วันพฤหัสบดี, 15 เมษายน 2564

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 16 มี.ค.64 GT, HGF, YLG, Gcap, SCT

โดย  : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • รมว.คลังสหรัฐฯ เจเน็ต เยลเลน เผยแนวโน้มเงินเฟ้อในขณะนี้มีความเสี่ยงที่ต่ำมากและสามารถจัดการได้ ซึ่งเป็นมุมมองเดียวกับความคิดเห็นของประธานFed
  • นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องยกเลิกมาตรการลดภาษีนิติบุคคลและผู้มีรายได้สูง รวมถึงอาจขึ้นภาษีบางอย่างทันทีที่ใช้มาตรการ 1.9 ล้านล้าน เพื่อควบคุมเงินเฟ้อไม่ให้ขึ้นเร็วเกินไป ซึ่งถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ไบเดนหาเสียงเป็นประธานาธิบดี กำลังถูกพูดถึงอีกครั้ง
  • ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี ย่อลงเล็กน้อย แต่ยังยืนอยู่เหนือระดับ 1.6% เช้านี้

Technical

  • รูปซ้ายราคากลับขึ้นมาทรงตัวใกล้แนวต้าน คาดว่าจะแกว่งแคบรอประเมินผลประชุม Fedก่อน
  • รูปขวาRSI แกว่ง sideway down ขณะที่ราคาแกว่งแคบลง และเส้น MA ลู่เข้าหากัน แนวโน้มระยะสั้นจึงเป็นการบีบกรอบแคบ 1,725-1,740ก่อนเลือกทาง
  • ทิศทางวันนี้นิ่งแบบนี้ต้องระวัง
  • จับจังหวะเล่นยังไง?วันนี้นั่งดู พรุ่งนี้รอ follow

Attention

  • 16-17 มี.ค.ประชุม FOMC คาดว่าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยและจะเน้นย้ำว่าคงนโยบายการเงินเดิมไปอีกพักใหญ่ แต่ให้จับตาความเห็นของกรรมการ Fed แต่ละคนว่า มีมุมมองต่อภาวะเงินเฟ้อที่กำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างไร
  • แนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปจะฟื้นจากโควิดได้ช้ากว่าคาด เพราะวัคซีนขาดแคลน จึงยังเลิก lockdown ไม่ได้

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำเพิ่มขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลง

คืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดค้าปลีกการผลิตภาคอุตสาหกรรม

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,700-1,740 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำเมื่อวานปิดตลาดเพิ่มขึ้นเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลงนอกจากนี้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ จากการคาดการณ์ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ1.9 ล้านล้านดอลลาร์จะส่งผลให้เงินเฟ้อขยายตัวรวดเร็วขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ลงนามในร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ 1.75 ตัน หลังจากขายทองคำ 17.19 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มขึ้นในวันนิ้เป็นวันแรกและจะทราบผลการประชุมในคืนพรุ่งนี้ ส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดค้าปลีกเดือนก.พ. ตลาดคาดจะลดลง 0.5% หลังจากเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 5.3%การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.4% จากเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนม.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot ในระยะสั้นคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,700-1,740 ดอลลาร์ ซึ่งนักลงทุนรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยมีแนวต้านที่ 1,740 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญที่ 1,760 ดอลลาร์ขณะที่มีแนวรับ 1,700 ดอลลาร์และ 1,680ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,731.30+4.341,700/1,6801,740/1,760

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
25,150+5024,750/24,50025,250/25,500

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
25,330+2024,860/24,60025,400/25,640

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,700-1,740 ดอลลาร์(GF24,860-25,400บาท)การเปิดสถานะซื้อแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,700ดอลลาร์(GF24,860 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,680 ดอลลาร์ (GF 24,600 บาท)

การลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,700 ดอลลาร์ และ 1,670-1,680 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,733.00+1.101,702/1,6821,742/1,762

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาGOH21 ระหว่าง 1,702-1,742ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะอ่อนค่าลงโดยเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้

สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.64 คาดจะมีแนวรับที่ 30.65 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 30.80 บาท/ดอลลาร์ และ 30.90 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลักนักลงทุนจับตาประชุมเฟด

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.17% สู่ระดับ 91.8287 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดบวก 9.4 ดอลลาร์ขานรับบอนด์ยีลด์ชะลอตัว

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการชะลอตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐนอกจากนี้นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อหลังมีการคาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐจะส่งผลให้เงินเฟ้อขยายตัวรวดเร็วขึ้นสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 9.4 ดอลลาร์หรือ 0.55% ปิดที่ 1,729.2 ดอลลาร์/ออนซ์ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 2564  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 37.7 เซนต์หรือ 1.45% ปิดที่ 26.288 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดลบ 22 เซนต์กังวลยุโรปล็อกดาวน์กระทบดีมานด์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 มี.ค) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการที่หลายประเทศในยุโรปยังคงใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 22 เซนต์หรือ 0.3% ปิดที่ 65.39 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 34 เซนต์หรือ 0.5% ปิดที่ 68.88 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดบวก 174.82 จุดรับความหวังศก.ฟื้นตัว-จับตาประชุมเฟด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 6 เมื่อคืนที่ผ่านมา (15 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจโรงแรมขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,953.46 จุดเพิ่มขึ้น 174.82 จุดหรือ +0.53% ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,968.94 จุดเพิ่มขึ้น 25.60 จุดหรือ +0.65% ดัชนีNasdaq ปิดที่ 13,459.71 จุดเพิ่มขึ้น 139.84 จุดหรือ +1.05%

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ความแข็งแกร่งของราคาทองคำและแรงซื้อน้อย รอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาค่อยเข้าซื้อหรือราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,740-1,744  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

แนวรับ : 1,719 1,707 1,693 แนวต้าน : 1,744 1,759 1776

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อเก็งกำไร  ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงสู่ระดับ 1.591% วานนี้  โดยปรับตัวลดลงจากระดับ 1.647% ในวันศุกร์ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี  เนื่องจากนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ระมัดระวังในการซื้อขายก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้   ทั้งนี้  การปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีสร้างแรงหนุนให้กับทองคำในฐานะสินทัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย  อย่างไรก็ดี  การปรับตัวขึ้นของทองคำเมื่อคืนนี้ยังอยู่ในกรอบจำกัด  เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  การเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ที่ดีดตัวขึ้น 5.3 จุด สู่ระดับ 17.4 ในเดือนมี.ค. แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2020 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 15.0  ประกอบกับดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 6 จากแรงบซื้อหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งบั่นทอนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากกองทุน SPDR ที่ยังคงถือครองทองลดลงอีก -1.75 ตันสู่ระดับ 1,050.32 ตัน  ทำให้ในปี 2021 กองทุน SPDR ถือครองทองลดลงแล้วถึง -120.42 ตัน  สะท้อนกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลออกจากกองทุน ETF ทองคำซึ่งส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  ยอดค้าปลีก, อัตราการใช้กำลังการผลิต, การผลิตภาคอุตสาหกรรม, สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนมี.ค. โดย NAHB

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,721-1,719 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอหรือมีปัจจัยใหม่มาดันราคาขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,740-1,744 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

รอจังหวะการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,721-1,719 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากหลุด 1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา และสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรโซนราคา 1,740-1,744 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) องค์การยาแห่งยุโรปเตรียมประชุมพิเศษพฤหัสบดีนี้ หวังหาข้อสรุปต่อวัคซีนแอสตร้าฯ  องค์การยาแห่งยุโรป (EMA) แถลงในวันนี้ว่า EMA จะทำการพิจารณาทบทวนข้อมูลในวันพรุ่งนี้เกี่ยวกับรายงานที่ระบุว่า วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนบางราย  นอกจากนี้ EMA จะจัดการประชุมวาระพิเศษในวันพฤหัสบดีนี้เพื่อหาข้อสรุปต่อรายงานที่ระบุว่าวัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
  • (+) ฝรั่งเศสระงับการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ รอผลประเมินจาก EMA พรุ่งนี้  ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ประกาศในวันนี้ว่า ฝรั่งเศสจะระงับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า เพื่อรอการประเมินความปลอดภัยจากองค์การยาแห่งยุโรป (EMA) ในวันพรุ่งนี้ หลังมีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนบางราย  “เราได้ตัดสินใจระงับการฉีดวัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าเพื่อเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้าตามนโยบายเกี่ยวกับยุโรปของเรา และเราจะกลับมาฉีดวัคซีนดังกล่าวอีกครั้งอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หาก EMA ให้คำแนะนำในเชิงบวกเกี่ยวกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้” ปธน.มาครงกล่าว
  • (+) ด่วน! เยอรมนีประกาศระงับการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ หวั่นเกิดลิ่มเลือดอุดตัน  เยอรมนีเป็นประเทศล่าสุดในสหภาพยุโรป (EU) ที่ประกาศระงับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า โดยให้มีผลในทันที ท่ามกลางความกังวลหลังมีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน  “หลังจากที่มีรายงานใหม่เกี่ยวกับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดสมองที่เชื่อมโยงกับการฉีดวัคซีนในเยอรมนีและยุโรป ทางสถาบันพอล เออร์ลิช ก็ได้แถลงถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการสืบค้นในเรื่องนี้” แถลงการณ์จากกระทรวงสาธารณสุขเยอรมนีระบุ  กระทรวงสาธารณสุขเยอรมนีแถลงว่า การระงับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าถือเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้า และเป็นไปตามคำแนะนำของสถาบันพอล เออร์ลิช ซึ่งเป็นองค์กรกำกับนโยบายวัคซีนแห่งชาติของเยอรมนี
  • (-) เฟดนิวยอร์คเผยดัชนีภาคการผลิตดีดตัวสูงเกินคาดในเดือนมี.ค.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ดีดตัวขึ้น 5.3 จุด สู่ระดับ 17.4 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2563 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 15.0  ดัชนีอยู่เหนือระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก  ดัชนีได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวของคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่การจ้างงานมีเสถึยรภาพ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 174.82 จุด รับความหวังศก.ฟื้นตัว-จับตาประชุมเฟด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 6 เมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจโรงแรม ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,953.46 จุด เพิ่มขึ้น 174.82 จุด หรือ +0.53% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,968.94 จุด เพิ่มขึ้น 25.60 จุด หรือ +0.65% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,459.71 จุด เพิ่มขึ้น 139.84 จุด หรือ +1.05%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนจับตาประชุมเฟด  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.17% สู่ระดับ 91.8287 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.14 เยน จากระดับ 109.05 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2473 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2467 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.9281 ฟรังก์ จากระดับ 0.9295 ฟรังก์  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1925 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1950 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3891 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3923 ดอลลาร์
  • (+/-) ที่ปรึกษาทำเนียบขาวยอมรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจทำให้เกิดเงินเฟ้อ  ความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะเกิดเงินเฟ้อจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโจ ไบเดน  “ใช่ มีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะเกิดเงินเฟ้อ ซึ่งเรากำลังจับตาดูอยู่ โดยการลงทุนทางเศรษฐกิจใดๆก็ตาม จะทำให้เกิดความเสี่ยงในบางด้านเสมอ แต่ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่านั้นคือ การที่เราไม่ได้ทำในสิ่งที่เพียงพอเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ” นางเซซิเลีย เราส์ ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าว  ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ลงนามในร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

โดย: บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,715- 1,709- 1,704
แนวต้าน 1,745- 1,750 – 1,755
ทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ ปิดตลาดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ทำให้สัญญาณระยะสั้นเป็นบวก ตลาดได้แรงหนุนจากการชะลอตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ฯ และการคาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐจะส่งผลให้เงินเฟ้อขยายตัว อาจส่งผลในด้านบวกต่อราคาทองตำในช่วงนี้ แนะเก็งกำไรทิศทางขาขึ้น

แนวโน้มช่วงเช้า
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงหลังมีรายงานว่า กลุ่มเฮดจ์ฟันด์ได้ลดการถือครองสกุลเงินยูโร ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19 ในยุโรป โดยมีบางประเทศรายงานถึงการระบาดเป็นรอบที่สาม ขณะที่การฉีดวัคซีนในยุโรปก็ไม่เป็นไปตามแผน

มุมมองทองคำภาคเช้า ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการชะลอตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ นอกจากนี้
นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ หลังมีการคาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐจะส่งผลให้เงินเฟ้อขยายตัวรวดเร็วขึ้น นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้
เพื่อดูท่าทีของเฟดเกี่ยวกับแนวโน้มการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อที่เป็นผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์นี้ด้วย ยอดค้าปลีก
ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม อัตราการใช้กำลังการผลิต สินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย เริ่มต้นก่อสร้างที่อยู่อาศัยใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย การประชุมนโยบายการเงินสหรัฐฯ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ดัชนีภาคการผลิต เฟด ฟิลาเดลเฟีย ดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจ เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม
สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงหลังมีรายงานว่า กลุ่มเฮดจ์ฟันด์ได้ลดการถือครองสกุลเงินยูโร ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19 ในยุโรป โดยมีบางประเทศรายงานถึงการระบาดเป็นรอบที่สาม ขณะที่การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในยุโรปเองก็ไม่เป็นไปตามแผนนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้
เพื่อดูท่าทีของเฟดเกี่ยวกับแนวโน้มการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อที่เป็นผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐรวมทั้งการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : ทองยังมีลุ้นเพราะปิดแดนบวก  คาดแกว่งออกข้างรอเฟดคืนพรุ่งนี้ชี้ชะตา

แนวรับ 1718|1708|1700   แนวต้าน 1732|1742|1750
                        Gold/silver           USD                   Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น            SW/SW UP     SW /SW DOWN      SW             SW UP
ระยะกลาง            SW UP             WEAK                 SW             SW UP
ระยะยาว            NEUTRAL         BULLISH         NEUTRAL      BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1708-1740
จุดเข้า buy 1705-15
เป้าหมาย 1740-50
SL 1700

รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1650-1880
จุดเข้า BUY 1700-15
เป้าหมาย 1800-1880
SL 1690

     ราคาทองยังปิดแดนบวก คาดว่าน่าจะแกว่งตัวออกข้างรอเฟดแถลงนโยบายการเงินดึกคืนพรุ่งนี้ ภาพรวมทองมีทิศทางบวกหลังราคาพยายามยืนตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยต่างๆทุกเส้นและ MACD รายวันตัดขึ้น ส่วนค่าเงินและตลาดหุ้นสหรัฐฯก็เคลื่อนไหวออกข้างเช่นกัน นักลงทุนจับตาดูว่าคืนพรุ่งนี้นายเจอโรมจะแก้ไขปัญหา BOND YIELD สูงและจะมีมาตรากระตุ้นอะไรใหม่ๆเพิ่มเติมหรือไม่ หลังเฟดไม่กล้าทำอะไรตั้งแต่ได้ผู้นำคนใหม่ หากเฟดยังตีหน้าเดิม ราคาทองก็คงถูก BOND YIELD กดดันต่อไป
     คืนนี้มีตัวเลขประกาศหลายตัวและเกือบทุกตัวคาดว่าจะแย่ลง จึงน่าจะพาทองขึ้นๆลงๆแถวนี้ในกรอบ $1710-45 จนดึกวันพุธ กลยุทธ์จึงแนะทางซื้อเมื่อย่อแล้วขายช่วงดีดตัว หรือจะซื้อหรือถือทองไปก่อนน่าจะได้เปรียบมากกว่าเล่นทางชอต เพราะค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวแดนอ่อนค่า

ที่มา : gold.in.th(16 มี.ค.64)