ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 พ.ค.64 by InterGold, MTS, SCT, YLG, HGF, GT

523

- Advertisement -

โดย : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด

กลยุทธ์ : ท้องฟ้าไร้ขอบกั้น
แนวต้าน : 1845 หรือ 27,150 บาท
แนวรับ : 1810 หรือ 26,800 บาท

ราคาทองวันนี้ทะยานขึ้นเหนือ $1800 หลังจากพยายามทดสอบแนวต้านสำคัญนี้มาหลายครั้ง จนในที่สุดในคืนที่ผ่านมา ราคาทองก็สามารถทะยานขึ้น ทะลุ 1800 ได้และยังแถมการขึ้นมาอีก 15 เหรียญสู่ระดับ 1815 เป็นการทะลายแนวต้านแบบเอกฉัน เสริมจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทน 10 ปีของพันธบัตรสหรัฐฯ ในทาง Technical ราคาได้ทำการทะลายแนวต้านสำคัญ 1800 แนวต้านถัดไปอยู่ที่ระดับ 1845 ประกอบกับการคอนเฟิร์มของ Pattern Double bottom ซึ่งมีเป้าการทำกำไรอยู่ที่ระดับ 1835 ด้วยโมเมนตั้มกับการยืนเหนือ 1800 ได้และทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 4 เดือน ทำให้ มีโอกาสที่ราคาทองจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับแนวต้านถัดไป ที่ 1845-1850 กลยุทธ์คือหากพอใจกับระดับราคาไหนสามารถทยอยขายได้ แต่ควรถือติดมือไว้ระดับนึง เพื่อลุ้นการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อหากราคาย่อมาไม้แรกสามารถเก็บได้ที่ 1810-1815 ไม้สองอยู่ที่ 1800 เป้าการทำกำไร มี 1835-1845 และในวันนี้มีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญซึ่งอาจเป็นโอกาสที่ดีหากสามารถทำให้ราคาย่อกลับมาได้อีกครั้ง

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

- Advertisement -

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหลังทรงตัวได้เหนือ 1,780 เหรียญมายาวนานกว่า 4 สัปดาห์ และราคาทองคำก็สามารถทะลุเหนือ 1,800 เหรียญได้อย่างมั่นคงจากปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่นและเมื่อผ่าน 1,800 เหรียญไปได้ก็ปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงสะท้อนถึงการปรับขึ้นทางแรงเทคนิคอย่างรวดเร็วจากการที่ราคายืนเหนือแนวต้านระยะยาวของนักลงทุนรายวัน โดยราคาทองคำขึ้นไปทำสูงสุดบริเวณ 1,818 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ทรงตัวบริเวณ 1,814 เหรียญ ด้านดอลลาร์กลับมาอ่อนค่า แม้ว่าช่วงต้นตลาดจะแข็งค่ารับข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ออกมาดีขึ้นต่ำกว่า 500,000 ตำแหน่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่การระบาด สำหรับคืนนี้ต้องติดตามข้อมูล Non-Farm Payrolls และ Unemployment Rate ที่ถูกคาดว่าจะออกมาดีขึ้น ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยดีขึ้นในกลุ่มการส่งออกเท่านั้น แต่โดยองค์รวมทิศทางเศรษฐกิจในประเทศยังอ่อนแอได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ดังนั้น ความคาดหวังสำคัญ คือ การต้องสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ให้ได้ตามเป้าหมาย 50 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นโดยสมบูรณ์หลังทดสอบระดับสำคัญของแนวโน้มขาขึ้นบริเวณ 1,800 เหรียญหลายครั้ง วันนี้คาดจะมีแนวรับ 1,800 เหรียญ และแนวต้าน 1,830 เหรียญ เป้าหมายระยะยาวมีโอกาสจะทดสอบ 1,850 เหรียญ และ 1,900 เหรียญตามลำดับ ในส่วนของ Gold Online Futures คาดจะมีแนวรับสำคัญ 1,802 เหรียญ และแนวต้าน 1,832 เหรียญ ด้านทองคำไทยมีโอกาสปรับขึ้น 350 บาท/บาททองคำ

โดยย้ำนักลงทุนว่า ราคาจะแตกต่างกันประมาณ 2 – 5 เหรียญ ดังนั้น การวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

เก็งกำไรกรอบขาขึ้น มี Stop Loss  หากต่ำกว่า 1,800 เหรียญ

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

หาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และปิดขายทำกำไรตามแนวต้าน มี Stop Loss หากต่ำกว่าแนวรับ

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะนำให้ปิดสถานะ และลดความเสี่ยงจากภาวะขาขึ้นในเวลานี้

Gold Futures 10M21 จะมีแนวรับที่ระดับ 26,750 บาท และแนวต้านที่ระดับ 27,050  บาท

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ :  ทองขึ้นตามสัญญาณเทคนิคหลังทะลุ 1800 คาดว่าไปต่อ แต่ระวังตัวเลขจ้างงาน NFP คืนนี้ที่คาดว่าจะดีขึ้น
 
แนวรับ 1805/ 1800|1790   แนวต้าน 1823|1829|1835
                  Gold/silver              USD           Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น        SW UP              SW DOWN     SW                SW  
ระยะกลาง       SW                      SW              SW            SW UP
ระยะยาว      NEUTRAL           BULLISH    NEUTRAL     BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAY UP  1800-1830
จุดเข้า BUY 1800-1808
เป้าหมาย 1820-30
SL 1795
รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1730-1850
จุดเข้า BUY 1798-1805 เป้าหมาย 1825-50
SL 1770
บทวิเคราะห์ : เมื่อคืนนี้ตัวเลขคนขอสวัสดิการสหรัฐฯออกมาลดลงควรเป็นลบกับทอง แต่ราคาสับขาหลอกทะลุ $1800 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนหรือจุด STOP LOSS ของฝั่งชอตทางเทคนิค ทำให้ราคาทองพุ่งทะยานทันทีและปิดแดนบวกเหนือ $1802 ถือว่าเป็นกระทิงรอบใหม่ อย่างไรก็ตามคืนนี้ยังมีประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร NFP ของสหรัฐฯที่คาดว่าจะดีขึ้นและควรเป็นลบกับทอง ดังนั้นต้องระวังความผันผวนในคืนนี้ โดยดูง่ายๆว่าตราบใดที่ราคาทองรอบนี้ยืน $1802 ได้ทองจะมีโอกาสไปทดสอบด่านสำคัญ $1820-30 และ 1850 ถัดไป แต่หากมีแรงขายกดไม่ให้ทองยืน $1820 ได้ก็ต้องระวังการขายทำกำไรระยะสั้น  
กลยุทธ์ : ทองสับขาหลอกมายืน $1802 ได้ก็เทรดทางฝั่งซื้อตามน้ำไปก่อน จึงแนะการซื้อวันนี้ถ้าราคามีการย่อตัว และหนีถ้าราคาปิดต่ำกว่า $1798 โดยมีเป้าหมายแรก $1820-30 ก่อน  ฝั่งชอตต้องปิดตราบใดที่ราคายืน $1802 ได้ เพราะราคาทอง BREAKOUT กรอบที่ SIDEWAYS มานาน อาจเป็นเทรนขาขึ้นได้ถ้าราคายืน $1820 ได้ในคืนนี้

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เข้าซื้อจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาใกล้โซน 1,805-1,799 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ ราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,837 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

แนวรับ : 1,799 1,782 1,765  แนวต้าน : 1,837 1,854 1,871

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้น 28.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนหลักมาจากดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง 0.34% สู่ระดับ 90.896 หลังสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดสหรัฐพุ่งขึ้นแรงจนบั่นทอนความต้องการดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย  นอกจากนี้ในระหว่างวันดอลลาร์ได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการดีดตัวของเงินปอนด์หลังธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีการขยายตัว 7.25% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 5%พร้อมปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE รายสัปดาห์  ประกอบกับดัชนีดอลลาร์ได้รับแรงกดดันทางเทคนิคหลังจากร่วงลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 50, 100 และ 200 วันอีกด้วย  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทะลุผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งถือเป็นโซนแนวต้านจิตวิทยาและเป็นระดับสูงสุดที่ราคาทองคำพยายามทดสอบหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา  นั่นช่วยกระตุ้นแรงซื้อทางเทคนิคทั้งแรงซื้อตาม(Buy Stop)รวมถึงแรงซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขาย(Short Covering)จนเป็นปัจจัยผลักดันราคาทองคำให้ทะยานขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,817.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าวานนี้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอย่างตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงาน  และประสิทธิภาพในการผลิตของแรงงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐจะออกมาดีเกินคาดก็ตาม  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยตัวเลขสำคัญในตลาดแรงงานของสหรัฐประจำเดือนเม.ย.  ได้แก่  ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราการว่างงาน  และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง  ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำมีทิศทางการเคลื่อนไหวที่ผันผวนได้

ปัจจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,805-1,799 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสที่ราคาพยายามทรงตัวรักษาระดับไว้จะทำให้มุมมองเชิงบวกเพิ่มขึ้น โดยหากยืนเหนือระดับสูงสุดของวันก่อนหน้าได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,837 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรก กรอบด้านล่างจะอยู่ที่ 1,782 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เข้าซื้อเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือโซน 1,805-1,799ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างแข็งแกร่ง ตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 1,782 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแบ่งขายทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,837 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อน หลังนักลงทุนปรับลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 พ.ค.) หลังจากนักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.40% สู่ระดับ 90.9523  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.04 เยน จากระดับ 109.25 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9087ฟรังก์ จากระดับ 0.9135ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2184 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2278 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2055 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1999 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ 1.3884 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3906 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7772 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7744 ดอลลาร์
  • (+) แบงก์ชาติอังกฤษปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้พุ่ง 7.25% หลังคืบหน้าฉีดวัคซีนโควิด ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีการขยายตัว 7.25% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 5% ขณะที่ได้แรงหนุนจากการเปิดเศรษฐกิจ หลังมีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง  นอกจากนี้ BoE ระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษจะมีการขยายตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิดในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ เร็วกว่าเดิมที่คาดไว้ในไตรมาสแรกของปีหน้า  อย่างไรก็ดี BoE ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวในปีหน้าสู่ระดับ 5.75% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 7.25%
  • (+) ดัชนีราคาอาหารโลกเดือนเม.ย. ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปี องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) รายงานในวันนี้ว่า ราคาอาหารทั่วโลกในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เมื่อเดือนพ.ค. 2557 นำโดยน้ำตาล  FAO ระบุว่า ดัชนีรวมของราคาอาหารในเดือนเม.ย. เฉลี่ยอยู่ที่ 120.9 จุด เมื่อเทียบกับระดับหลังปรับทวนแล้วในเดือนมี.ค. ซึ่งอยู่ที่ 118.9 จุด ขณะที่ตัวเลขเดือนมี.ค.ก่อนปรับทวนอยู่ที่ 118.5 จุด
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 498,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐเมื่อเดือนมี.ค.2563  นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 540,000 ราย และต่ำกว่าสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 590,000 ราย
  • (-) รัสเซียเปิดตัววัคซีนโควิด “Sputnik Light” เข็มเดียวเอาอยู่!  รัสเซียให้การอนุมัติการใช้วัคซีน Sputnik Light ในวันนี้ โดยระบุว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ในการฉีดเพียงเข็มเดียว ซึ่งแตกต่างจาก Sputnik V ซึ่งต้องมีการฉีด 2 เข็ม  ทั้งนี้ RDIF ซึ่งเป็นกองทุนบริหารความมั่งคั่งของรัสเซีย และให้การสนับสนุนการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แถลงว่า Sputnik Light มีประสิทธิภาพ 79.4% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 และมีราคาไม่ถึง 10 ดอลลาร์ต่อ 1โดส โดยสามารถจัดเก็บในภาชนะมาตรฐาน และทำการขนส่งเช่นเดียวกับวัคซีนอื่นๆ
  • (-) สหรัฐเผยประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในไตรมาส 1กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ประสิทธิภาพในการผลิตของแรงงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.4% ในไตรมาส 1/2564 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.3%
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 318.19 จุด ทำนิวไฮ ขานรับข้อมูลแรงงานสดใส  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (6 พ.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,548.53 จุด เพิ่มขึ้น 318.19 จุด หรือ +0.93% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,201.62 จุด เพิ่มขึ้น 34.03 จุด หรือ +0.82% ดัชนี Nasdaqปิดที่ 13,632.84 จุด เพิ่มขึ้น 50.42 จุด หรือ +0.37%
  • (+/-) แบงก์ชาติอังกฤษคงดอกเบี้ยตามคาด ส่งสัญญาณลดวงเงิน QEธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เปิดเผยผลการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 8.95 แสนล้านปอนด์ (1.2 ล้านล้านดอลลาร์) ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้  อย่างไรก็ดี BoE ส่งสัญญาณปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE โดยระบุว่าทางธนาคารจะลดวงเงิน QE สู่ระดับ 3.4 พันล้านปอนด์/สัปดาห์ระหว่างเดือนพ.ค.-ส.ค. จากปัจจุบันที่ระดับ 4.4 พันล้านปอนด์/สัปดาห์ 

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำปรับขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญ 1,800 ดอลลาร์ได้

คืนนี้ 1 ทุ่มครึ่งติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ

แนวโน้มราคาทองคำสดใสแนวต้าน 1,825 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นแรงทะลุแนวต้านสำคัญ 1,800 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ. โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปีลดลงเป็น1.57%ตอบรับนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า ไม่ได้คาดการณ์หรือให้คำแนะนำว่าเฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยให้ความเคารพในความเป็นองค์กรอิสระของเฟดส่วนสหรัฐประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์อยู่ที่ระดับ 498,000 รายต่ำกว่าตลาดคาดทางด้านกองทุนSPDRGold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • หลังจากการจ้างงานภาคเอกชน ADPของสหรัฐเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น ต่ำกว่าตลาดคาดทำให้คืนนี้ 1 ทุ่มครึ่งต้องติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนเม.ย.ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 990,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 916,000 ตำแหน่งอัตราการว่างงานเดือนเม.ย.ตลาดคาดจะลดลงเป็น 5.8% จากระดับ 6.0% ในเดือนมี.ค.
  • หลังจากที่ราคาทองคำปรับขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญ 1,800 ดอลลาร์ได้ ทำให้แนวโน้มราคาทองคำสดใสและมีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อ แต่ในช่วงระหว่างวันคาดเริ่มแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยมีแนวต้าน 1,825 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,800 ดอลลาร์ และ 1,780 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,814.70+28.591,800/1,7801,815/1,825

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
26,500+30026,550/26,25026,750/26,900

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
26,900+25026,700/26,42026,910/27,060

แนะนำซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่1,800ดอลลาร์ (GF 26,700บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,790ดอลลาร์ (GF 26,580บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,817.00+22.001,802/1,7821,817/1,827

แนะนำซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาGOM21 ปรับลงมาที่1,802ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,792ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าเล็กน้อย ซึ่งเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆหลังจากนักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้ แต่ทั้งนี้เงินบาทยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในประเทศที่กระทบต่อเศรษฐกิจสำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.10 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.30บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนหลังนักลงทุนปรับลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 พ.ค.) หลังจากนักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลบ 0.40% สู่ระดับ 90.9523

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา (6 พ.ค.) ทำสถิติปิดเหนือเส้นสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,800 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีนี้โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 31.4 ดอลลาร์หรือ 1.76% ปิดที่ 1,815.70 ดอลลาร์/ออนซ์ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. 2564   สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 95.5 เซนต์หรือ 3.6% ปิดที่ 27.477 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดลบ 92 เซนต์วิตกโควิดระบาดอินเดียฉุดดีมานด์ทรุด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อความใช้น้ำมันในอินเดียซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกนอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่าความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในสหรัฐชะลอตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมาสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 92 เซนต์หรือ 1.4% ปิดที่ 64.71 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 87 เซนต์หรือ 1.3% ปิดที่ 68.09 ดอลลาร์/บาร์เรล

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 พ.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,548.53 จุดเพิ่มขึ้น 318.19 จุดหรือ +0.93% ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,201.62 จุดเพิ่มขึ้น 34.03 จุดหรือ +0.82% ดัชนีNasdaqปิดที่ 13,632.84 จุดเพิ่มขึ้น 50.42 จุดหรือ +0.37%

โดย  : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • ไบเดนเห็นด้วยกับมาตรการเก็บภาษีจากภาคธุรกิจ 25-28% เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณภาครัฐที่อัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 2.3 ล้านล้านดอลลาร์
  • ประธาน Fed สาขาซานฟรานซิสโก เผยว่า ยังไม่ถึงเวลาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดวงเงิน QE
  • ดอลลาร์อ่อนรับข่าว Fed ไม่รีบดึงเงินกลับทำทองพุ่งทะลุ 1,800 ได้อย่างสวยงาม

Technical

  • รูปซ้ายราคามีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อไปได้ถึง 1,875 หลังทะลุ 1,800 มาพักที่ 1,815-1,820 ที่เป็นเป้าหมายการกลับตัวเป็นขาขึ้นด้วยรูปแบบ W-shape ที่ผ่านมา
  • รูปขวาRSI ลดระดับลงจากเขต overbought เป็นการพักเพื่อปรับฐานราคาในระยะสั้น คาดว่าจะมีแรงซื้อหนุนมากขึ้นจาก sentiment เชิงบวกที่ยืนเหนือ1,800
  • ทิศทางวันนี้1,800-1,820 ยืนระยะรอไปต่อ
  • จับจังหวะเล่นยังไง?แบ่งขายทำกำไรบางส่วนเพื่อรอซื้อกลับเมื่อย่อลงใกล้บริเวณ 1,800

Attention

  • โควิดทั่วโลกระบาดหนักขึ้น อัตราการติดเชื้อในหลายประเทศกลับพุ่งสูง และมีโอกาสมากขึ้นที่วัคซีนจะใช้ไม่ได้ผลเพราะการกลายพันธุ์มีความหลากหลายและรับมือได้ยากกว่าเดิมมาก
  • ยอดติดเชื่อรายวันในอินเดียยังยืนเหนือ300,000คน คาดมีผู้ป่วยอยู่ทั่วประเทศถึงหลักร้อยล้าน แต่ระบบสาธารณสุขกำลังเข้าขั้นวิกฤต ขีดความสามารถในการตรวจหามีจำกัด จึงพบแค่ 20 ล้าน

ที่มา : gold.in.th( 7พ.ค. 64 )

- Advertisement -

Leave a Reply