วันพฤหัสบดี, 25 กุมภาพันธ์ 2564

วิเคราะห์ราคาทองคำ 15 ก.พ.64(ภาคเช้า) by SCT, GT, HGF ,YLG, Gcap, MTS

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

แนวรับ 1820/ 1810/1800 แนวต้าน 1829/1835/1850
                Gold/silver       USD            Baht          DOW (stock)
ระยะสั้น    SW            SW DOWN/SW    positive     SW
ระยะกลาง   SW UP        SW DOWN        SW             SW
ระยะยาว NEUTRAL       NEUTRAL    NEUTRAL     BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1810-1845
จุดเข้า BUY 1805-20
เป้าหมาย 1840-50
SL 1800
รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1880
จุดเข้า BUY 1800-20
เป้าหมาย 1880-1930
SL 1799
ภาพรวม : สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองฟื้นตัวเหนือ $1800 ได้ถือว่าดีมากและควรยืนระดับราคา $1810 ให้ได้เพื่อเปลี่ยนแนวโน้มเป็นการขึ้นรอบใหม่ ไม่งั้นจะลงไปเทสด้านล่างอีกครั้ง คืนนี้ตลาดสหรัฐฯปิดวันหยุด สัปดาห์นี้ตลาดจับตาแถลงสั้นๆจากเฟดคืนวันพุธและมุมมองของ ECB
ภาพรวมทองร่วงลงมารอบนี้เพราะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ ทำให้ทองที่เป็นสินทรัพย์ไม่ให้ผลตอบแทนจึงถูกมองข้าม แถมตลาดหุ้นและบิตคอยส์แย่งซีนความสนใจจากตลาดมาโดยตลอด แต่พระรองอย่างทองยังมีหวังขาขึ้นรอบใหม่จากการกระตุ้นเงินเฟ้อผ่านเงินอัดฉีดก้อนโตจากสภาสหรัฐฯในไม่เกินเดือนนี้ ล่าสุดก็ยังตกลงกันไม่ได้เรื่องค่าแรงที่เพิ่มน้อยเกินไปต้องติดตามกันไป  
กลยุทธ์  : ระยะสั้นทองยังพักฐาน จะเปลี่ยนเทรนเป็นบวกต้องทะลุ $1835 ให้ได้ก่อน ไม่งั้นมุมมองเชิงลบยังสามารถกดลงไปเทส $1780-1800 แต่ถ้าการย่อตัวในต้นสัปดาห์ไม่รุนแรงนัก ก็แนะทางเข้าซื้อดีกว่า โดยอาจมีจุดคัทถ้าทองยืน $1800 ไม่ได้จริงๆ ส่วนนักลงทุนระยะกลางควรซื้อสะสมช่วงย่อตัวเพื่อลุ้นรอบใหม่ 

โดย  : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • ทรัมป์ยังกลับมาท้าชิงตำแหน่ง ปธน. ได้ในสมัยหน้า เพราะวุฒิสภาสหรัฐฯโหวตเอาผิดแค่ 57 ต่อ 43 เสียง ไม่ถึง 2 ใน 3 ที่จะถอดถอนอดีตปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ให้พ้นจากตำแหน่งและหมดสิทธิ์กลับมาเป็น ปธน.
  • ประธาน Fed เผย ยังคงเน้นใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปเพื่อกระตุ้นตลาดแรงงานให้ฟื้นตัว
  • G7 เพิ่งตื่นตัว หารือเน้นรับมือ COVID-19ด้าน รมว.คลังสหรัฐฯย้ำให้ G7 อัดเงินสู้สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน
  • อังกฤษเผย GDPไตรมาส 4 ฟื้นแค่ +1% ทำ GDP ทั้งปีทรุดหนัก -9.9% แต่เริ่มมีสัญญาณคลาย lockdown

Technical

  • รูปซ้ายราคาเลือกทางลงหลังพักปรับฐานที่เส้น MA ทำให้ในระยะสั้นกลับมาแกว่งแบบคาดเดาไม่ได้ และมีโอกาสจะหลุด 1,800 พอ ๆ กับขึ้นไปแตะ 1,850
  • รูปขวาราคาทิ้งตัวลงแรงแล้วแกว่งออกข้างเหมือนพยายามจะสร้างกรอบรับด้านล่าง แต่ว่าสัญญาณbullish divergence ดูไม่แข็งแรงพอจะยืนยันว่าราคาจะกลับขึ้นไปหา1,850ได้ทันที
  • ทิศทางวันนี้เอาแน่นอนไม่ได้ รอดูพรุ่งนี้ดีกว่า
  • จับจังหวะเล่นยังไง?กรอบ 1,800-1,825 ย่อลงน่าซื้อและถ้าทะลุขึ้นไปให้ปรับไปเล่นกรอบ 1,825-1,850

Attention

  • สถานการณ์ COVID-19 ในสหรัฐฯกำลังดีขึ้น
  • ภูมิภาคอาเซียนมีแนวโน้มการระบาดสูงขึ้น
  • เกาหลีใต้กำลังเข้าสู่การระบาดระลอก 4 เป็นชาติแรก
  • ติดตามเดโมแครตพยายามผลักดันร่างรายจ่าย 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ให้มีผลบังคับใช้ทันภายใน 15 มี.ค.

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ที่แล้วทองคำเพิ่มขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐคืบหน้า

สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟด

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,800-1,830 ดอลลาร์

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำSpot เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดที่ 1,855  ดอลลาร์ เนื่องจากมีความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนหลังจากเห็นชอบแนวทางการพิจารณาอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ Fast trackซึ่งจะส่งผลให้วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรโหวตผ่านอนุมัติมาตรการดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แทนการใช้คะแนนเสียง 2 ใน 3 สำหรับการผ่านกฎหมายทั่วไป แต่เริ่มมีแรงเทขายทำกำไรออกมาในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้นและดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นนอกจากนี้กองทุน SPDRขายทองคำ 14.29ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ข่าวความคืบหน้าของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนม.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. การอนุญาตก่อสร้างและการเริ่มสร้างบ้านเดือนม.ค.จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ดัชนี PMI ภาคการผลิตและดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.พ. ยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,800-1,830  ดอลลาร์ โดยมีแนวรับที่ 1,800ดอลลาร์ และ 1,784 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,830 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 1,850 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,823.13-1.871,800/1,7841,830/1,850

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
26,850+5025,600/25,40025,900/26,150

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
25,920-25025,740/25,53026,010/26,240

การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไร แนะนำที่ราคาทอง Spot1,800 ดอลลาร์  (GF 25,740 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,790 ดอลลาร์(GF 25,640 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,826.60-17.701,802/1,7861,832/1,852

การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไร แนะนำที่ราคาGOH21 1,802 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,792 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะอ่อนค่าลงโดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากความหวังว่าสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆนี้ สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.64 คาดจะมีแนวรับที่ 29.85 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 30 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ:ดอลล์แข็งค่ารับความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา(12 ก.พ.) โดยนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์จากความหวังว่ารัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.06% สู่ระดับ 90.4769 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดลบ 3.6 ดอลล์เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง-ดอลล์แข็งถ่วงตลาด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา(12 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นและดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นนอกจากนี้นักลงทุนยังขายสัญญาทองออกมาก่อนวันหยุดยาว 3 วันในช่วงสุดสัปดาห์นี้โดยตลาดสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (15 ก.พ.) เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐอย่างไรก็ตามราคาทองยังคงปิดบวกได้ในรอบสัปดาห์นี้ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 3 สัปดาห์ สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 3.6 ดอลลาร์หรือ 0.2% ปิดที่ 1,823.2 ดอลลาร์/ออนซ์แต่สัญญาทองคำปรับตัวขึ้น 0.6% ในรอบสัปดาห์นี้ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมาสัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 28.1 เซนต์หรือ 1.04% ปิดที่ 27.328 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดพุ่ง 1.23 ดอลลาร์รับเหตุตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา(12 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางซึ่งกระตุ้นให้ราคาน้ำมันดิบโลกทะยานขึ้นมากกว่า 5% ในสัปดาห์นี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.23 ดอลลาร์หรือ 2.1% ปิดที่ 59.47 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. 2563 และปรับตัวขึ้น 4.6% ในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 1.29 ดอลลาร์หรือ 2.1% ปิดที่ 62.43 ดอลลาร์/บาร์เรลและปรับตัวขึ้น 5.2% ในรอบสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดบวก 27.70 จุดขานรับความหวังเศรษฐกิจฟื้นตัว

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่ารัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้นนอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานที่บ่งชี้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในสหรัฐเริ่มลดลงและมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพิ่มมากขึ้นดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,458.40 จุดเพิ่มขึ้น 27.70 จุดหรือ +0.1%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,934.83 จุดเพิ่มขึ้น 18.45 จุดหรือ +0.47% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 14,095.47 จุดเพิ่มขึ้น 69.70 จุดหรือ +0.50%

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านด้านบนโซน 1,839-1,855 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ทยอยขายทำกำไร และปิดสถานะขายหากราคายืนเหนือโซน 1,808-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,805 1,784 1,764  แนวต้าน : 1,839 1,855 1,875

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 1.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาจากคืนวันพฤหัสบดี  และร่วงลงต่อในวันศุกร์ทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,810.49 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันหลักมาจากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์จากแรงช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากดอลลาร์ปรับตัวลงหลายวันติดต่อกัน  ขณะที่ความต้องการเสี่ยงในตลาดลดลงก่อนวันหยุดยาวในตลาดสหรัฐ  จึงกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรในตลาดหุ้นและสกุลเงินเสี่ยงบางสกุลจนเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์ให้ฟื้นตัวขึ้น  ประกอบกับความรุนแรงเกี่ยวกับการระบาดของ COVID-19 ในสหรัฐทุเลาลงอย่างชัดเจน  สะท้อนจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐลดลงเหลือประมาณ 84,000 รายในวันเสาร์  ท่ามกลางความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 หลังจาก CDC สหรัฐเผยว่าในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  มีประชากรในสหรัฐ 38.29 ล้านคนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส  และในจำนวนนั้นมี 14.07 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้วทั้ง 2 โดส  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ดีดตัวสู่ระดับ 1.203% ในวันศุกร์จากแรงขายพันธบัตรก่อนวันหยุดยาวของสหรัฐ  ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีเป็นปัจจัยที่หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอีกทางหนึ่ง  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแรง  ก่อนที่ราคาจะฟื้นตัวลดช่วงติดลบในช่วงปลายตลาด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ปริมาณการซื้อขายในตลาดทองคำอาจเบาบางกว่าปกติ  เนื่องจากตลาดทองคำจีนปิดทำการในเทศกาลตรุษจีน  ขณะที่ตลาดเงิน  ตลาดทุน  และตลาดโลหะมีค่านิวยอร์กจะปิดทำการเนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาสามารถรักษาระดับได้แต่เมื่อราคาปรับตัวขึ้นมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเพิ่มขึ้น ระยะสั้นราคาทองคำยังมีลุ้นดีดขึ้นทดสอบแนวต้าน แต่หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 1,839-1,855 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาสลับออกมาและอาจทำให้ราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,808-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อสร้างฐานราคา

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการซื้อขายระยะสั้น โดยเสี่ยงขายหากราคาไม่สามารถผ่านโซน 1,839-1,855 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนสถานะขายหากราคาผ่าน1,855 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ทั้งนี้อาจทยอยเข้าซื้อคืนหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,808-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สถานทูตจีนออกแถลงการณ์จวกสหรัฐ หลังไม่เชื่อผลสืบสวนต้นตอโควิด-19 ของ WHO  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐได้ออกแถลงการณ์วานนี้ โดยระบุว่า สหรัฐควรยึดมั่นในมาตรฐานสูงสุด และให้การสนับสนุนต่อการปฏิบัติหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) หลังสหรัฐตั้งข้อสังเกตว่า การสืบสวนต้นตอโรคโควิด-19 ของ WHO อาจไม่โปร่งใส  ใจความในแถลงการณ์ระบุว่า จีนยินดีที่สหรัฐจะกลับมาเป็นสมาชิกของ WHO อีกครั้ง แต่ “WHO เป็นองค์การระดับสากลซึ่งรับผิดชอบด้านการสาธารณสุขที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่งานวัดที่ใครคิดจะเข้าหรือออกได้ตามอำเภอใจ”  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐตั้งคำถามต่อการทำงานของ WHO เกี่ยวกับการตรวจสอบต้นตอโรคโควิด-19
  • (+) รัสเซียขู่ตัดสัมพันธ์อียู หากถูกคว่ำบาตรหลังสั่งจำคุกผู้นำฝ่ายค้าน  นายเซอร์ไก ลาฟโรวิน รมว.ต่างประเทศรัสเซียเปิดเผยในวันศุกร์ (12 ก.พ.) ว่า รัสเซียพร้อมที่จะตัดความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป (อียู) หากอียู ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ  นายลาฟรอฟระบุว่า รัสเซียไม่ต้องการที่จะแยกตัวออกจากประเทศอื่นๆ ในโลก แต่ก็พร้อมที่จะดำเนินการดังกล่าว  ทั้งนี้ รัสเซียได้ออกมาประกาศเตือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 ก.พ.) ว่า รัสเซียพร้อมที่จะตอบโต้ในระดับเดียวกัน หาก EU ทำการคว่ำบาตรรัสเซีย
  • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงในเดือนก.พ.ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 76.2 ในช่วงครึ่งแรกของเดือนก.พ. จากระดับ 79 ในเดือนม.ค.  ตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งคาดไว้ว่าดัชนีดังกล่าวจะขยับขึ้นเล็กน้อยแตะ 80.8
  • (-) ดัชนีความผันผวนร่วงต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี ชี้นลท.ตลาดหุ้นนิวยอร์กคลายความวิตก  ดัชนีความผันผวน CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดวันศุกร์ (12 ก.พ.) ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 20 เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี  ทั้งนี้ ดัชนี VIX ร่วงลง 1.28 จุด ปิดที่ระดับ 19.97 ซึ่งเป็นการปิดต่ำกว่าระดับ 20 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 2563 เพียงไม่นานก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐ  ในเดือนมี.ค. 2563 ขณะที่ดัชนี S&P500 ร่วงลงมากกว่า 30% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น ดัชนี VIX ได้พุ่งขึ้นสู่ระดับปิดสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 82.69 และอยู่ในระดับสูงกว่าปกติอีกหลายเดือนหลังจากนั้น แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวขึ้นและทำสถิติสูงสุดใหม่ได้แล้วก็ตาม  ข้อมูลจาก Refinitiv บ่งชี้ว่า ดัชนี VIX ปรับตัวอยู่เหนือระดับ 20 เป็นเวลา 246 วันติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกซึ่งดัชนีอยู่เหนือระดับ 20 เป็นเวลา 331 วันระหว่างเดือนส.ค. 2551-ธ.ค. 2552 
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) โดยนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์จากความหวังว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.06% สู่ระดับ 90.4769 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.97 เยน จากระดับ 104.75 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8899 ฟรังก์ จากระดับ 0.8922 ฟรังก์ และดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2702 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2699 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2114 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2129 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าแตะที่ระดับ 1.3849 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3804 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7755 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7747 ดอลลาร์
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 27.70 จุด ขานรับความหวังเศรษฐกิจฟื้นตัว  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานที่บ่งชี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในสหรัฐเริ่มลดลง และมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพิ่มมากขึ้น  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 31,458.40 จุด เพิ่มขึ้น 27.70 จุด หรือ +0.1%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,934.83 จุด เพิ่มขึ้น 18.45 จุด หรือ +0.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,095.47 จุด เพิ่มขึ้น 69.70 จุด หรือ +0.50%
  • (-) ทรัมป์รอดการไต่สวนถอดถอนรอบ 2 พ้นข้อกล่าวหาปลุกม็อบบุกสภา  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติให้อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นจากข้อกล่าวหายุยงปลุกปั่นให้กลุ่มผู้สนับสนุนบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค.  ในการลงมติครั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนน 57-43 เสียงว่านายทรัมป์กระทำความผิดจริง แต่คะแนนเสียงยังไม่ถึง 2 ใน 3 เพื่อตัดสินความผิดของนายทรัมป์ได้ ซึ่งในการลงมตินี้ มีสมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน 7 คนที่ลงคะแนนเสียงสนับสนุนข้อกล่าวหาร่วมกับสมาชิกพรรคเดโมแครต

โดย: บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,813 – 1,807- 1802
แนวต้าน 1,831 – 1,837 – 1,841
ทองคำปรับตัวลงโดยได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ
และการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนจะลดการถือครองทองคำ
เนื่องจากวอลลุ่มการซื้อขายค่อนข้างน้อยเนื่องจาก ตลาดสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (15 ก.พ.) เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

แนวโน้มช่วงเช้า
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) โดยนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์จากความหวังว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวขึ้น บรรดานักลงทุนได้ขายสกุลเงินอื่นๆและเข้าซื้อดอลลาร์ก่อนวันหยุดยาวของตลาดสหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยตลาดการเงินสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ (15ก.พ.) เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

มุมมองทองคำภาคเช้า ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้น และดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น นอกจากนี้นักลงทุนยังขายสัญญาทองออกมาก่อนวันหยุดยาว 3 วันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยตลาดสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (15 ก.พ.) เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ นอกจากนี้ การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ซบเซาถ่วงราคาทองลงด้วยโดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐลดลงเกินคาดสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ทั้งนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 76.2 ในช่วงครึ่งแรกของเดือนก.พ. จากระดับ 79 ในเดือนม.ค.ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดไว้ว่า ดัชนีดังกล่าวจะขยับขึ้นเล็กน้อยแตะ 80.8

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) โดยนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์จากความหวังว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวขึ้น บรรดานักลงทุนได้ขายสกุลเงินอื่นๆ และเข้าซื้อดอลลาร์ก่อนวันหยุดยาวของตลาดสหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยตลาดการเงินสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ (15ก.พ.) เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ หลุด 1,830 เหรียญลงมา ท่ามกลางการรอคอยการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่การฉีดวัคซีน และผลการฉีดวัคซีนดูจะมีความคืบหน้าไปได้ค่อนข้างมาก โดยที่ในเมืองไทยการแพร่ระบาดของ Covid-19 ก็ดูจะสามารถควบคุมได้โดยปริมาณการติดเชื้อที่ลดลงมาอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดในวันศุกร์ SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิม และตลาดในวันนี้จะเป็นวันหยุด President Day ของสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลให้ตลาด Gold Online ปิดทำการเร็วขึ้นตามตลาดต่างประเทศประมาณ ตี 1 (ตามเวลาไทย) ทางด้านภาพรวมการลงทุนใน Bitcoin ยังมีความหวือหวาและปรับตัวสูงขึ้นโดยตลอดที่ 49,714 เหรียญ ด้าน  Tesla ก็ดูจะสนับสนุนและอนุญาตให้สามารถนำ Bitcoin มาใช้จ่ายได้ และหลายๆบริษัทก็คิดไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐไมอามี่ของสหรัฐฯ

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1,830 เหรียญลงมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้โดยภาพรวมราคาเป็นแนวโน้มขาลงเช่นเดิม และคาดจะมีทิศทางแกว่งตัว โดยราคาน่าจะมีการแกว่งตัวในกรอบแคบ เนื่องจากจีนยังคงหยุดยาวในเทศกาลตรุษจีนและวันนี้จะเป็นวันหยุดตรุษจีน กล่าวโดยสรุปคาดว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,810 เหรียญ และแนวต้าน 1,840 เหรียญ ทางด้าน Gold Online Futures และ Gold Comex คาดว่าจะมีแนวรับ 1,810 เหรียญ และแนวต้าน 1,842 เหรียญ ทองคำไทยคาดว่าจะเปิดเท่าเดิม

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

เก็งกำไรระยะสั้นๆในกรอบ Sideway Down โดยมี Stop Loss หากสูงกว่าแนวต้าน

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

แนะนำให้ทยอยลดสถานะหรือปิดสถานะลดความเสี่ยง

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

เก็งกำไรระยะสั้นๆ ในกรอบ โดยมี Stop Loss เหนือแนวต้าน

Gold Futures 10G21 จะมีแนวรับที่ระดับ 25,800 บาท และแนวต้านที่ระดับ 26,100 บาท

ที่มา : gold.in.th( 15ก.พ.64 )