ราคาทองวันนี้ ข่าวทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 12ก.ค.64 by HGF, GT, MTS, YLG

70

- Advertisement -

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ก่อนทองคำ Spotเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ สัปดาห์

สัปดาห์นี้ติดตามการแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส 

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,790-1,810ดอลลาร์

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำจุดสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์แตะ 1,818 ดอลลาร์ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงอย่างต่อเนื่องแตะ 1.25% และเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMCสัญญาณว่ากรรมการเฟดอาจยังไม่เร่งจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)ซึ่งกรรมการเฟดต้องการให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 2.39 ตันในสัปดาห์ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส จะทำให้นักลงทุนประเมินถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้งนโยบายเรื่องอัตราดอกเบี้ยและมาตรการ QEการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด12 เขต  (Beige Book) อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเดือนมิ.ย.ทั้งดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภค การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น และจีดีพีไตรมาส 2 ของจีน
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,790-1,810 ดอลลาร์ โดยทองคำมีแนวต้าน 1,810 ดอลลาร์และ 1,820 ดอลลาร์ขณะที่มีแนวรับ 1,790 ดอลลาร์ และ 1,770 ดอลลาร์

- Advertisement -

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,807.90+6.11,790/1,7701,810/1,820

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
27,80027,600/27,35027,850/28,000

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,030+2027,770/27,51028,040/28,190

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคาทองคำ Spot1,790 ดอลลาร์ (GF27,770บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,780ดอลลาร์ (GF 27,620บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,811.00+3.501,793/1,7731,813/1,823

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคาGOU211,793ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,783ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดอ่อนค่าลงเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในประเทศ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสำหรับ USD Futures เดือนก.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 32.40 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 32.70บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ:ดอลล์อ่อนสวนทางยูโร-ปอนด์แข็งค่า

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ก.ค.) ขณะที่ยูโรและปอนด์แข็งค่าขึ้นดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.3% แตะที่ 92.1370 เมื่อคืนนี้

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและจากแรงซื้อสัญญาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 10.4 ดอลลาร์หรือ 0.58% ปิดที่ 1,810.6 ดอลลาร์/ออนซ์และบวก 1.53% ในรอบสัปดาห์นี้ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 พ.ค. และยังเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดพุ่ง 1.62 ดอลล์ขานรับสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐร่วง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ก.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้วสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.62 ดอลลาร์หรือ 2.2% ปิดที่ 74.56 ดอลลาร์/บาร์เรลแต่ลดลง 0.84% ในรอบสัปดาห์นี้สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.43 ดอลลาร์หรือ 1.9% ปิดที่ 75.55 ดอลลาร์/บาร์เรลแต่ลดลง 0.8% ในรอบสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 448.23 จุดหุ้นกลุ่มการเงินดีดบวกนำตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ก.ค.) แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกับดัชนีS&P500 และNasdaq โดยได้แรงหนุนจากการที่หุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มอื่นๆที่ปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจนั้นดีดตัวขึ้นหลังจากร่วงลงในช่วงต้นสัปดาห์นี้ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจขณะที่ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตายังคงแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,870.16 จุดเพิ่มขึ้น 448.23 จุดหรือ +1.30%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,369.55 จุดเพิ่มขึ้น 48.73 จุดหรือ +1.13% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 14,701.92 จุดเพิ่มขึ้น 142.13 จุดหรือ +0.98%     ในรอบสัปดาห์นี้ดัชนีดาวโจนส์บวก 0.2% ขณะที่ดัชนีS&P500 และดัชนีNasdaq เพิ่มขึ้น 0.4%

โดย  : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • G20 ประกาศจุดยืนให้ทุกประเทศทั่วโลกต้องจัดเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำ 15% เพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อเลี่ยงภาษีรายได้
  • รมว.คลังสหรัฐฯ เจเน็ต เยลเลน ที่เข้าร่วมการประชุม G20 ได้เตือนถึงความเสี่ยงที่การแพร่ระบาดของโควิดรอบใหม่จะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
  • ปธน.ไบเดน ลงนามคำสั่งกวาดล้างธุรกิจผูกขาด เพื่อเป็นคำมั่นว่ารัฐบาลจะใช้อำนาจทางกฎหมายส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ

Technical

  • รูปซ้ายกรอบราคาบีบแคบลง RSI แกว่งsideway down ยังไม่เห็นสัญญาณว่าราคาจะเลือกขึ้นหรือลง แต่ภาพรวม bias ทางขึ้นมากกว่า
  • รูปขวาภาพระยะสั้นมองเห็นรายละเอียดการแกว่งที่ผันผวนและไม่สามารถคาดเดาทิศทางได้ จึงมีความเสี่ยงจะเกิดได้ทั้ง bull trap และ bear trap
  • ทิศทางวันนี้มองหาปัจจัยใหม่
  • จับจังหวะเล่นยังไง?ซื้อสะสม แต่ถ้าลงต่ำกว่า 1,790 ให้stop loss แล้ว follow short เน้นจบในวัน

Attention

  • 14-15ก.ค.ประธานFed ต้องตอบข้อซักถามของสภา
    ไม่น่ามีอะไรเซอร์ไพรซ์ แต่ตลาดยังคงเฝ้าระวังกับทุกคำพูดของเจอโรม พาวเวลล์ เพราะอาจมีอะไรที่ใบ้ถึงช่วงเวลาที่แน่นอนในการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน
  • ติดตามผลการเจรจาวงเงินเบิกจ่าย 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ ระหว่างพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน
  • เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้ากำลังแพร่กระจายทั่วโลก หลายประเทศทยอยห้ามการเดินทางระหว่างประเทศ แม้ว่าได้รับการฉีดวัคซีนที่ประเทศต้นทางแล้วก็ตาม

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำยังคงยืนอยู่เหนือบริเวณ 1,800 เหรียญโดยพยายามขึ้นไปทดสอบบริเวณสูงสุด 1,813  เหรียญ แต่ก็มีแรงเทขายทำกำไรทำให้ราคาอ่อนตัวมาปิดบริเวณ 1,807 เหรียญโดยประมาณ เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 1,805-1,807 เหรียญ โดยไม่มีปัจจัยสำคัญใดๆในคืนวันศุกร์ รวมทั้งวันนี้ สำหรับปัจจัยชี้นำทางด้านเศรษฐกิจยังเป็นเรื่องของ Covid-19 ขณะที่ประเทศไทยยังมีการระบาดอย่างมาก จึงมีผลกระทบทำให้ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปได้ช้า และทำให้เงินบาทเมื่อเทียบดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง โดยเงินบาทอ่อนค่ามาที่ 32.54 ในวันศุกร์ และเช้านี้ไปต่อที่ 32.68 และบางช่วงบาทอ่อนค่าไปแตะ 32.75 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ดัชนีดอลลาร์แกว่งในทิศทางแข็งค่า ซึ่งโดยปกติดอลลาร์แข็งทองคำน่าจะตก แต่ทองคำที่กำลังขึ้น ในตลาดอ้างถึงตลาดจับตาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปี ว่าจะแกว่งตัวในกรอบเช่นใด โดยสัปดาห์ที่แล้วทำต่ำสุด 1.25% และเช้านี้ดีดขึ้นมาเหนือ 1.3% และทำให้ภาพของตลาดทองคำกลับมาเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอีกครั้ง

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ภาพทางเทคนิคระยะสั้นทองคำยังยืนได้เหนือ 1,805 เหรียญ วันนี้คาดว่า ราคาทองคำจะมีแนวรับหลัก 1,795 เหรียญ และแนวต้าน 1,815 เหรียญ ในส่วนของ Gold Online Futures มีแนวรับ 1,798 เหรียญ และแนวต้าน 1,818 เหรียญ สำหรับทองคำไทยคาดว่าน่าจะปรับขึ้นอีก 100 บาท/บาททองคำโดยปรับขึ้นจากสภาพของเงินบาทที่อ่อนค่าจากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะเห็นว่าทองคำไทยปรับขึ้นได้กว่า 3% ภายในช่วง 2 สัปดาห์แต่ทองต่างประเทศปรับขึ้นเพียง 1%

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

SIDEWAYS ลงซื้อขึ้นขายในกรอบ ทำกำไรระยะสั้น ตามการแกว่งตัวของราคา

– นักลงทุนที่ถือ Long Position

ลงซื้อขึ้นขาย ทำกำไรระยะสั้นในกรอบ

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะนำบริหารพอร์ต รอราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านค่อยหาจังหวะเปิด Short เพื่อทำกำไรระยะสั้น

Gold Futures 10Q21จะมีแนวรับที่ระดับ 27,870 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,200 บาท

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากตลอดวันราคาทองคำยังไม่สามารถฝ่าแนวต้านบริเวณ 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ดังนั้นให้ระมัดระวัง เพราะมีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับย่อลงมาบริเวณแนวรับ 1,795-1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,795 1,783 1,769  แนวต้าน : 1,818 1,831 1,846

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.10  ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและชาติตะวันตก  หลังจากวันศุกร์กระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ได้ประกาศใส่ชื่อบริษัทสัญชาติจีน 23 บริษัทในรายชื่อบัญชีดำด้านเศรษฐกิจต่อกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน  ส่วนสภาสหภาพยุโรป (EU) เพิ่งลงมติเห็นชอบให้ตัวแทนทางการทูตร่วมบอยคอตต์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวประจำปี 2022  ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง เพื่อเป็นการตอบโต้การละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลจีน นอกจากนี้  ทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังนักลงทุนบางส่วนคลายความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลต้า  ซึ่งกระตุ้นแรงซื้อสกุลเงินเสี่ยง พร้อมกับบั่นทอนความต้องการสกุลเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย  ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.24% แตะที่ 92.133 ปัจจัยที่กล่าวมาช่วยหนุนให้ราคาทองคำทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,812.32  ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  อย่างไรก็ดี  ราคาทองยังคงปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด  เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ฟื้นตัวขึ้น  ส่วนดัชนีดาวโจนส์  ดัชนี S&P500 และ Nasdaq พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์  สถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกทองคำเอาไว้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐ  แต่แนะนำติดตามนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์ก  รวมถึงดีมานด์การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีมูลค่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาไม่สร้างระดับสูงสุดใหม่จากสัปดาห์ก่อนหน้าบริเวณแนวต้าน 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ทำให้ในระยะสั้นอาจมีแรงขายกดดันให้ราคาอ่อนตัวลง แต่หากไม่หลุดแนวรับโซน 1,795-1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคามีโอกาสดีดตัวขึ้นช่วงสั้นอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ถ้าเกิดการอ่อนตัวลงมาแนะนำเปิดสถานะซื้อหากราคาทองคำไม่หลุด 1,795-1,783ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และหากถือสถานะซื้ออยู่อาจพิจารณาปิดสถานะทำกำไรในบริเวณ 1,818ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) รมว.คลังสหรัฐห่วงไวรัสกลายพันธุ์กระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก  นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยภายหลังการประชุม G20 ที่เมืองเวนิซ ประเทศอิตาลีว่า เธอรู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-10 ที่มีการกลายพันธุ์ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ภายหลังจากที่โลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาด นางเยลเลน กล่าวว่า เรากังวลเกี่ยวกับสายพันธุ์เดลต้าและไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์อื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา และส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัว เศรษฐกิจโลกนั้นเชื่อมโยงกัน หากเกิดสถานการณ์ขึ้นในพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของโลกแล้ว ประเทศที่เหลือก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย
  • (+) รมว.พาณิชย์จีนออกแถลงการณ์โวยสหรัฐเพิ่มรายชื่อบริษัทจีนในแบล็กลิสต์  รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกแถลงการณ์วิจารณ์กระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ได้ประกาศใส่ชื่อบริษัทสัญชาติจีน 23 บริษัทในรายชื่อบัญชีดำด้านเศรษฐกิจต่อกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน  รมว.พาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์ว่า การระบุชื่อบริษัทจีนดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าในระดับสากลอย่างรุนแรง และยังเป็นการกำจัดบริษัทของจีนอย่างไร้ซึ่งเหตุผล จีนจะใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อปกป้องสิทธิตามกฎหมายและผลประโยชน์ของจีน
  • (+) EU บรรลุเป้าหมายส่งมอบวัคซีนโควิดฉีดให้ประชาชนวัยผู้ใหญ่ 70%  นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เปิดเผยในวันนี้ (10 ก.ค.) ว่า สหภาพยุโรป (EU) ได้บรรลุเป้าหมายในการส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่เพียงพอให้กับประชาชนวัยผู้ใหญ่จำนวน 70% แล้ว  รัฐบาล 27 ชาติใน EU มีความรับผิดชอบในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน และบางประเทศดำเนินการได้เร็วกว่าประเทศอื่นๆ อย่างมาก แต่นางเลเยนได้กล่าวย้ำว่า EU ได้รักษาสัญญาที่ให้ไว้ในโครงการจัดซื้อวัคซีนร่วมที่ดำเนินการโดย EC โดยได้ส่งมอบวัคซีนไบโอเอนเทค-ไฟเซอร์จำนวน 330 ล้านโดส, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 100 ล้านโดส, วัคซีนโมเดอร์นา 50 ล้านโดส และวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 20 ล้านโดส 
  • (+) กูรูการเงินสหรัฐเชื่อบิตคอยน์เข้าสู่ขาลงครั้งใหญ่ อาจทรุดแตะ 10,000 ดอลล์นายสก็อตต์ ไมเนิร์ด ประธานบริษัท Guggenheim Investments ที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนของสหรัฐเปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีเมื่อวันศุกร์ (9 ก.ค.) ว่า ไม่มีเหตุผลที่นักลงทุนจะเข้าซื้อบิตคอยน์ในขณะนี้ และตัวเขาเองก็จะไม่รีบซื้อด้วยเช่นกัน ขณะที่ราคาบิตคอยน์เข้าสู่ขาลงครั้งใหญ่ซึ่งอาจฉุดราคาลงต่ำถึง 10,000 ดอลลาร์
  • (+) ดอลล์อ่อน สวนทางยูโร-ปอนด์แข็งค่า  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ก.ค.) ขณะที่ยูโรและปอนด์แข็งค่าขึ้น  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.3% แตะที่ 92.1370 เมื่อคืนนี้  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1876 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1839 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3889 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3776 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7491 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7424 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.71 เยน จากระดับ 109.81 เยน แต่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9142 ฟรังก์ จากระดับ 0.9157 ฟรังก์
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 448.23 จุด หุ้นกลุ่มการเงินดีดบวกนำตลาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (9 ก.ค.) แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกับดัชนี S&P500 และ Nasdaq โดยได้แรงหนุนจากการที่หุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มอื่นๆ ที่ปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจนั้นดีดตัวขึ้น หลังจากร่วงลงในช่วงต้นสัปดาห์นี้ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตายังคงแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,870.16 จุด เพิ่มขึ้น 448.23 จุด หรือ +1.30%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,369.55 จุด เพิ่มขึ้น 48.73 จุด หรือ +1.13% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,701.92 จุด เพิ่มขึ้น 142.13 จุด หรือ +0.98%
  • (-) อังกฤษยืนยันวัคซีนไฟเซอร์,แอสตร้าฯมีประสิทธิภาพป้องกันโควิดในกลุ่มเสี่ยงสูกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษ (PHE) เปิดเผยในวันศุกร์ (9 ก.ค.) ว่า จากการศึกษาประชาชนกลุ่มเสี่ยงจำนวน 1 ล้านรายพบว่า วัคซีนของไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 แบบมีอาการในกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงสูง  PHE ระบุว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนโดยรวมทั้งของไฟเซอร์และแอสตร้าฯในการป้องกันโรคโควิด-19 ในกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุแตกต่างกันเล็กน้อยนั้น อยู่ที่ราว 60% หลังฉีดโดสแรก  ทั้งนี้ ประสิทธิภาพของวัคซีนแอสตร้าฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 81% หลังฉีดโดสที่สองในประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 16-64 ปี แต่ PHE ไม่มีข้อมูลของผู้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในช่วงอายุดังกล่าว  ส่วนการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุมากกว่า 64 ปีขึ้นไปนั้นพบว่า หลังการฉีดโดสที่สอง วัคซีนไฟเซอร์มีประสิทธิภาพ 89% และวัคซีนแอสตร้าฯมีประสิทธิภาพ 80%

ที่มา : gold.in.th ( 12 ก.ค.64 )

- Advertisement -

Leave a Reply

%d bloggers like this: