วันอาทิตย์, 20 มิถุนายน 2564

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 10 มิ.ย.64 by HGF, MTS, YLG

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

กองทุน SPDRGold Trust เข้าซื้อทองคำ 5.83 ตัน

คืนนี้ติดตามดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐเดือนพ.ค.

ทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,870-1,900 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบแคบและปิดตลาดลดลงเนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า โดยนักลงทุนรอการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐ และแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)อย่างไรก็ดีทองคำมีปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงต่ำกว่า 1.50%และกองทุน SPDRGold Trust เข้าซื้อทองคำ 5.83 ตันเมื่อวาน
  • วันนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปยังคงตรึงนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไปส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ค. ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือนและเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบรายเดือนและเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบรายปีสะท้อนให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐเร่งตัวสูงขึ้นซึ่งอาจจะมีผลต่อการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ตลาดคาดจะลดลงสู่ระดับ 370,000 ราย
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,870-1,900 ดอลลาร์ระยะสั้นทองคำมีแนวต้าน 1,900 ดอลลาร์ ทั้งนี้ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,910 ดอลลาร์และ 1,920 ดอลลาร์ ขณะที่ทองคำมีแนวรับที่ 1,880 ดอลลาร์ และ 1,870 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,888.20-4.31,880/1,8701,900/1,910

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
27,850-10027,750/27,60028,000/28,100

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
27,990-3027,860/27,74028,120/28,240

การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่1,880ดอลลาร์ (GF27,860บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,870ดอลลาร์ (GF 27,740บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,891.60+0.901,882/1,8721,902/1,912

การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคา GOM21 ปรับลงมาที่1,882ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,872ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.20 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป และการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐในวันนี้ นอกจากนี้เงินบาทยังมีประเด็นที่ต้องติดตามในเรื่องความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศสำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.10 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.20บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อยจับตาประชุมECB-เงินเฟ้อสหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมทั้งการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.05% แตะที่ 90.1206 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดบวก 1.1 ดอลล์บอนด์ยีลด์ร่วงหนุนตลาด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.50% เมื่อคืนนี้ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้ทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.1 ดอลลาร์หรือ 0.06% ปิดที่ 1,895.5 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 27.1 เซนต์หรือ 0.98% ปิดที่ 28.002 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยสต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์อย่างไรก็ดีสัญญาน้ำมันดิบขยับลงเพียงเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานในสหรัฐและยุโรปสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 9 เซนต์หรือ 0.1% ปิดที่ 69.96 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดทรงตัวที่ 72.22 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2562

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดลบ 152.68 จุดหลังหุ้นแบงก์ร่วงตลาดจับตาCPI สหรัฐ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรมขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในวันนี้ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมกลางเดือนนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,447.14 จุดลดลง 152.68 จุดหรือ -0.44% ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,219.55 จุดลดลง 7.71 จุดหรือ -0.18% ดัชนีNasdaqปิดที่ 13,911.75 จุดลดลง 13.16 จุดหรือ -0.09%

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำค่อนข้างจะทรงตัวในกรอบแคบ แต่ก็มีการอ่อนตัวเล็กน้อย ท่ามกลางการรอคอยข้อมูลเงินเฟ้อนสหรัฐฯในวันนี้ เพราะจะส่งผลต่อแนวทางการดำเนินนโยบายของเฟดในอนาคตได้ อย่างไรก็ดี จะเห็นถึงการเข้าซื้อของ SPDR เมื่อวานนี้อีก 5.83 ตัน ปัจจุบันเพิ่มการถือครองมาที่ระดับ 1,043.16 ตัน สำหรับคืนนี้ต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้แก่ CPI ที่คาดว่าจะขยายตัวได้มากขึ้น 0.4% ขณะที่ Core CPI คาดจะปรับขึ้นได้ 0.5% ด้าน Unemployment Claims คาดจะออกมาดีขึ้นที่ 370,000 ราย ในส่วนของดัชนีดอลลาร์ทรงตัวบริเวณ 90.10 จุด เช่นเดียวกับเงินบาทที่ทรงตัวบริเวณ 31.19 บาท/ดอลลาร์ และเช้านี้มีการปรับแข็งค่าลงมาเล็กน้อย

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยหลุด 1,890 เหรียญลงมา ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง และคาดว่าจะเห็นการแกว่งตัวอย่างมากในช่วงเวลาแห่งการประกาศตัวเลขเวลา 19.30น. วันนี้คาดว่าราคาจะแกว่งตัวในกรอบ 1,870 เหรียญ และแนวต้าน 1,900 เหรียญ สำหรับ Gold Online Futures และ Gold Comex จะมีกรอบแนวรับ 1,872 เหรียญ และแนวต้าน 1,900 เหรียญ วันนี้คาดราคาทองคำไทยอาจจะปรับตัวลงได้ประมาณ 50 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

Wait & See เน้นบริหารพอร์ตสมดุล หากต้องการเล่นแนะนำเล่นสั้นๆในกรอบ รอความชัดเจนของตัวเลขเงินเฟ้อคืนนี้

– นักลงทุนที่ถือ Long Position 

ลงซื้อขึ้นขายในวัน แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นๆในกรอบ พยายามปรับพอร์ตก่อนทราบตัวเลขสำคัญคืนนี้

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะนำบริหารพอร์ตสมดุล รอความชัดเจนของทิศทางในคืนนี้

Gold Futures 10M21 จะมีแนวรับที่ระดับ 27,850 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,150  บาท

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา เปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,873-1,869 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,898-1,903 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,869 1,857 1,843  แนวต้าน : 1,903 1,917 1,934

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  4.30  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ขณะที่ในระหว่างวันราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ 1,898.64-1,886.90  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยรวมแล้วราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.50% แตะระดับต่ำสุดที่ 1.47%  และต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย 100 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2020 ทั้งนี้  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้รับแรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากดีมานด์ในการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10  ปีมูลค่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อคืนนี้เป็นไปอย่างแข็งแกร่ง  สะท้อนจาก Bid coverage ratio ในการประมูลครั้งนี้อยู่ที่ 2.58 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในปีนี้  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยให้พุ่งขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดในระหว่างวัน  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่ยังคงเคลื่อนไหวทรงตัว  ขณะที่นักลงทุนในตลาดทองคำระมัดระวังการถือครองสถานะ  ก่อนที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมทั้งการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้  ด้านกองทุน SPDR กลับมาถือครองทองเพิ่ม +5.83 ตันสู่ระดับ 1,043.16 ตัน  สำหรับวันนี้  จับตาผลการประชุม ECB คาดจะคงอัตราดอกเบี้ยและวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ภายใต้โครงการ PEPP ตามเดิม  แต่แนะนำติดตามการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปี 2021 และ 2022  รวมถึงถ้อยแถลงของนางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB เพื่อหาสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต อีกทั้งต้องจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำในคืนนี้เคลื่อนไหวผันผวนได้

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,917 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด สำหรับวันนี้ประเมินแนวต้านระยะสั้นในโซน 1,898-1,903 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านไปได้แนวต้านสำคัญจะอยู่ในบริเวณ 1,917 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นยังประเมินในโซน 1,873-1,869 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

การเข้าซื้อยังคงเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเข้าซื้อเฉพาะเมื่อตลาดปรับตัวลงมาในบริเวณแนวรับ 1,873-1,869 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,869 ดอลลาร์ต่อออนซ์)ขณะที่การขายทำกำไรพิจารณาในโซน 1,898-1,903 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ชะลอการขายออกไปที่แนวต้านถัดไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนเม.ย.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนมี.ค.  เมื่อเทียบรายปี สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งพุ่งขึ้น 5.2% ในเดือนเม.ย.
  • (+) บอนด์ยีลด์สหรัฐร่วงต่ำกว่า 1.50% ก่อนสหรัฐเผยตัวเลขเงินเฟ้อพรุ่งนี้  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.50% ในวันนี้ และต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย 100 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนต.ค.2563 แม้มีการคาดการณ์ว่าสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นในวันพรุ่งนี้
  • (+) สภาอียูอนุมัติใช้ ‘พาสปอร์ตวัคซีนโควิด’ แบบดิจิทัล  สภาสหภาพยุโรปรับรองขั้นสุดท้ายในวันพุธ ให้ใช้หนังสือเดินทางดิจิทัลเพื่อแสดงผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในรูปแบบของแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน  หนังสือเดินทางวัคซีนโควิดแบบดิจิทัลนี้ จะช่วยให้พลเมืองในสหภาพยุโรปสามารถใช้ในการเดินทางผ่านพรมแดนประเทศในสหภาพยุโรปได้โดยไม่ต้องมีการกักตัวหรือต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อเพิ่ม  สภาสหภาพยุโรปรับรองกฎเกณฑ์ควบคุมการใช้หนังสือเดินทางดังกล่าวในการลงมติสองรอบที่เมืองสตราสบรูก ฝรั่งเศส โดยสมาชิกสภายังเห็นชอบให้นำมาใช้โดยไม่ต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์เพิ่มเติม
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 152.68 จุดหลังหุ้นแบงก์ร่วง ตลาดจับตา CPI สหรัฐ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (9 มิ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมกลางเดือนนี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,447.14 จุด ลดลง 152.68 จุด หรือ -0.44% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,219.55 จุด ลดลง 7.71 จุด หรือ -0.18% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,911.75 จุด ลดลง 13.16 จุด หรือ -0.09%
  • (+) เตือนไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาลามเร็วทั่วโลก วัคซีนอาจเอาไม่อยู่  นายแพทย์จอห์น เอ็นเคนกาซอง ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของแอฟริกา เปิดเผยว่า เขามีความกังวลเป็นอย่างมากต่อการแพร่ระบาดไปทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ซึ่งมีการพบครั้งแรกในอินเดีย  ผลการศึกษาพบว่า แม้ว่าวัคซีนในปัจจุบันจะสามารถป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา แต่ก็มีประสิทธิภาพต่ำเมื่อเทียบกับการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิม  “ความรวดเร็วในการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์นี้เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก” นายแพทย์เอ็นเคนกาซองกล่าว โดยไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาสามารถแพร่ระบาดได้เร็วกว่าถึง 40-50% เมื่อเทียบกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟา ซึ่งมีการพบครั้งแรกในอังกฤษ  ขณะนี้ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตามีการแพร่ระบาดไปในดินแดนต่างๆทั่วโลกมากกว่า 62 ประเทศ
  • (-) ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อย จับตาประชุม ECB-เงินเฟ้อสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมทั้งการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.05% แตะที่ 90.1206 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.57 เยน จากระดับ 109.48 เยน แต่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8958 ฟรังก์ จากระดับ 0.8963 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2103 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2105 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2178 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2180 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.4114 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4164 ดอลลาร์
  • (-) อังกฤษติดโควิดรายวันสูงสุดรอบ 4 เดือน ดันยอดรวมทะลุ 4,535,000 ราย  กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษเปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่จำนวน 7,540 ราย ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในประเทศอยู่ที่ 4,535,754 ราย  ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 6 ราย สู่ระดับ 127,860 ราย
  • (-) ปธน.ไบเดน ยกเลิกคำสั่งทรัมป์ระงับบริการ TikTok-WeChat  ประธานาธิบดี โจ ไบเดน มีคำสั่งยกเลิกมาตรการระงับการดาวน์โหลดสื่อสังคมออนไลน์สัญชาติจีน ที่อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ริเริ่มไว้ พร้อมสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวนรายประเด็นความกังวลต่างๆ เกี่ยวกับแอปพลิเคชั่นเหล่านั้นด้วย ตามรายงานของ สำนักข่าว รอยเตอร์ เมื่อเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว รัฐบาลภายใต้การนำโดยอดีตปธน.ทรัมป์ พยายามสกัดกั้นไม่ให้มีการเพิ่มผู้ใช้งานแอป TikTok และ WeChat รวมทั้งสั่งห้ามการทำธุรกรรมด้านเทคนิคต่างๆ สำหรับสื่อสังคมออนไลน์สัญชาติจีนทั้งสอง ก่อนที่จะมีคำสั่งชุดใหม่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ให้ดำเนินการแบบเดียวกันกับแอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ด้านเทคโนโลยีการเงินและการสื่อสารอีก 8 แห่ง ซึ่งรวมถึง Alipay ของ Ant Group รวมทั้ง QQ Wallet และ WeChat pay ของ Tencent Holdings

ที่มา : gold.in.th ( 10 มิ.ย.64 )

%d bloggers like this: