วันพฤหัสบดี, 15 เมษายน 2564

วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 เม.ย.64ภาคเช้า by YLG, MTS, SCT, HGF, Gcap

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้น การเปิดสถานะซื้อพิจารณาบริเวณแนวรับ 1,713-1,704 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบ้างส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,738 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,704 1,676 1,655 แนวต้าน : 1,738 1,759 1,778

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้น 15.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 0.29% สู่ระดับ 92.272 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์  เนื่องจากเทรดเดอร์ขายทำกำไรหลังจากดอลลาร์ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนมี.ค. ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.66% เมื่อคืนนี้โดย Fund manager ระบุว่า  ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงกลับเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐของผู้ซื้อในต่างประเทศ  โดยเฉพาะนักลงทุนชาวญี่ปุ่นหลังจากสิ้นปีงบประมาณในวันที่ 31 มี.ค. แรงซื้อดังกล่าวส่งผลให้ราคาพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นและกดดันให้อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลง  ซึ่งนอกจากจะหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยแล้วนั้น  ยังสร้างแรงกดดันให้กับดอลลาร์เพิ่มเติมอีกด้วย  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทะลุระดับสูงสุดของสัปดาห์ที่แล้ว  และทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ  1,745.34  ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังอยู่ในกรอบจำกัดท่ามกลางการคาดการณ์เชิงบวกเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก  หลังจากล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2021 สู่ระดับ 6% จากระดับ 5.5% และปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในปี 2021 สู่ระดับ 6.4% จากระดับ 5.1%  ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยออกมาเป็นระยะ  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -3.79 ตันสู่ระดับ 1,029.04 ตัน  ทำให้ในปี 2021 กองทุน SPDR ถือครองทองลดลงแล้วถึง -141.70 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC Meeting Minutes ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ประจำเดือนมี.ค.

ปัจจัยทางเทคนิค :

ระยะสั้นราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หากราคาไม่หลุด 1,713-1,704 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 1,738 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำมีการแกว่งตัวในกรอบที่แคบลง ดังนั้นควรปรับสถานะ การลงทุนตามการเคลื่อนไหวของราคา

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,713-1,704 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,676 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,738 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัวแต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 96.95 จุด จับตาผลประกอบการ-แผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายหลังจากดัชนีดาวโจนส์และ S&P500 ปิดทำนิวไฮเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งความคืบหน้าในการผลักดันแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงินกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,430.24 จุด ลดลง 96.95 จุด หรือ -0.29% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,073.94 จุด ลดลง 3.97 จุด หรือ -0.10% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,698.38 จุด ลดลง 7.21 จุด หรือ -0.05%
  • (+) นานาชาติเรียกร้องแบนโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่ง นักวิเคราะห์เตือนจีนตอบโต้แน่  ยูเรเชีย กรุ๊ป (Eurasia Group) ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองเปิดเผยรายงานระบุว่า ประเทศและบริษัทต่างๆ ที่อยู่นอกจีนนั้นเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้คว่ำบาตรกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในปีหน้า และนักวิเคราะห์เตือนว่าจีนจะตอบโต้การคว่ำบาตรดังกล่าวอย่างแน่นอน  นักวิเคราะห์ของยูเรเชีย กรุ๊ประบุว่า รัฐบาลและบริษัทของประเทศตะวันตกเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากผู้สนับสนุนด้านสิทธิมนุษยชน และนักวิจารณ์ด้านการเมืองของจีนให้คว่ำบาตรการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 4-20 ก.พ. 2565  นักวิเคราะห์ระบุในรายงานที่เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า จีนจะลงโทษประเทศที่คว่ำบาตรกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางการเมืองและการตอบโต้ด้านการค้า
  • (+) ดอลล์อ่อนหลังบอนด์ยีลด์ชะลอตัว ตลาดจับตารายงานประชุมเฟด  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 เม.ย.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชะลอตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเดือนมี.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.29% สู่ระดับ 92.3261 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.84 เยน จากระดับ 110.17 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9310 ฟรังก์ จากระดับ 0.9362 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2576 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2523 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1871 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1810 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3824 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3902 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7664 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7652 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) IMF คาดตลาดหุ้นสหรัฐยังไปต่อได้อีก แม้อาจดูมีมูลค่าแพงเกินจริง  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยในรายงานประเมินเสถียรภาพการเงินว่า ตลาดหุ้นสหรัฐน่าจะยังคงมีการซื้อขายอย่างคึกคักในอนาคตอันใกล้ไปจนถึงระยะกลาง โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและภาวะการเงินที่เอื้ออำนวย แม้มีความกังวลว่าตลาดอาจจะมีมูลค่าแพงเกินจริง  ความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังดัชนีดาวโจนส์และ S&P500 ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนก่อนหน้า (5 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานและภาคบริการที่แข็งแกร่งของสหรัฐ
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานเพิ่มสู่ระดับ 7.4 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7.4 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ. จาก 6.9 ล้านตำแหน่งในเดือนม.ค.  ส่วนอัตราการเปิดรับสมัครงานอยู่ที่ 4.9% ในเดือนก.พ. แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า
  • (-) IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ เป็นขยายตัว 6%  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 6% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากที่เคยคาดการณ์เอาไว้เมื่อเดือนม.ค. ว่าจะขยายตัว 5.5% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากโครงการฉีดวัคซีนในหลายๆ ประเทศทั่วโลก  อย่างไรก็ดี IMF ยังเตือนว่าความท้าทายยังคงมีอยู่ เนื่องจากแต่ละประเทศมีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนไม่เท่ากัน  นอกจากนี้ IMF ยังปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2565 ด้วย โดยคาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัว 4.4% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ว่าจะขยายตัว 4.2%
  • (-) มาร์เก็ตแคปสกุลเงินคริปโตพุ่งทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก  สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า มูลค่าตลาดหรือมาร์เก็ตแคปของสกุลเงินคริปโตเคอเรนซีพุ่งทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ (5 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการทะยานขึ้นของเงินอีเธอร์ (Ether) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลใหญ่ที่สุดอันดับสองรองจากบิตคอยน์ (Bitcoin)

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องและเริ่มไปทดสอบ 1,745 เหรียญ ท่ามกลางการซื้อขายปานกลาง โดยที่ค่าเงินดอลลาร์เริ่มมีการอ่อนค่าเล็กน้อย โดยดัชนีดอลลาร์เช้านี้อยู่บริเวณ 92.27 จุด ด้านเงินบาทจาก 31.35 บาท/ดอลลาร์ เผชิญแรงเทขายทำกำไรทำให้กลับมาแข็งค่าเช้านี้อยู่บริเวณ 31.29 บาท/ดอลลาร์ สำหรับกองทุน SPDR ขายทองคำออกมาอีก 3.79 ตัน ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 1,029.04 ตัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเช้านี้ทรงตัวแถว 1.60% ทางด้านสถานการณ์  Covid-19 ยังมีการแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในประเทศไทย ในกรุงเทพฯที่มีการระบาดและติดเชื้อมากขึ้น แต่ก็มีแนวโน้มที่ทรงตัวอยู่มากขึ้น อย่างไรก็ดีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญเมื่อคืนนี้ ได้แก่ JOLT Job Openings ออกมาดีขึ้น ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯวันนี้คาดว่าแย่ลง ได้แก่ Trade Balance แต่ภาพรวมตลาดน่าจะรอดูรายงานประชุมเฟดที่อาจมีการส่งสัญญาณมากขึ้นเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำกลับมาทรงตัวได้เหนือ 1,730 เหรียญได้อย่างมั่นคง ทำให้ภาพรวมระยะสั้นของทองคำเป็นลักษณะขาขึ้นอย่างช้าๆ โดยที่ระยะกลางถ้าจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้ ทองคำต้องยืนเหนือระดับ 50 เหรียญให้ได้ ภาพรวมคาดว่าราคาทองคำ Gold Spot และ  Gold Comex จะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,725 เหรียญ และแนวต้าน 1,750 เหรียญ โดยเป็นลักษณะการปรับขึ้นระยะสั้นๆ สำหรับ  Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนวรับ 1,728 เหรียญ และแนวต้าน 1,753 เหรียญ ในส่วนของราคาทองคำไทยคาดว่าจะปรับขึ้นได้ราว 50 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ Sideway Up ลงซื้อขึ้นขาย หากไม่ผ่าน 1,750 เหรียญ แนะนำทำ ทยอยปิดทำกำไร และมี Stop Loss หากต่ำกว่า 1,720 เหรียญ

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

หาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และขายปิดทำกำไรตามแนวต้าน หากผ่าน 1,750 เหรียญ จะมีลุ้นแนวต้านถัดไป 1,765 เหรียญ ขณะที่ระดับ Stop Loss หากต่ำกว่า 1,720 เหรียญ

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะนำบริหารพอร์ต รอราคาหากไม่ผ่าน 1,750 เหรียญ มีโอกาสปรับลงระยะสั้นๆ

Gold Futures 10J21 จะมีแนวรับที่ระดับ 25,600 บาท และแนวต้านที่ระดับ 25,900 บาท

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ :

ทองรีบาวด์เข้าทดสอบโซนต้าน 1745-55 ไม่ผ่านแนะขายทำกำไร แล้วรอย่อซื้อสะสมใหม่

แนวรับ 1730/ 1720|1710   แนวต้าน 1745|17|1755
                   Gold/silver              USD                   Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น             SW            SW/SW DOWN          SW             SWUP
ระยะกลาง       SW UP           SW DOWN               SW            SW UP
ระยะยาว        NEUTRAL          BULLISH           NEUTRAL   BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS  1725-1755
จุดเข้า buy 1710-20
เป้าหมาย 1745-55
SL 1699

รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1675-1800
จุดเข้า BUY 1680-1700
เป้าหมาย 1800
SL 1677

      ค่าเงินสหรัฐฯอ่อนตัวลงอย่างมีนัยยะ ทำให้ราคาทองรีบาวด์ต่อเนื่องจนเข้าทดสอบโซนต้าน $1745-55 ซึ่งสำคัญต่อแนวโน้มระยะกลาง ภาพรวมตลาดไร้ข่าวใหญ่ มีเพียง IMF ปรับคาดการณ์เติบโตของโลก 6% และมองบวกกับตลาดหุ้นสหรัฐฯแม้มูลค่าจะสูงมาก ทำให้นักลงทุนเทขายดอล์ล่าห์ซึ่งเป็นบวกกับทอง อย่างไรก็ตามราคาทองที่เดินทางขึ้นมาหลายๆวันติดกันอาจมีพักสั้นๆถ้าราคาไม่ผ่านโซนแนวต้าน คืนนี้มีแถลงการณ์ประชุมเฟด และพรุ่งนี้มีปธ.เฟดกล่าวในงาน IMF จึงอาจมีแรงเหวี่ยงได้

     กลยุทธ์ : ภาพรวมทองตอนนี้ดูดี แต่ระวังการพักฐานสั้นๆหลังราคาขึ้นจาก LOW มาหลายวัน ไม่ผ่านโซน $1745-55 ให้ขายทำกำไรทำรอบ เว้นแต่จะมีข่าวดีกระทันหันดันทองทะลุ $1755 ได้จึงค่อยเข้าเล่นทางซื้อตาม คำแนะนำในเดือนนี้ยังเน้นรอย่อซื้อสะสมเช่นเดิม คาดว่าเดือนนี้ทองน่าจะดีกว่าเดือนก่อนที่ตกลงอย่างเดียว

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์

คืนนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC

แนวโน้มราคาทองคำคาดเริ่มมีแรงเทขายทำกำไรออกมา

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์โดยมีปัจจัยบวกจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปีที่ลดลงเหลือ 1.67% หลังจากเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 14 เดือนแตะ1.78%เมื่อวันศุกร์ก่อนรวมทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2564 สู่ระดับ 6% จากระดับ 5.5% และปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2565 สู่ระดับ 4.4% จากระดับ 4.2% ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ 3.79 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ซึ่งเป็นการประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 16-17 มี.ค. ซึ่งเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย 0-0.25% และมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนถึงปี 2566 ซึ่งการเปิดเผยรายงานการประชุมจะทำให้ทราบรายละเอียดมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดมากขึ้น ส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศดุลการค้าเดือนก.พ. ตลาดคาดจะขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 7.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเริ่มลดลง เนื่องจากคาดมีแรงเทขายทำกำไรออกมา โดยราคาทองคำมีแนวรับ1,730 ดอลลาร์ และ 1,720ดอลลาร์ ส่วนมีแนวต้านที่ 1,750 ดอลลาร์ และ 1,755 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,742.60+15.51,730/1,7201,750/1,755

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
25,700+5025,600/25,50025,900/26,000

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
25,780+2025,760/25,63026,040/26,110

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรเมื่อราคาทอง Spot ปรับขึ้นมาที่ 1,750 ดอลลาร์ (GF 26,040 บาท)การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำที่ราคาทอง Spot1,720ดอลลาร์(GF25,630บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,710 ดอลลาร์ (GF 25,460 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,730.60+2.701,735/1,7251,755/1,760

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรเมื่อราคาGOM21 ปรับขึ้นมาที่ 1,755 ดอลลาร์ การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวที่ราคาGOM21 1,725 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,71.5 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ราคาโลหะเงิน Spot เมื่อวานปรับขึ้นทะลุแนวต้าน 25 ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยบวกจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปีลดลง

แนวโน้มราคาโลหะเงิน Spot คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 24.80-25.50 ดอลลาร์โดยมีแนวรับ 24.80 ดอลลาร์ และ 24.50 ดอลลาร์ขณะที่มีแนวต้านที่ 25.30 ดอลลาร์ และ 25.50 ดอลลาร์ กลยุทธ์การลงทุนใน Silver Online Futures แนะนำเปิดสถานะซื้อที่ราคา SVFM21 25.20 ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 25 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศดอลล์อ่อนหลังบอนด์ยีลด์ชะลอตัวตลาดจับตารายงานประชุมเฟด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 เม.ย.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชะลอตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเดือนมี.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ   ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.29% สู่ระดับ 92.3261 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดบวก $14.2 ขานรับดอลล์อ่อน-บอนด์ยีลด์ชะลอตัว

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการชะลอตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐนอกจากนี้ตลาดทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์รวมทั้งการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกทั้งในปีนี้และปีหน้าสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 14.2 ดอลลาร์หรือ 0.82% ปิดที่ 1,743 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 44.7 เซนต์หรือ 1.8% ปิดที่ 25.227 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดบวก 68 เซนต์รับข้อมูลศก.จีน-สหรัฐแข็งแกร่ง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 เม.ย.) หลังจากสหรัฐและจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งซึ่งช่วยให้นักลงทุนมีความหวังว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันจะฟื้นตัวขึ้นในไม่ช้านี้ สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 68 เซนต์หรือ 1.2% ปิดที่ 59.33 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 59 เซนต์หรือ 1% ปิดที่ 62.74 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดลบ 96.95 จุดจับตาผลประกอบการ-แผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายหลังจากดัชนีดาวโจนส์และS&P500 ปิดทำนิวไฮเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรวมทั้งความคืบหน้าในการผลักดันแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงินกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจไบเดนดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,430.24 จุดลดลง 96.95 จุดหรือ -0.29% ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,073.94 จุดลดลง 3.97 จุดหรือ -0.10% ดัชนีNasdaq ปิดที่ 13,698.38 จุดลดลง 7.21 จุดหรือ -0.05%

โดย: บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,712- 1,707- 1,702
แนวต้าน 1,741- 1,747 – 1,752
ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ แต่การดีดตัวยังทำได้ไม่มากนักเนื่องจากนักลงทุนต้องการซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เพราะมองว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวขึ้นหลังการประกาศตัวเลขภาคแรงงานที่ดีกว่าคาด ทำให้ความสนใจทองคำลดลง แนะรอราคาอ่อนตัวเข้าซื้อ

แนวโน้มช่วงเช้า
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนต้องการซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น และได้ขายดอลลาร์ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยออกมา

มุมมองทองคำภาคเช้า ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวลง นอกจากนี้การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำด้วยนักลงทุนยังคงจับตารายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือนมี.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันพุธนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังจากที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 16-17 มี.ค.ที่ผ่านมาและส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนถึงปี 2566 นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ได้แก่ ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTs ดัชนีภาพรวมทางเศรษฐกิจ ดุลการค้า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน Fed Chair Powell Speaks ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน ดัชนีราคาผู้ผลิต สินค้าคลคลังภาคค้าส่ง เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 เม.ย.)
เนื่องจากนักลงทุนต้องการซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น และได้ขายดอลลาร์ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยออกมา

ที่มา : gold.in.th ( 7 เม.ย. 64 )