วันพฤหัสบดี, 25 กุมภาพันธ์ 2564

วิเคราะห์ราคาทองคำ 10 ก.พ.64(ภาคเช้า) by SCT, YLG,Gcap,MTS

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

แนวรับ 1830/ 1820/1810 แนวต้าน 1845/1855/1860
                     Gold/silver             USD              Baht          DOW (stock)
ระยะสั้น         SW /SW UP       SW DOWN        SW               SW UP
ระยะกลาง      SW/SW UP            SW                SW                   SW
ระยะยาว         NEUTRAL          NEUTRAL    NEUTRAL        BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS  1820-1850
จุดเข้า BUY 1825-32
เป้าหมาย 1845-60
SL 1819
รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1880
จุดเข้า BUY 1800-20
เป้าหมาย 1880-1930
SL 1799
ภาพรวม : ราคาทองเคลื่อนไหวแดนบวกหลังได้ข่าวดีเรื่องวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯจะผ่านสภาเร็วและง่ายขึ้นและการคาดกันว่าคนที่รวยที่สุดในโลกอย่างอีลอน มักส์ จะมาถือทองและสกุลคริปโตเป็นทุนสำรองของพอร์ตเค้า โดยรวมตลาดยังปั่นราคาด้วยข่าวสั้นๆบางครั้งกลวงๆ ขึ้นมาจบรอบแล้วทุบ แล้วปั่นข่าวรายวันใหม่ นักลงทุนระยะสั้นจึงควรฝึกเทรดตามกระแสเป็นรอบสั้นๆแต่ต้องมีวินัยการเทรดด้วย ส่วนนักลงทุนระยะกลางก็ทยอยซื้อทองเช่นเดิมช่วงราคาตกใจลง เพราะท้ายที่สุดวงเงินที่อัดฉีดกันทั้งโลกก็จะพาเงินเฟ้อโซนสูงและดันทองค่อยๆขึ้นต่อไป แต่ระยะกลางยาวทองคงไม่วิ่งพรวดพราดเหมือนบิตคอยส์ที่เทรดด้วยอารมณ์ระยะสั้นล้วนๆ และผันผวนมากที่สุดในโลก ไม่แน่จริงอย่าเข้าไปติดกับ
กลยุทธ์ :  คืนนี้มีประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯก็คงไม่น่าสูงมากในช่วงโควิด ดังนั้นในทางเทคนิค หากราคาทองยืน $1830 ได้แล้วรีบาวด์ต่อ $1850 เศษก็ควรขายทิ้ง ในกรณีราคาทองยืน $1830 ไม่ได้จะพักฐานลงมาข้างล่างต่อ ตราบใดที่ราคาทองยืน $1820/1800 ได้ก็มีโอกาสเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาขึ้นตามกระแสข่าววงเงินที่จะผ่านสภาในเร็วๆนี้

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรในกรอบจากการแกว่งตัว หากราคายังไม่ผ่านโซน 1,848-1,851 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รอเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,827-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์) เพื่อไปรอพิจารณาแนวรับถัดไป

แนวรับ : 1,821 1,805 1,784  แนวต้าน : 1,851 1,875 1,890

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยระหว่างวันราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อที่แข็งแกร่ง  หลังจากรายงานที่เทสลายื่นต่อก.ล.ต.สหรัฐ  มีการระบุไว้ว่า เทสลาได้ปรับปรุงนโยบายการลงทุนในเดือนมกราคม 2021เพื่อให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการกระจายการลงทุน  และเพิ่มผลตอบแทนจากเงินสด  โดยเทสลาอาจนำเงินสดส่วนหนึ่งไปลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกบางอย่าง  เช่น  สินทรัพย์ดิจิทัล  ทองคำแท่ง  กองทุน ETF ทองคำ  และทรัพย์สินอื่นๆในอนาคต  รายงานดังกล่าวนอกจากจะสร้างมุมมองเชิงบวกต่อบิตคอยน์  ยังส่งผลกระตุ้นแรงซื้อทองคำในหมู่นักลงทุนีกด้วย  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงิน  จากการคาดการณ์ว่าการเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์จะกระตุ้นเงินเฟ้อ  ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังขนานใหญ่ และการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลงในที่สุด  ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์บริเวณ 1,848.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ก่อนที่จะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมา  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -4.09 ตันสู่ระดับ 1,148.34 ตัน  สำหรับวันนี้  แนะนำติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งของสหรัฐ  พร้อมจับตาสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคตของเฟด  จากถ้อยแถลงของนายเจอโรม  พาวเวลล์  ประธาน เฟดซึ่งมีกำหนดจะแถลงในเวลาตี 2 ของคืนวันนี้  ผ่านการสัมมนาออนไลน์ในการประชุม Economic Club of New York

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือ 1,848-1,851 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้มีแนวโน้มอ่อนตัวลงสู่บริเวณ 1,827-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซน 1,851-1,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาผ่านไม่ได้การเคลื่อนไหวในระยะสั้นจะมีรูปแบบ Sideway ที่ชัดเจนขึ้น และราคาอาจอ่อนตัวลงทดสอบกรอบแนวรับด้านล่างอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นทำกำไรระยะสั้นโดยเปิดสถานะซื้อ หากราคาไม่หลุด 1,821-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา เพื่อหวังขายทำกำไรหากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านโซน 1,848-1,851 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามควรลดสถานะซื้อลงหากราคาหลุด 1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 9.93 จุด นลท.ขายทำกำไรหลังตลาดพุ่งแรง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (9 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากตลาดพุ่งขึ้นติดต่อกันหลายวันก่อนหน้านี้ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหนักสุด ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ รวมทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 31,375.83 จุด ลดลง 9.93 จุด หรือ -0.03% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,911.23 จุด ลดลง 4.36 จุด หรือ -0.11% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,007.70 จุด เพิ่มขึ้น 20.06 จุด หรือ +0.14%
  • (+) วุฒิสภาสหรัฐเริ่มกระบวนการไต่สวนถอดถอน “ทรัมป์” วันนี้  วุฒิสภาสหรัฐเริ่มกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในวันนี้ ในข้อหายุยงปลุกปั่นให้กลุ่มผู้สนับสนุนของเขาบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. เพื่อขัดขวางกระบวนการประกาศรับรองชัยชนะของนายโจ ไบเดนในการเลือกตั้งประธานาธิบดี  อดีตปธน.ทรัมป์ถือเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่ถูกยื่นถอดถอนถึง 2 ครั้ง และเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกยื่นถอดถอนหลังจากพ้นจากตำแหน่ง  หากวุฒิสภาสหรัฐมีมติว่าอดีตปธน.ทรัมป์มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา ก็จะส่งผลให้เขาไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกต่อไป
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก ตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ก.พ.) โดยดอลลาร์ปรับตัวตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่อ่อนตัวลงเมื่อคืนนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ลดลง 0.54% สู่ระดับ 90.4427 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.54 เยน จากระดับ 105.22 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.8918 ฟรังก์ จากระดับ 0.8986 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2695 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2741 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2117 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2055 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3811 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3742 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7737 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7703 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) “ไบเดน” เปิดทำเนียบขาวเชิญผู้บริหารภาคเอกชนหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ประธานาธิบดีโจ ไบเดนจะพบปะกับผู้บริหารของบริษัทเจพีมอร์แกน เชส, วอลมาร์ท, แก็ป อิงค์ และโลวส์ที่ทำเนียบขาวในวันนี้  นอกจากนี้ นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ และนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ จะเข้าร่วมในการประชุมดังกล่าวเช่นกัน โดยที่ประชุมจะหารือกันเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของปธน.ไบเดนเพื่อเยียวยาชาวสหรัฐและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือที่เรียกว่า American Rescue Plan
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.65 ล้านตำแหน่งในเดือนธ.ค.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.65 ล้านตำแหน่งในเดือนธ.ค. จาก 6.572 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ย.
  • (-) นายกฯกรีซประกาศล็อกดาวน์เอเธนส์ หวังควบคุมโควิดระบาด  นายไคเรียคอส มิตโซเทคิส นายกรัฐมนตรีกรีซ ประกาศล็อกดาวน์กรุงเอเธนส์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ รวมทั้งเขตปริมณฑล เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  การใช้มาตรการล็อกดาวน์ดังกล่าว ส่งผลให้มีการปิดร้านค้าและโรงเรียนในกรุงเอเธนส์ตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.จนถึงสิ้นเดือนนี้
  • (+/-) ผู้เชี่ยวชาญ WHO คาดไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์จากสัตว์ก่อนติดต่อมนุษย์  คณะนักวิทยาศาสตร์ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากชาติต่างๆ นำโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุในวันนี้ว่า การค้นหาจุดเริ่มต้นของไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นงานที่จะต้องทำต่อไป โดยผู้เชี่ยวชาญจะทำการวิจัยต่อไปว่าไวรัสดังกล่าวมีการแพร่ระบาดในสัตว์ก่อนที่จะมีการติดต่อสู่มนุษย์หรือไม่  ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวได้เข้าไปในเมืองอู่ฮั่นของจีน ซึ่งมีการรายงานพบการระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นครั้งแรก เพื่อหาต้นตอการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว โดยได้มีการเข้าตรวจโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และตลาดสดหลายแห่ง ขณะที่มีการสัมภาษณ์ผู้ป่วยรายแรกๆจากโรคโควิด-19  ทางด้านนพ.ปีเตอร์ เบน เอ็มบาเรค ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว ระบุว่า เส้นทางที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คือ ไวรัสมีการกลายพันธู์จากสัตว์ที่เป็นพาหะ ก่อนที่จะมีการติดต่อมายังมนุษย์  คำกล่าวของนพ.เอ็มบาเรคถือเป็นการปฏิเสธแนวคิดที่ว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 ได้หลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในเมืองอู่ฮั่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

โดย: บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,824 – 1,819- 1814
แนวต้าน 1,855 – 1,860 – 1,866
ทองคำปิดตลาดบวกเพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้ ขานรับความหวังที่ว่ารัฐบาลสหรัฐจะสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ได้ในไม่ช้านี้อย่างไรก็ตามราคาขยับตัวเข้าไกล้แนวต้านที่เส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน อาจเห็นการขายทำกำไรออกมา แนะนักลงทุนอาจพิจารณารอราคาอ่อนตัวเข้าซื้อรอบใหม่

แนวโน้มช่วงเช้า
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ก.พ.) โดยดอลลาร์ปรับตัวตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่อ่อนตัวลงเมื่อคืนนี้ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้นักลงทุนยังติดตามความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐหลังจากสภาคองเกรสให้ความเห็นชอบต่อแนวทางการพิจารณาอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์แบบ fast track เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาซึ่งจะช่วยปูทางให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของปธน.ไบเดนสามารถผ่านสภาคองเกรสโดยไม่จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรครีพับลิกัน

มุมมองทองคำภาคเช้า ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (9 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำ อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขที่จะประกาศในรอบสัปดาห์ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค สินค้าคงคลังภาคค้าส่ง จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ก.พ.)โดยดอลลาร์ปรับตัวตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่อ่อนตัวลงเมื่อคืนนี้ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐรวมทั้งอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้นักลงทุนยังติดตามความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐหลังจากสภาคองเกรสให้ความเห็นชอบต่อแนวทางการพิจารณาอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์แบบ fast track เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาซึ่งจะช่วยปูทางให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของปธน.ไบเดนสามารถผ่านสภาคองเกรสโดยไม่จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรครีพับลิกัน

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำยังแกว่งตัวในกรอบระหว่าง 1,845 – 1,850 เหรียญ โดยราคายังเป็นลักษณะการแกว่งในกรอบ Sideways สำหรับข่าวสำคัญคือเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่สามารถหารข้อสรุปได้ ดัชนีดอลลาร์ปรับอ่อนค่ามาที่ 90.46 จุดในเช้านี้  ด้านเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในเช้านี้ สำหรับคืนนี้ต้องติดตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ CPI และ Core CPI ที่คาดจะอยุ่ในเกณฑ์ทรงตัว ขณะที่ยอดงบดุลของรัฐบาลสหรัฐฯคาดว่าจะขาดดุลมากขึ้น ทางด้านกองทุน SPDR เมื่อวานนี้ขายทองคำออก 4.09 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,148.34 ตัน

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวและแกว่งตัวกรอบ Sideways ระยะสั้น มีแนวรับสำคัญ 1,860 เหรียญ และวันนี้คาดว่าราคาจะเคลื่อนตัวในกรอบแนวรับ 1,820 เหรียญ และแนวต้าน 1,850 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures และ Gold Comex จะมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 1,822 – 1,852 เหรียญ สำหรับราคาทองคำไทยคาดจะปรับลง 50 บาท/บาททองคำโดยประมาณ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ 

เก็งกำไร Sideways ระยะสั้นๆในกรอบ

– นักลงทุนที่ถือ Long Position  
แนะนำลงซื้อ ขึ้นขาย แนะนำทำกำไรระยะสั้นๆในกรอบ

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะนำให้เล่นสั้นๆ เปิดขายก่อนและรอซื้อปิดตามแนวต้าน

Gold Futures 10G21 จะมีแนวรับที่ระดับ 26,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 26,300  บาท

ที่มา : gold.in.th(10 ก.พ. 64)