ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

วิเคราะห์ราคาทองคำ 10 พ.ค.64 by SCT, MTS, YLG, GT, HGF

155

- Advertisement -

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ :  ตัวเลขจ้างงานวันศุกร์แย่ ฉุดดอลลาร์ร่วงหนัก ทองปิดบวกคาดซิกแซกขึ้น สัปดาห์นี้ตัวเลขเยอะระวังผันผวนแนวรับ 1815/ 1807|1800   แนวต้าน 1850|1860|1875
              Gold/silver           USD           Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น    SW UP              SW DOWN   positive     SW UP
ระยะกลาง  SW UP            SW  DOWN    SW       SW UP
ระยะยาว NEUTRAL  BULLISH  NEUTRAL BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAY UP  1810-1850
จุดเข้า BUY 1806-1815
เป้าหมาย 1850
SL 1798
รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1900
จุดเข้า BUY 1800-15
เป้าหมาย 1850-80
SL 1795
บทวิเคราะห์ : เมื่อคืนวันศุกร์ตัวเลขจ้างงาน NFP ประกาศออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์มากๆ ทำให้นักลงทุนลังเลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯไม่ได้ดีอย่างที่แจ้งกันมา เลยมองว่าเฟดคงจะต้องคงนโยบายผ่อนผันต่อไปและเงินเฟ้อก็ยังอยู่ในระดับสูง ความเชื่อมั่นนี้ฉุดค่าเงินดอลลาร์ร่วงหนัก ทองวิ่งทะยานต่อ สัปดาห์นี้ตลาดยังจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่จะทยอยประกาศว่าแย่ลงมากแค่ไหน
ภาพรวมตลาดทองได้พลังบวกจากทั้งข่าวและสัญญาณเทคนิคที่ทะลุยืน $1800 ได้จึงทำให้โมเมนตัมตลาดน่าจะไปต่อ แต่จะมีความผันผวน และต้องระวังหากราคาทองไม่ผ่าน $1850 ด่านต่อไปอาจมีการขายทำกำไรชุดใหญ่ลงมา
กลยุทธ์ : คนติดชอตไม่ควรมี ฝั่งซื้อเน้นรอย่อซื้อทองเข้าพอร์ต เพื่อเทรดระยะสั้น โดยวางจุดหนีที่ $1798 คาดว่าสัปดาห์ถ้าทองไม่ลงหลุด $1800 ใน 3 วันทำการ ทองจะไปต่อ $1850/1880

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องกว่า 20 เหรียญ มาอยู่ที่ 1,832 เหรียญในเช้านี้ โดยวันศุกร์ขึ้นไปทำสูงสุดบริเวณ 1,843 เหรียญ สำหรับ SPDR มีการเช้าซื้อทองคำเพิ่ม 5.82 ตัว โดยปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 1,025.15 ตัน  โดยที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา ได้แก่ Non-Farm Payrolls คืนวันศุกร์ออกมาแย่กว่าที่คาดแตะ 266,000 ตำแหน่ง จากที่คาดเกือบล้านตำแหน่ง จึงทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลง โดยดัชนีดอลลาร์คืนวันศุกร์ทำ Low 90.19 จุด แต่เช้านี้อ่อนค่าต่อทำต่ำสุดใหม่ 90.10 จุดโดยประมาณ สำหรับเงินบาทกลับมาแข็งค่าบริเวณ 31.10 บาท/ดอลลาร์ในเช้านี้ สำหรับราคาทองคำไทยในวันเสาร์ปรับขึ้นมา 50 บาท/บาททองคำ มาอยู่ที่ 26,800 – 26,900 บาท/บาททองคำ

- Advertisement -

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำสามารถดีดกลับได้จากปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น โดยทองคำปรับขึ้นทำสูงสุดที่ 1,843 เหรียญ และภาพรวมทองคำเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นอย่างสมบูรณ์ ทองคำจะมีกรอบแนวรับ 1,815 เหรียญ และแนวต้าน 1,850 เหรียญ ภาพรวมกลยุทธ์แนะนำทำกำไรขาขึ้น ไม่แนะนำให้ทำการเปิดสถานะ Short Position ผู้มีสถานะ Short แนะนำให้ปิดและหาจังหวะเปิดสถานะ Long สำหรับ Gold Online Futures จะมีแนวรับ 1,817 เหรียญ และมีแนวต้าน 1,852 เหรียญ ขณะที่ Gold Comex คาดจะมีแนวรับ 1,815 เหรียญ และแนวต้าน 1,850 เหรียญ และทองคำไทยวันนี้คาดปรับขึ้นได้ 50 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

เก็งกำไรกรอบขาขึ้น แนะนำลงซื้อขึ้นขาย ทำกำไรระยะสั้นๆในกรอบขาขึ้น ไม่แนะนำให้ถือ Short

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

ลงซื้อขึ้นขาย เก็งกำไรกรอบขาขึ้น โดยมี Stop Loss หากต่ำกว่า 1,815 เหรียญ

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

ไม่แนะนำให้ถือสถานะ Short ในเวลานี้ แนะนำให้ปิดและปรับพอร์ตมาเป็นขาขึ้น

Gold Futures 10M21 จะมีแนวรับที่ระดับ 26,950 บาท และแนวต้านที่ระดับ 27,250  บาท

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา เปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้และให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,843-1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ถือสถานะซื้อต่อ

แนวรับ : 1,815 1,799 1,782  แนวต้าน : 1,847 1,860 1,876

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ปิดทะยานขึ้น 16.42 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนอย่างมาก  หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนเม.ย. ที่เพิ่มขึ้นเพียง 266,000 ตำแหน่ง ซึ่ง “ต่ำกว่า” ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1,000,000 ตำแหน่ง  ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.1% ในเดือนเม.ย. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 5.8%  โดยนักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ว่า  ตัวเลขการจ้างงานที่น่าผิดหวังมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากมาตรการแจกเงินให้ผู้ที่ตกงานเป็นเงิน 300 ดอลลาร์/สัปดาห์จนถึงเดือนก.ย. ซึ่งลดแรงจูงใจที่จะทำให้แรงงานกลับเข้าตลาดแรงงาน  และผู้ปกครองยังคงต้องอยู่บ้านดูแลบุตร  ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานแม้ว่ารัฐต่างๆจะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งแล้วก็ตาม  ทั้งนี้  ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า  “การเติบโตของตลาดแรงงานในสหรัฐชะลอตัวลงอย่างมากและยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน”  ซึ่งช่วย “ลดการคาดการณ์” ในตลาดที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และลดวงเงิน QE เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้  ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง -0.77% แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือนที่ 90.129  ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ  10 ปีร่วงหลุด 1.5% แตะระดับต่ำสุดที่ 1.4836% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ซึ่งช่วยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเพิ่มอีกด้วย  ปัจจัยที่กล่าวมาอยู่เบื้องหลังการปรับตัวขึ้นแรงของราคาทองคำในวันศุกร์จนแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนบริเวณ 1,843.04 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +5.82 ตัน  สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาแล้วระดับหนึ่ง ประกอบกับมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาบ้าง แต่หากราคาทองคำยังสามารถยืนเหนือแนวรับโซน 1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แสดงว่าราคาพยายามทรงตัวรักษาระดับไว้และมีแนวโน้มดันขึ้นสู่บริเวณ 1,843-1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซนดังกล่าวขึ้นไป ต้องระวังแรงขายทำกำไรที่จะออกมา ซึ่งหากผ่านแนวต้านแรกได้ ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,860 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หาจังหวะการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,815-1,799 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากหลุด 1,799 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา และสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,847-1,860 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) จีนเรียกร้องสมาชิกยูเอ็นแบนเข้าร่วมประชุมเรื่องซินเจียงสัปดาห์หน้า  สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนเรียกร้องประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ (UN) ไม่ให้เข้าร่วมการประชุมที่จัดขึ้นในสัปดาห์หน้าโดยเยอรมนี, สหรัฐ และอังกฤษ เพื่อหารือเรื่องการปราบปรามชาวมุสลิมอุยกูร์ และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์  ทูตจีนประจำยูเอ็นระบุว่า “การประชุมดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง ดังนั้นเราจึงขอเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกของยูเอ็นงดเข้าร่วมการประชุมเพื่อต่อต้านจีนดังกล่าว”  จีนกล่าวหาว่า ผู้จัดงานดังกล่าวซึ่งรวมถึงประเทศหลายแห่งในยุโรป รวมถึงออสเตรเลียและแคนาดา ใช้ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อแทรกแซงกิจการภายในของจีน อาทิ ในซินเจียง เพื่อสร้างความแตกแยก, ความปั่นป่วน และทำลายการพัฒนาของจีน  “พวกเขาต้องการยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้ากับจีน และการยั่วยุดังกล่าวรังแต่จะทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันมากขึ้น”  เอกอัครราชทูตของสหรัฐ, เยอรมนี และอังกฤษจะร่วมประชุมทางออนไลน์ในวันพุธหน้า พร้อมด้วยนายเคน รอธ ผู้อำนวยการบริหารขององค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ และแอกเนส คัลลามาร์ด เลขาธิการองค์การนิรโทษกรรมสากล
  • (+) ดอลล์อ่อนค่า นลท.เทขายหลังผิดหวังข้อมูลจ้างงานสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ออกมา หลังจากผิดหวังที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานเดือนเม.ย.ออกมาต่ำกว่าคาด  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.78% สู่ระดับ 90.2409  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.61 เยน จากระดับ 109.04 เยน, ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9010 ฟรังก์ จากระดับ 0.9087 ฟรังก์ และดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2141 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2184 ดอลลาร์แคนาดา  ส่วนยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2165 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2055 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าแตะที่ 1.3996 ดอลลาร์ จากระดับ  1.3884 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7846 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7772 ดอลลาร์
  • (+) ปธ.เฟดริชมอนด์ยันเฟดยังไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน หลังจ้างงานวูบในเม.ย.  นายโธมัส บาร์กิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาริชมอนด์ กล่าวว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนเม.ย.ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมาก ทำให้เฟดยังไม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินในเร็วๆนี้  “ผมหวังที่จะเห็นตัวเลขที่แข็งแกร่งกว่านี้มาก ซึ่งตัวเลขจ้างงานในวันนี้ไม่ได้แสดงถึงความคืบหน้าอย่างมากที่เฟดต้องการเห็นก่อนที่จะทำการพิจารณาเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน” นายบาร์กินกล่าว  นายบาร์กินระบุว่า เขาคิดว่าตัวเลขจ้างงานที่ซบเซาดังกล่าวเกิดจากปัญหาด้านอุปทานในตลาด และความไม่สมดุลระหว่างแรงงานที่มีอยู่ในตลาดและตำแหน่งงานที่ต้องอาศัยความชำนาญ รวมทั้งการที่ผู้ปกครองยังคงต้องอยู่บ้านดูแลบุตร   นายบาร์กินกล่าวเสริมว่า การจ้างงานยังมีปัญหาจากการที่คนตกงานยังคงได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ทำให้แรงงานกลุ่มนี้ยังไม่ต้องการกลับเข้าตลาด
  • (+) นักวิเคราะห์เฉลยสาเหตุตัวเลขจ้างงานวูบในเดือนเม.ย. กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 266,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1,000,000 ตำแหน่ง   ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.1% ในเดือนเม.ย. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 5.8%   นักวิเคราะห์ระบุว่า การที่ตัวเลขการจ้างงานต่ำกว่าคาดในเดือนเม.ย. มีสาเหตุจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน หลังจากที่รัฐต่างๆผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง  ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 6.4% ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นตัวเลขการขยายตัวสูงเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ไตรมาส 3/2546 ส่งผลให้อุปสงค์ในตลาดแรงงานพุ่งขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจเกิดภาวะขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบ นับตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงร้านอาหาร  นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานยังมีสาเหตุจากการที่ผู้ปกครองยังคงต้องอยู่บ้านดูแลบุตร และการที่รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการเยียวยาชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยการส่งเช็คเงินสดไปให้ผู้ที่ตกงาน ก็ได้ลดแรงจูงใจในการเข้าตลาดแรงงานในระยะนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าการจ้างงานจะกลับสู่ภาวะปกติในเดือนก.ย. ซึ่งมาตรการเยียวยาของรัฐบาลมีกำหนดสิ้นสุดในช่วงเวลาดังกล่าว
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 229.23 จุด ข้อมูลจ้างงานอ่อนแอช่วยคลายวิตกดอกเบี้ยขาขึ้น ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (7 พ.ค.) และปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์นี้ด้วย ขณะที่ดัชนี Nasdaq ฟื้นตัวขึ้น หลังจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนเม.ย.ที่ชะลอตัวในสหรัฐ ได้ช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,777.76 จุด เพิ่มขึ้น 229.23 จุด หรือ +0.66%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,232.60 จุด เพิ่มขึ้น 30.98 จุด หรือ +0.74% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,752.24 จุด เพิ่มขึ้น 119.40 จุด หรือ +0.88%


โดย  : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • ท่อส่งน้ำมันใหญ่สุดในสหรัฐฯโดนแฮกเกอร์เข้าโจมตี ทำให้ถูกบังคับปิดอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะแก้ไขได้ และมีผลให้อุปทานหายไปถึงวันละ 2.5 ล้านบาร์เรล
  • การยืนกรานของ Fed ว่าจะคงอัคราดอกเบี้ยจนกว่าภาพรวมในตลาดแรงงานสหรัฐฯจะแข็งแกร่งขึ้นนั้น ทำให้กระแสในตลาดเงิน-ตลาดทุนกำลังถูกตีกลับด้วยความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่จะเกิดจากการเร่งอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจของรัฐบาลไบเดน ซึ่งส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ต่างเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฟองสบู่แตกในอนาคต

Technical

  • รูปซ้ายราคายังคงมีแนวโน้มพุ่งขึ้นสู่เป้าหมาย1,875 เพื่อไปให้สุดขาขึ้นด้วยรูป W-shape โดย RSI เข้าเขต overbought เต็มตัว แสดงถึงแรงซื้อปริมาณมหาศาล
  • รูปขวาRSI ให้สัญญาณ bearish divergence แต่มีการยันไว้ไม่ให้หลุดระดับ 50 ชี้ว่าการปรับฐานสั้น ๆ จะขึ้นต่อด้วยแรงซื้อจำนวนมาก
  • ทิศทางวันนี้บวกต่อเนื่อง
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ซื้อเก็งกำไร

Attention

  • โควิดทั่วโลกระบาดหนักขึ้น อัตราการติดเชื้อในหลายประเทศกลับพุ่งสูง และมีโอกาสมากขึ้นที่วัคซีนจะใช้ไม่ได้ผลเพราะการกลายพันธุ์มีความหลากหลายและรับมือได้ยากกว่าเดิมมาก
  • ทองขาขึ้น เพราะตลาดกลัวเงินเฟ้อสหรัฐฯรอบใหญ่จะมาเร่งให้ฟองสบู่แตกเร็วขึ้น

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ก่อนทองคำปรับขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญ 1,800 ดอลลาร์

สัปดาห์นี้ติดตามอัตราเงินเฟ้อยอดค้าปลีกของสหรัฐ

แนวโน้มราคาทองคำสดใส เป้าหมาย 1,850 ดอลลาร์

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นแรงทะลุแนวต้านสำคัญ 1,800 ดอลลาร์ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน หลังจากนักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตอบรับนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า ไม่ได้คาดการณ์หรือให้คำแนะนำว่าเฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยให้ความเคารพในความเป็นองค์กรอิสระของเฟด รวมทั้งการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นเพียง266,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 990,000 ตำแหน่ง ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ซื้อทองคำ 8.11 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 การกระจายวัคซีนโควิด-19  อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเม.ย. ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเมษายน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค.
  • หลังจากที่ราคาทองคำปรับขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญ 1,800 ดอลลาร์ได้ ทำให้แนวโน้มราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีเป้าหมายที่แนวต้านสำคัญ 1,850 ดอลลาร์ ระยะสั้นทองคำมีแนวต้าน 1,840 ดอลลาร์และ 1,850 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,815 ดอลลาร์ และ 1,800 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,831.12+16.421,815/1,8001,840/1,850

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
26,900+5026,750/26,55027,000/27,100

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
27,090+10026,890/26,71027,170/27,280

แนะนำซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่1,815ดอลลาร์ (GF26,890บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,800ดอลลาร์ (GF 26,710บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,834.70+12.501,817/1,8021,842/1,852

แนะนำซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาGOM21 ปรับลงมาที่1,817ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,802ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่า ซึ่งเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเนื่องจากการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นต่ำกว่าตลาดอย่างมาก แต่ทั้งนี้เงินบาทยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในประเทศที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจสำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.0 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.20บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนค่านลท.เทขายหลังผิดหวังข้อมูลจ้างงานสหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (7 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ออกมาหลังจากผิดหวังที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานเดือนเม.ย.ออกมาต่ำกว่าคาดทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.78% สู่ระดับ 90.2409

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (7 พ.ค.) โดยปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนเนื่องจากนักลงทุนได้พากันเข้าซื้อสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาดสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 15.6 ดอลลาร์หรือ 0.86% ปิดที่ 1,831.3 ดอลลาร์/ออนซ์และปรับตัวขึ้นราว 3.6% ในรอบสัปดาห์นี้สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ทรงตัวที่ระดับ 27.48 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดบวก 19 เซนต์ขานรับการเปิดเศรษฐกิจสหรัฐ-ยุโรป

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (7 พ.ค.) และปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์นี้ด้วยโดยได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการเปิดเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปแม้ว่านักลงทุนยังคงมีความวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในอินเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตามนอกจากนี้เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงได้ช่วยหนุนสัญญาน้ำมันดิบด้วย สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 19 เซนต์หรือ 0.3% ปิดที่ 64.90 ดอลลาร์/บาร์เรลและในรอบสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้น 2.1%  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 19 เซนต์หรือ 0.3% ปิดที่ 68.28 ดอลลาร์/บาร์เรลและในรอบสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้น 2.3%

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดบวก 229.23 จุดข้อมูลจ้างงานอ่อนแอช่วยคลายวิตกดอกเบี้ยขาขึ้น

ดัชนีดาวโจนส์และดัชนีS&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (7 พ.ค.) และปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์นี้ด้วยขณะที่ดัชนีNasdaqฟื้นตัวขึ้นหลังจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนเม.ย.ที่ชะลอตัวในสหรัฐได้ช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,777.76 จุดเพิ่มขึ้น 229.23 จุดหรือ +0.66%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,232.60 จุดเพิ่มขึ้น 30.98 จุดหรือ +0.74% และดัชนีNasdaqปิดที่ 13,752.24 จุดเพิ่มขึ้น 119.40 จุดหรือ +0.88%

ที่มา : gold.in.th (10 พ.ค. 64)

- Advertisement -

Leave a Reply

%d bloggers like this: