วันเสาร์, 15 พฤษภาคม 2564

วิเคราะห์ราคาทองคำ 20 เม.ย.64 by YLG, SCT, MTS, GT, Gcap

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาไม่หลุด 1,761-1,748 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนำเปิดสถานะซื้อ ทั้งนี้ ควรติดตามการเคลื่อนไหวของราคาใกล้ชิด เนื่องจากเมื่อราคาดีดตัวขึ้นมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเพิ่มมากขึ้นหลังจากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,761 1,748 1,734  แนวต้าน : 1,790 1,806 1,820

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 6.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ในระหว่างวันราคาทองคำจะทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์บริเวณ 1,789.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  พร้อมกับปรับตัวลดลงแรง  จากแรงขายทำกำไร  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ดีดตัวขึ้นปิดเหนือ 1.60% เมื่อคืนนี้  ซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ในการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงกว่า 20 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากระดับสูงสุดจนแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,766.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  การปรับตัวลงของทองคำถูกสกัดช่วงติดลบจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ทั้งนี้  ดัชนีดอลลาร์ร่วงลง 0.57% สู่ระดับ 91.082 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์  และอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค. หลังจากนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในผู้ว่าการเฟด กล่าววานนี้ว่า การพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อจะเกิดขึ้นแค่เพียงชั่วคราว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า  “เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป”  ประกอบกับวานนี้  กองทุน SPDR กลับเข้ามาถือครองทองเพิ่ม +2.04 ตันสู่ระดับ 1,021.70 ตัน  ซึ่งถือเป็นการถือครองทองคำเพิ่มครั้งแรกในรอบ 1 เดือนจึงเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาทองคำเอาไว้อีกทาง  สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  แต่ยังคงแนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพื่อใช่ชี้นำทิศทางราคาทองคำเช่นเคย

ปัจจัยทางเทคนิค :

ก่อนหน้านี้เมื่อราคาขยับขึ้นก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมา โดยราคามีการแกว่งตัวเพิ่มขึ้น แต่ระยะสั้นราคาพยายามจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวันจันทร์ แต่หากไม่สามารถยืนได้ราคาอาจอ่อนตัวลงลงเพื่อสะสมแรงซื้อประเมินแนวรับโซน 1,761-1,748 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำซื้อขายทำกำไรระยะสั้น หากสามารถยืนเหนือ 1,761-1,748 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เปิดสถานะซื้อ โดยตัดขาดทุนหากหลุดระดับ 1,748 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการขายทำกำไรอาจพิจารณาดูบริเวณ 1,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านหรือยืนได้ให้ชะลอการขายออกไปบริเวณ 1,806 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เงินดอลล์อ่อน หลังเฟดส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยต่ำ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 เม.ย.) หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ย้ำมุมมองที่ว่า การพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อจะดำเนินไปเพียงชั่วคราว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.53% สู่ระดับ 91.0709 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.09 เยน จากระดับ 108.79 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9145 ฟรังก์ จากระดับ 0.9198 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.2531 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2501 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2039 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1978 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.3989 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3833 ดอลลาร์
  • (+) หุ้นเทคโนฯร่วงฉุดดาวโจนส์ปิดลบ 123.04 จุด ตลาดจับตาผลประกอบการ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 เม.ย.) โดยได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นเทสลาที่ดิ่งลงกว่า 3% หลังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เทสลาพุ่งชนต้นไม้และไฟลุกท่วม ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค.  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,077.63 จุด ลดลง 123.04 จุด หรือ -0.36% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,163.26 จุด ลดลง 22.21 จุด หรือ -0.53% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,914.77 จุด ลดลง 137.58 จุด หรือ -0.98%
  • (-) อังกฤษทำสถิติผู้เสียชีวิตรายใหม่จากโควิดต่ำสุดในรอบ 7 เดือน  กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษเปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เพียง 4 ราย ซึ่งเป็นจำนวนต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ระดับ 127,274 ราย  ส่วนผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่มีจำนวน 2,963 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในประเทศอยู่ที่ระดับ 4,390,783 ราย ซึ่งสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก
  • (-) อินเดียประกาศปิดกรุงนิวเดลี 6 วัน หลังยอดผู้ป่วยโควิดล้นโรงพยาบาล  รัฐบาลอินเดียประกาศใช้มาตรการปิดกรุงนิวเดลีเป็นเวลาอย่างน้อย 6 วัน ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำสถิติสูงสุดในรอบ 1 วัน และทำให้มีคนไข้ล้นเกินศักยภาพของระบบสาธารณสุขอินเดียและโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่สามารถรองรับได้  เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรุงนิวเดลี เปิดเผยว่า ขณะนี้เหลือเตียงสำหรับผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วกรุงนิวเดลีรวมแล้วไม่ถึง 100 เตียง รวมทั้งขาดแคลนอุปกรณ์จำเป็นจำนวนมาก เช่น ถังอ็อกซิเจน เครื่องช่วยหายใจ และยาสำคัญต่าง ๆ  คำประกาศปิดกรุงนิวเดลีนี้จะมีผลบังคับใช้จนถึงวันจันทร์หน้า ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นวันละ 25,000 คนตลอดหลายวันที่ผ่านมา
  • (-) รายงานเผย “บาท” ติดท็อปเทนสกุลเงินได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับชำระเงินทั่วโลก  ที่ประชุม Boao Forum for Asia (BFA) เผยแพร่รายงานระบุว่า การบูรณาการของตลาดการเงินในเอเชียกำลังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และสกุลเงินบาทของไทยอยู่ในกลุ่มสกุลเงิน 10 อันดับแรกที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการชำระเงินและตัดบัญชีทั่วโลก  ทั้งนี้ รายงาน BFA Asian Economic Outlook and Integration Progress Annual Report 2021 ระบุว่า ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา สกุลเงินเยน หยวน ดอลลาร์ฮ่องกง ดอลลาร์สิงคโปร์ และบาท อยู่ในกลุ่มสกุลเงิน 10 อันดับแรกที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการชำระเงินและตัดบัญชีทั่วโลก  นอกจากนี้ ตลาดการเงินเซี่ยงไฮ้ โตเกียว ฮ่องกง สิงคโปร์ ปักกิ่ง และเสิ่นเจิ้น ล้วนมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดเงินทุนทั่วโลกมายังเอเชีย และสนับสนุนการพัฒนาที่มุ่งสู่การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ.
  • (-) บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวขึ้น นักลงทุนจับตาประชุม ECB,เฟด  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และความคืบหน้าในการเปิดเศรษฐกิจสหรัฐ  ณ เวลา 23.56 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 1.589% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.287%
  • (+/-) ทั่วโลกจับตา “สี จิ้นผิง” กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม Boao Forum for Asia พรุ่งนี้  กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงในวันนี้ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม Boao Forum for Asia (BFA) ผ่านระบบออนไลน์ในวันพรุ่งนี้  ทั่วโลกต่างจับตาสุนทรพจน์ของปธน.สี จิ้นผิง เพื่อดูท่าทีล่าสุดของจีน ท่ามกลางความขัดแย้งกับสหรัฐ หลังจากที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม การละเมิดสิทธิมนุษยชน และความขัดแย้งเกี่ยวกับไต้หวัน  ก่อนหน้านี้ ในการประชุม Boao Forum for Asia ในปี 2561 ปธน.สี จิ้นผิงได้กล่าวโจมตีรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ได้ประกาศใช้นโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศทั้งสอง

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : ทองโดนเทขาย หลัง BOND YIELD สหรัฐฯกลับมายืน 1.6% วันนี้ลุ้นอย่าหลุด 1750 เพื่อรักษาภาพเชิงบวกต่อ

แนวรับ 1750/ 1745|1740   แนวต้าน 1775|1780|1790
                       Gold/silver           USD           Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น       SW /SW DOWN        SW             SW                SW
ระยะกลาง              SW                 SW             SW              SW UP
ระยะยาว            NEUTRAL      BULLISH    NEUTRAL    BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAY DOWN  1745-1782
จุดเข้า buy 1745-50
เป้าหมาย 1780-1800
SL 1740
รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1675-1800
จุดเข้า BUY 1740 เป้าหมาย 1800
SL 1730

เมื่อคืนนี้ราคาทองโดนเทขายทำกำไรหลังไม่ผ่านเส้นค่าเฉลี่ยกราฟรายวันแถว $1790 เพราะอัตราดอกเบี้ย BOND YIELD สหรัฐฯกลับมาฟื้นตัวปิดตัวเหนือ 1.6% อีกวาระ ทำให้นักลงทุนสับสนขายทองออกมาก่อน ภาพรวมทองย่อลงมาแรงแบบนี้เข้าโหมดพักฐาน คืนนี้ไม่มีตัวเลขแต่ให้จับตาอัตรา BOND YIELD เป็นหลัก คือยิ่งขึ้นยิ่งกดทองลง อย่างที่ทราบกันว่านโยบายของเฟดที่อัดฉีดเงินเยอะเกินไปแต่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานดีขึ้นตามคาดจนเกิดเงินเฟ้อไปดัน BOND YIELDให้สูงขึ้น แล้วเฟดก็ไม่พร้อมจะขึ้นดอกเบี้ยหรือลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ ความขัดแย้งนี้เลยทำให้ราคาทองผันผวนตามมุมมองของนักลงทุน และทุกคนรอความชัดเจน ปธ.เฟดจะแถลงในการประชุม FOMC ในคืนวันพุธสัปดาห์หน้า ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นเทรดสั้นๆตามแนวโน้มระยะสั้น ตราบใดที่ราคาทองไม่สามารถยืนเหนือ $1800-15 ภาพระยะกลางทองยังเป็นลบ ส่วนภาพระยะสั้นจับตาแนว $1745-50 ที่ทองไม่ควรหลุดเพื่อรักษาภาพเชิงบวกต่อไป คำแนะนำวันนี้จึงรอซื้อแถว $1750 และ STOP 1740

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ
เมื่อวานนี้ทองขึ้นไปทำสูงสุดที่ระดับ 1,789 เหรียญซึ่งเป็นสูงสุดรอบ 7 สัปดาห์ ก่อนจะเผชิญแรงเทขายทำกำไร และทำให้ราคากลับลงมา 1,770 เหรียญ ด้านดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อ จากระดับ 91.75 จุดโดยประมาณ ก่อนที่จะอ่อนค่าลงมาบริเวณ 91.03 จุด และเช้านี้ยังทรงตัวใกล้เคียงเดิม สำหรับเมื่อวานและวันนี้ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของทางสหรัฐฯ ด้านกองทุนทองคำ SPDR เมื่อวานนี้เข้าซื้อทองคำเพิ่ม 2.04 ตัน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปี ปรับขึ้นมาที่ 1.61% สำหรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาทุกประเทศพยายามผลักดันให้เกิดภูมิต้านทานหมู่ ขณะที่ประเทศไทยยังมีการฉีดวัคซีนที่เป็นไปอย่างล่าช้า

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ทองคำมีการทดสอบแนวต้านสำคัญ 1,785 เหรียญ ก่อนจะถูกแรงเทขายทำกำไรกลับเข้ามา วันนี้คาดว่าทองคำจะกลับมาเคลื่อนตัวในกรอบ โดยมีแนวรับ 1,750 เหรียญเช่นเดิม และมีแนวต้าน 1,790 เหรียญ สำหรับ Gold Online Futures คาดจะมีแนวรับ 1,752 เหรียญ และแนวต้าน 1,792 เหรียญ สำหรับราคาทองคำไทยคาดจะปรับตัวลงราว 200 บาท/บาททองคำ

โดย  : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯดีดกลับ ทุบราคาทองคำดิ่งลงจากจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ด้านตลาดเงินคริปโตยังร่วงลงต่อ ส่วนตลาดหุ้นปรับฐานแค่เล็กน้อย

Technical

  • รูปซ้ายราคาไปได้แค่ 1,790 แล้วดิ่งลงทันที แต่ภาพรวมยังอยู่ระหว่างการไต่ระดับขึ้นไปสู่เป้าหมายของรูป W-shapeที่ 1,715-1,725
  • รูปขวาราคาร่วงลงมายืนบนเส้น MA โดยที่RSI ไม่เข้าเขต oversold แสดงว่ามีแรงซื้อคอยพยุงรอโอกาส ดังนั้น ถ้าไม่มีข่าวบวกมาช่วยสนับสนุน ยังต้องระวังการอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ 1,750-1,755
  • ทิศทางวันนี้พักวัดใจ
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ซื้อกลับบางส่วนเพื่อเก็งกำไร และหาจังหวะซื้อเพิ่มเมื่อราคาดิ่งลงแรง ๆ

Attention

  • อิสราเอลประกาศหลุดพ้นจากโควิด
  • แต่ทั่วโลกระบาดหนักขึ้น อัตราการติดเชื้อในหลายประเทศกลับพุ่งสูง และมีโอกาสมากขึ้นที่วัคซีนจะใช้ไม่ได้ผลเพราะการกลายพันธุ์มีความหลากหลายและรับมือได้ยากกว่าเดิมมาก

โดย: บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มช่วงเช้า
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 เม.ย.) หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ย้ำมุมมองที่ว่า การพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อจะดำเนินไปเพียงชั่วคราว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป

มุมมองทองคำภาคเช้า ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 เม.ย.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นและเป็นปัจจัยกดดันตลาด นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนได้เทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำพุ่งขึ้นแข็งแกร่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ในการถือครองทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย นอกจากนี้การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะดึงดูดให้นักลงทุนหันเข้าซื้อพันธบัตร แต่จะเทขายทองในการปรับพอร์ตการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเฟดชิคาโก ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจดัชนีภาคการผลิต เฟด สาขาแคนซัสซิตี้ ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ ยอดขายบ้านใหม่ เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 เม.ย.) หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ย้ำมุมมองที่ว่า การพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อจะดำเนินไปเพียงชั่วคราว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,760- 1,755- 1,750
แนวต้าน 1,787- 1,794 – 1804
ทองคำอ่อนตัวลงอีกครั้ง หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นและเป็นปัจจัยกดดันตลาด นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนได้เทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำพุ่งขึ้นแข็งแกร่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่อย่างไรก็ตามการอ่อนตัวของราคาทองคำยังไม่เสียการทรงตัว นักลงทุนยังสามารถรอซื้อตามกรอบแนวรับได้

ที่มา : gold.in.th( 20 เม.ย.64)

%d bloggers like this: