วันอาทิตย์, 20 มิถุนายน 2564

วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 พ.ค.64 by YLG, Gcap, SCT, GT, HGF

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

แนะนำการลงทุนอาจต้องเป็นไปในลักษณะรอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาค่อยเข้าซื้อ หรือหากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,857-1,859  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

แนวรับ : 1,838 1,822 1,805  แนวต้าน : 1,859 1,876 1,889

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ส่วนใหญ่ออกมาแย่เกินคาด  อาทิ  ยอดค้าปลีกที่ทรงตัวในเดือนเม.ย. แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 1.0% ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐจากม.มิชิแกนลดลงสู่ระดับ 82.8 ในเดือนพ.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 90.4 หลังจากแตะระดับ 88.3 ในเดือนเม.ย. และการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% ในเดือนเม.ย. น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น  0.9%  สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงไม่แน่นอน  ซึ่งช่วยบั่นทอนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจเร่งขึ้นดอกเบี้ย  จนเป็นปัจจัยกดดันดัชนีดอลลาร์ให้อ่อนค่า พร้อมกับกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐให้ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือนสู่ระดับ 1.635%  จนเป็นปัจจัยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเพิ่ม  ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ  1,844.28  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ขณะที่เช้าวันนี้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อในตลาดเอเชียจนทำระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนที่ 1,852.09ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +4.08 ตัน  สู่ระดับ 1,028.36 ตัน สะท้อนกระแสเงินทุนที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่ ETF ทองคำ  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม(Empire State Index) และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยจาก NAHBรวมถึงถ้อยแถลงของนายริชาร์ด คลาริดา รองประธานเฟดและนายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดแอตแลนตา

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำยังคงพยายามขึ้นไปทดสอบ 1,857-1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้อาจมีแนวโน้มอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,838 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าสามารถยืนได้ จะเกิดแรงซื้อเข้ามาอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ประเมินแนวรับถัดไปโซน 1,822 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ซื้อเล่นสั้นหากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณ 1,838-1,822 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง (ตัดขาดทุน 1,822 ดอลลาร์ต่อออนซ์) โดยหากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,857-1,859ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนค่า นักลงทุนผิดหวังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐต่ำกว่าคาด  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาด อาทิ ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.48% แตะที่ 90.3191 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 109.35 เยน จากระดับ 109.45 เยน, อ่อนค่าเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9021 ฟรังก์ จากระดับ 0.9062 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.2112 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2166 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2143 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2075 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.4100 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4042 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7785 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7725 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) ฝรั่งเศสเผยฉีดวัคซีนโควิดให้ประชาชน 20 ล้านรายแล้ว ตั้งเป้าฉีดอีก 30 ล้านราย  นายฌอง กัสแตกซ์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ฝรั่งเศสได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 โดสแรกให้กับประชาชนแล้ว 20 ล้านราย ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย ก่อนหน้าที่ฝรั่งเศสจะอนุญาตให้ธุรกิจและร้านอาหาร ตลอดจนงานอีเวนท์ด้านวัฒนธรรมกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายกฯฝรั่งเศสได้ประกาศผ่านทางทวิตเตอร์เรื่องการฉีดวัคซีนครบ 20 ล้านรายตามเป้าหมายแรก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของประชากร นายกฯฝรั่งเศส กล่าวว่า ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงที่มีความสำคัญมากสำหรับทั้งประเทศ เนื่องจากการฉีดวัคซีนช่วยสนับสนุนการยุติวิกฤตที่เกิดขึ้น ดังจะเห็นได้จากข้อมูลการแพร่ระบาดที่ลดลงในทุกๆพื้นที่ของฝรั่งเศส  นายกัสแตกซ์กล่าวว่า เป้าหมายถัดไปคือการฉีดวัคซีนโดสแรกให้กับประชาชน 30 ล้านคน
  • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนพ.ค.  ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐลดลงสู่ระดับ 82.8 ในเดือนพ.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 90.4 หลังจากแตะระดับ 88.3 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐในเดือนมี.ค.2563  ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ โดยคาดว่าจะแตะระดับ 4.6% ในปีนี้ และ 3.1% สำหรับในช่วง 5 ปีข้างหน้า
  • (+) เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนเม.ย.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนเม.ย. หลังจากดีดตัวขึ้น 2.4% ในเดือนมี.ค.
  • (+) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกต่ำกว่าคาดในเดือนเม.ย.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนเม.ย. หรือหมายความว่า ปรับตัวขึ้น 0% ในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.0% หลังจากพุ่งขึ้น 10.7% ในเดือนมี.ค.  ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ร่วงลง 1.5% ในเดือนเม.ย. หลังจากพุ่งขึ้น 7.6% ในเดือนมี.ค.
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 360.68 จุด ขานรับเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นอีกกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (14 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงพากันเข้าซื้อหุ้นท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งได้ช่วยบดบังความวิตกในตลาดเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ และความกังวลที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคุมเข้มนโยบายการเงินเร็วกว่าคาด  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 34,382.13 จุด เพิ่มขึ้น 360.68 จุด หรือ +1.06%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,173.85 จุด เพิ่มขึ้น 61.35 จุด หรือ +1.49% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,429.98 จุด เพิ่มขึ้น 304.99 จุด หรือ +2.32%
  • (-) สหรัฐเผยดัชนีราคานำเข้าเพิ่มเกินคาดในเดือนเม.ย.  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคานำเข้าดีดตัวขึ้นมากกว่าคาดในเดือนเม.ย. โดยเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากพุ่งขึ้น 1.4% ในเดือนมี.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีราคานำเข้าจะเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนเม.ย.
  • (+/-) อินเดียขยายมาตรการล็อกดาวน์ในกรุงนิวเดลีอีก 1 สัปดาห์ถึง 24 พ.ค.  อินเดียได้ขยายระยะเวลาในการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันโควด-19 ในกรุงนิวเดลีออกไปอีก 1 สัปดาห์จนกระทั่งถึงวันที่ 24 พ.ค. เวลา 5.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงเดลีนั้น มีแนวโน้มลดลงและประชาชนก็อยู่ในช่วงของการฟื้นตัวจากการติดเชื้อ  ทั้งนี้ กรุงนิวเดลีใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,837- 1,832 1,828
แนวต้าน 1,859 – 1,865- 1,871
ทองคำปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อในช่วงท้ายตลาด นักลงทุนกังวลว่าการพุ่งขึ้นของตัวเลขเงินเฟ้อหลังจากเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคสูงขึ้นในรอบหลายปีเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้แต่อย่างไรก็ตามตลาดอาจเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยทางเทคนิคหลังจากที่ราคาปรับตัวค่อนข้างสูงแล้วอาจย่อตัวเพื่อสะสมกำลังขึ้นต่อไป

แนวโน้มช่วงเช้า
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (14พ.ค.) โดยถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาด อาทิ ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : ทองปิดแดนบวกลุ้นไปต่อ เพราะกังวลเงินเฟ้อ สัปดาห์นี้ไม่มีตัวเลขเยอะแต่อาจผันผวน จับตาต้าน 1850 ผ่านไหม
 
แนวรับ 1829/ 1819|1808   แนวต้าน 1850|1860|1875
              Gold/silver           USD           Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น    SW/SW UP    SW DOWN           SW         SW  
ระยะกลาง  SW UP/SW          SW            SW         SW UP
ระยะยาว NEUTRAL  BULLISH  NEUTRAL BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS   1829-1860
จุดเข้า BUY 1820-30
เป้าหมาย 1855-65
SL 1818
รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1750-1900
จุดเข้า BUY 1820-30 เป้าหมาย 1860-1900
SL 1800
บทวิเคราะห์ : สัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวเงินเฟ้อสหรัฐฯที่สูงสุดในรอบหลายปีดันราคาทองปิดบวกจ่อ$ 1850 เงินเฟ้อในภาวะที่เฟดไม่กล้าตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ BOND YIELD พันธบัตรสหรัฐฯปิดสูง 1.6% แต่ค่าเงินสหรัฐฯร่วง ภาพรวมเงินเฟ้อเป็นตัวบีบให้คนซื้อทองมากกว่าจะมาเล่นชอต ทำให้ราคาทองค่อยๆลอยตัวขึ้นบวกข่าวความตึงเครียดยิงถล่มในปาเลสไตร์ ทำให้ราคาทองพักฐานไม่แรงและอาจเตรียมขึ้นต่อโดยเฉพาะหากยืน $1850 ได้สัก 1-2 วัน สัปดาห์นี้ไม่มีตัวเลขสำคัญประกาศเยอะ คาดว่านักลงทุนคงจะรอฟังสมาชิกเฟดที่ทยอยมาแถลงมุมมองและค่าเงินสหรัฐฯที่ย่อลงมาค่อนข้างมาก
กลยุทธ์ :  ทองยืน $1810 ได้ตลอดแถมปิดแดนบวก ทำให้สัปดาห์นี้มีโอกาสไปต่อเพียงแต่จะขึ้นเพื่อลงหรือขึ้นไปเรื่อยๆแบบ SIDEWAY UP คำแนะนำยังแนะทางซื้อ ไม่ถือชอต และถ้าราคายืน $1850 ได้ก็น่าจะไปต่อ นักลงทุนระยะสั้นแนะทางซื้อ และลดพอร์ตถ้าราคาต่ำกว่า $1830 และหนีที่ $1818 / ค่าเงินบาทยังผันผวนต้องระวังเช่นเดิม

โดย  : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • ความผันผวนไร้ทิศทางในตลาดเงินคริปโตดูเหมือนกำลังส่งผลบวกต่อราคาทองคำที่มีเงินไหลเข้ามาพัก
  • โดยเฉพาะการเผยความเห็นส่วนตัวต่อสาธารณะบ่อยครั้งของ อีลอน มัสค์ ได้สร้างความปั่นป่วนแก่หลายสกุลเงิน รวมถึงทิศทางตลาดมาแล้วหลายครั้ง
  • ล่าสุด เขาได้ตอบกลับทวิตข้อความว่า อาจทำการเทขายบิตคอยน์ในเร็ว ๆ นี้ หลังจากสัปดาห์ก่อนเพิ่งกลับคำเป็นจะไม่รับชำระค่ารถเทสล่าด้วยบิตคอยน์

Technical

  • รูปซ้ายราคาทองปิดสัปดาห์ชนแนวต้าน 1,845พอดี เช้านี้เปิดมาพยายามบวกต่อ แต่ RSI ดูอ่อนแอและไม่มีแรงหนุนส่ง จึงคาดว่าราคาจะอ่อนตัวลงปรับฐาน
  • รูปขวาRSI ขึ้นถึงระดับ overbought แต่ไม่มีสัญญาณ bearish divergence จึงคาดว่าราคาจะพักตัวแค่สั้น ๆ โดยมีเส้น MA ขึ้นมาเป็นแนวรับรอส่งให้ทะลุ1,845
  • ทิศทางวันนี้ย่อเพื่อกระโดด
  • จับจังหวะเล่นยังไง?แบ่งไม้ซื้อสะสมเมื่อราคาย่อลง และแบ่งไม้ซื้อตามเมื่อราคาทะลุผ่าน 1,848-1,850

Attention

รอผล  ไบเดนเรียกคุยแกนนำในสภาคองเกรสทั้งจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน คาดหาจุดร่วมเรื่องวงเงินอัดฉีดและมาตรการ เพื่อเบิกจ่ายโดยเร็ว

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ก่อนทองคำผันผวน ตามอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ

สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC

ทองคำคาดจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ 1,850 ดอลลาร์ได้

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,845 ดอลลาร์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังจากนักลงทุนลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แต่ในช่วงกลางสัปดาห์ทองคำปรับลดลงจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยสหรัฐประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2551ทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ซื้อทองคำ 3.21 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ซึ่งเป็นการประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 27-28 เม.ย. ทำให้ทราบมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดในรายละเอียดมากขึ้น จีดีพีไตรมาส 1 ของยูโรโซนและญี่ปุ่นส่วนข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะประกาศสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์เดือนเม.ย.ประกอบด้วย การอนุญาตก่อสร้างบ้านการเริ่มก่อสร้างบ้านและยอดขายบ้านมือสองดัชนี PMI ภาคการผลิตและดัชนี PMI ภาคบริการเดือนพ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ 1,845 ดอลลาร์ได้ ทั้งนี้คาดจะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาเนื่องจากเป็นแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน แต่ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไป 1,870 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,820 ดอลลาร์ และ 1,810 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,842.1+16.11,820/1,8101,845/1,855

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
27,300+10027,000/26,85027,350/27,450

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
27,510+12027,140/27,01027,520/27,610

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรบางส่วนที่ราคาทอง Spot1,845ดอลลาร์ (GF27,520บาท)การเข้าซื้อเก็งกำไรรอบใหม่แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่1,820ดอลลาร์ (GF27,140บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,810ดอลลาร์ (GF 27,010บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,844.70+8.901,822/1,8121,847/1,857

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรบางส่วนที่ราคาGOM211,847ดอลลาร์การเข้าซื้อเก็งกำไรรอบใหม่แนะนำเมื่อราคาGOM21 ปรับลงมาที่1,822ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,812ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเนื่องจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าคาดทั้งยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. นอกจากนี้เงินบาทยังได้รับผลกระทบทางลบจากการระบาดของโควิด-19 ในประเทศสำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.25 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ:ดอลล์อ่อนค่านักลงทุนผิดหวังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐต่ำกว่าคาด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาดอาทิยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.   ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.48% แตะที่ 90.3191 เมื่อคืนนี้

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาดและดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงได้ช่วยหนุนสัญญาทองคำด้วยสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 14.1 ดอลลาร์หรือ 0.77% ปิดที่ 1,838.1 ดอลลาร์/ออนซ์และในรอบสัปดาห์นี้สัญญาทองคำเพิ่มขึ้น 0.4%   สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 30.6 เซนต์หรือ 1.13% ปิดที่ 27.365 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดพุ่ง 1.55 ดอลล์ขานรับแนวโน้มดีมานด์เพิ่มขึ้นทั่วโลก

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 พ.ค.) และปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์นี้โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์แนวโน้มอุปสงค์น้ำมันที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 1.55 ดอลลาร์หรือ 2.4% ปิดที่ 65.37 ดอลลาร์/บาร์เรลและเพิ่มขึ้น 0.7% ในรอบสัปดาห์นี้สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 1.66 ดอลลาร์หรือ 2.5% ปิดที่ 68.71 ดอลลาร์/บาร์เรลและเพิ่มขึ้น 0.6% ในรอบสัปดาห์นี้

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นอีกกว่า 300 จุดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงพากันเข้าซื้อหุ้นท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งได้ช่วยบดบังความวิตกในตลาดเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐและความกังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคุมเข้มนโยบายการเงินเร็วกว่าคาดดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,382.13 จุดเพิ่มขึ้น 360.68 จุดหรือ +1.06%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,173.85 จุดเพิ่มขึ้น 61.35 จุดหรือ +1.49% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 13,429.98 จุดเพิ่มขึ้น 304.99 จุดหรือ +2.32%

ที่มา : gold.in.th ( 17 พ.ค.64 )

%d bloggers like this: