่กล้าที่เข้า NATO เพราะยอมเลี่ยงสงครามใหญ่  
กลยุทธ์ : แนวต้านที่สำคัญคือ $1914/1930 แนวรับ $1880 ที่ห้ามหลุด แนะเล่นสั้นๆรายวัน ย่อซื้อขึ้นขาย หรือเทรดสั้นตามการสวิงของราคา หลีกเลี่ยงการชอตโซนต่ำ 

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (18 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน และพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัย 

มุมมองทองคำภาคเช้า  ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (18 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังถูกกดดันจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง โดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยในวันศุกร์ว่า ยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้น 6.7% สู่ระดับ 6.50 ล้านยูนิตในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจจะลดลงสู่ระดับ 6.10 ล้านยูนิต

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางการเมืองในยูเครนได้ช่วยพยุงราคาทองไม่ให้ร่วงลงรุนแรง

นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในคืนนี้ได้แก่  ดัชนีราคาบ้านในเขต 20 เมืองใหญ่  ดัชนีราคาบ้าน FHFA

ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต  ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค  ดัชนีภาคการผลิตเฟดสาขาริชมอนด์  GDP  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เฟดสาขาชิคาโก  ยอดขายบ้านใหม่  คำสั่งซื้อสินค้าคงทน  รายได้ส่วนบุคคล  รายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล  ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภค  ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล  ดัชนีวัดความเชื่อมั่นของผู้บริโภค  ยอดขายบ้านที่รอปิดการขาย เป็นต้น   

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (18 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน และพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัย 

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,882-  1,876- 1,871

แนวต้าน  1,913 – 1,918– 1,924

ช่วงเช้าทองคำยังคงขยับตัวขึ้น  นักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างยูเครนกับรัสเซียหลังจากนาโตยืนยันว่ารัสเซียยังคงเสริมกำลังทหาร นอกจากนี้แรงซื้อจากปัจจัยทางเทคนิคยังเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำทรงตัวในระดับสูงต่อไปได้  แนะรอซื้อ

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

หากราคาสามารถยืนเหนือ 1,886-1,878 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้เปิดสถานะซื้อ โดยตัดขาดทุนหากหลุดโซน 1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถฝ่าแนวต้านบริเวณ 1,903-1,916 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งขายเพื่อทำกำไรระยะสั้น

แนวรับ : 1,878 1,863 1,847  แนวต้าน : 1,916 1,932 1,958

จจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 3.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้นก่อนในช่วงเช้าวันศุกร์ ท่ามกลางความตึงเครียดในยูเครนซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 เดือนที่ 1,902.42 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาจะเกิดการพักตัวลงในเวลาต่อมา โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายกำไร ประกอบกับมีรายงานข่าวที่ว่า รมว.ต่างประเทศของรัสเซียได้ตกลงที่จะพบปะหารือกับรมว.ต่างประเทศของสหรัฐที่ยุโรปในสัปดาห์นี้ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน นั่นกระตุ้นแรงขายกำไรเพิ่มจนส่งผลให้ราคาทองคำพักตัวลงมาทดสอบระดับต่ำสุดในระหว่างวันที่ 1,886.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวได้เพียงในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น เพราะสถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้งหลังจากปธน.ไบเดนเปิดเผยว่า สหรัฐเชื่อว่าปธน.ปูตินได้ตัดสินใจแล้วที่จะโจมตียูเครนในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้นั่นทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงแล้วกลับเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง และเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการปรับตัวขึ้นต่อของราคาทองคำในช่วงเช้าวันนี้ในตลาดเอเชีย ส่งผลให้ราคาพุ่งทดสอบระดับสูงสุดที่ 1,908.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะลดช่วงบวกหลังมีรายงานข่าวว่า “ปธน.ไบเดนและปธน.ปูติน” ตกลงในหลักการที่จะจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเกี่ยวกับวิกฤตยูเครน ส่งผลนักลงทุนบางส่วนคลายความวิตกและขายทำกำไรทองคำด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +4.65 ตัน สำหรับคืนนี้ตลาดเงิน ตลาดทุนและตลาดโลหะมีค่านิวยอร์กจะปิดทำการเนื่องในวัน President’s Day

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากระยะสั้นหากราคาพยายามทรงตัวเหนือแนวรับ 1,886-1,878 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ยังมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านระดับ 1,903-1,916 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือต้านดังกล่าวได้อย่างมั่นคง จะเกิดแรงซื้อดันให้ราคาขยับขึ้นสู่แนวต้านถัดไป 1,932 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หากสามารถยืนเหนือ 1,886-1,878 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้แนะนำเปิดสถานะซื้อ (ตัดขาดทุนหากหลุดโซน 1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์)สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจปิดสถานะซื้อโดยพิจารณาดูบริเวณ 1,903-1,916 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านขึ้นไปให้ชะลอการขายไปที่ 1,932ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

• (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 232.85 จุด ตลาดกังวลสถานการณ์ยูเครน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 200 จุดในวันศุกร์ (18 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาก่อนวันหยุดยาวของสหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นในยูเครน ขณะที่สหรัฐเตือนว่ามีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะบุกโจมตียูเครน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,079.18 จุด ลดลง 232.85 จุด หรือ -0.68%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,348.87 จุด ลดลง 31.39 จุด หรือ -0.72% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,548.07 จุด ลดลง 168.65 จุด หรือ -1.23% • (+) ผู้นำกลุ่มกบฏในยูเครนตะวันออกประกาศระดมกำลังทหารเต็มรูปแบบ ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครนตะวันออกประกาศระดมกำลังทหารเต็มรูปแบบในวันนี้ (19 ก.พ.) หลังจากที่เมื่อวานนี้ได้สั่งให้สตรีและเด็ก ๆ อพยพไปยังตอนใต้ของรัสเซีย อันเนื่องมาจากภัยคุกคามจากความขัดแย้ง นายเดนิส พูชิลิน หัวหน้ากลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ทางตะวันออกของยูเครนระบุในแถลงการณ์ที่เป็นวิดีโอว่า เขาได้ลงนามในคำสั่งว่าด้วยการระดมพล และเรียกร้องให้ผู้ชายที่สามารถใช้อาวุธได้มาสมัครเป็นทหาร ด้านนายลีโอนิด พาเซชนิก ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนสาธารณรัฐประชาชนลูกันสค์ในยูเครนก็ได้ลงนามคำสั่งที่คล้ายกันด้วย • (+) “ไบเดน” เชื่อ “ปูติน” ตัดสินใจแล้วที่จะบุกโจมตียูเครนในอีกไม่กี่วันนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ (18 ก.พ.) ว่า สหรัฐเชื่อว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียได้ตัดสินใจแล้วที่จะโจมตียูเครนในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ “เรามีเหตุผลที่จะเชื่อว่ากองกำลังรัสเซียกำลังวางแผนและตั้งใจที่จะบุกโจมตียูเครนในสัปดาห์หน้า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” ปธน.ไบเดนกล่าวที่ทำเนียบขาว “เราเชื่อว่าพวกเขามีเป้าหมายโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ 2.8 ล้านคน” • (+) “บลิงเกน” ชี้เหตุปะทะยูเครน-กลุ่มแบ่งแยกดินแดนเป็นแผนรัสเซียเพื่อบุกยูเครน นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะกันเป็นวันที่ 2 ระหว่างกองกำลังยูเครนและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซีย ถือเป็นการจัดฉากของรัสเซียเพื่อเป็นข้ออ้างในการโจมตียูเครน • (+) สหรัฐเผยรัสเซียเพิ่มกำลังทหารเป็น 190,000 นายใกล้ชายแดนยูเครน นายไมเคิล คาร์เพนเตอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) กล่าวว่า รัสเซียได้เพิ่มกำลังทหารสู่ระดับ 190,000 นายใกล้ชายแดนยูเครนในขณะนี้ “เราประเมินว่ารัสเซียมีกำลังทหารราว 169,000-190,000 นายใกล้ชายแดนยูเครน เมื่อเทียบกับราว 100,000 นายเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนกำลังทหารครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปของรัสเซียนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2” นายคาร์เพนเตอร์กล่าว • (+) บิตคอยน์ร่วงหลุด 4 หมื่นดอลล์ครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์ วิตกสงคราม-ดอกเบี้ยขาขึ้น บิตคอยน์ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 40,000 ดอลลาร์ในวันศุกร์ (18 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากความวิตกครั้งใหม่เกี่ยวกับการที่รัสเซียอาจจะบุกโจมตียูเครน และจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐในปีนี้ CoinDesk รายงานว่า บิตคอยน์ซึ่งเป็นคริปโทฯ ใหญ่สุดของโลก ร่วง 4.9% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ลงแตะ 39,781 ดอลลาร์ และร่วงลง 12.7% แล้วในปีนี้ ขณะที่อีเธอร์ สกุลเงินดิจิทัลใหญ่สุดอันดับสอง ร่วงลง 6% สู่ระดับ 2,796 ดอลลาร์ • (-) สหรัฐเผยยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้นในเดือนม.ค. สวนทางคาดการณ์ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้น 6.7% สู่ระดับ 6.50 ล้านยูนิตในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 6.10 ล้านยูนิต • (-) ดอลล์แข็งค่า หวั่นสงครามยูเครนหนุนแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (18 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน และพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัย ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.26% สู่ระดับ 96.0440 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 115.08 เยน จากระดับ 114.90 เยน, ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9211 ฟรังก์ จากระดับ 0.9201 ฟรังก์ และดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2742 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2705 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1337 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1368 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3605 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3624 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7187 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7195 ดอลลาร์

ที่มา : gold.in.th ( 21 ก.พ. 65 )

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: