วันพฤหัสบดี, 15 เมษายน 2564

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ก.พ.64(ภาคเช้า) by YLG, GT, SCT, HGF, InterGold

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,809-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายออกมา จะมีแนวรับบริเวณ 1,779-1,760 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ตลาด TFEX ปิดทำการวันศุกร์ที่ 26 ก.พ.นี้ในวันมาฆบูชา ซึ่งนักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ

แนวรับ : 1,779 1,760 1,744  แนวต้าน : 1,809 1,827 1,841

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทรงตัว  แม้ระหว่างวันราคาจะดิ่งลงแรงจนแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย  อาทิ  (1.) รายงานของเจ้าหน้าที่ FDA สหรัฐระบุว่า วัคซีนต้าน COVID-19 ของบ.จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย และเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉิน เปิดทางให้วัคซีนของบ.ดังกล่าวได้อนุมัติอย่างเป็นทางการอย่างเร็วสุดในสัปดาห์นี้  ซึ่งกระตุ้นแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (2.) การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับ 1.43% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีที่แล้ว ซึ่งกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย  และ (3.) การเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 923,000 ยูนิตในเดือนม.ค. อย่างไรก็ดี  เกิดแรงซื้อหนุนให้ทองคำดีดตัวขึ้นเช่นเดียวกับเมื่อวานนี้  โดยได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ที่ระบุว่า การที่อัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับเป้าหมายของเฟดได้นั้นอาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 3 ปี บ่งชี้ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกนาน  และยืนยันว่าเฟดจะเข้าซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE ในอัตราปัจจุบันจนกว่าจะมีข้อมูลจะแสดงความคืบหน้าว่าเศรษฐกิจดำเนินไปสู่เป้าหมาย  สะท้อนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในขณะนี้  จะไม่กระตุ้นให้เฟดเร่งคุมเข้มนโยบายการเงิน  ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ราคาดีดกลับกว่า 20 ดอลลาร์ต่ออนซ์ขึ้นมาปิดตลาดเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง  ด้านกองทุน SPDR ถือทองลดลง -4.08 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยประมาณการครั้งที่ 2 GDP ไตรมาส 4/2020, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

ปัจจัยทางเทคนิค :

มีแรงขายกดดันราคาทองคำเพิ่มขึ้นแต่ราคาพยายามทรงตัว ทั้งนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,783-1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,809-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านแรกได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,809-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง สามารถเสี่ยงเปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรระยะสั้น (ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน 1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์)และรอซื้อคืนหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,779-1,760 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “พาวเวล” ส่งสัญญาณเฟดคงดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีกกว่า 3 ปี  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่า อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 3 ปีกว่าที่อัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับเป้าหมายของเฟด ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกนาน  “เฟดเคยระบุว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% ซึ่งเราเชื่อว่าเราสามารถทำได้ โดยอาจใช้เวลามากกว่า 3 ปี” นายพาวเวลกล่าวในแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้  นอกจากนี้ นายพาวเวลยังระบุว่า เฟดจำเป็นที่จะต้องเห็นความคืบหน้าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แท้จริง ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน มากกว่าที่จะอิงจากคาดการณ์ความคืบหน้า  ขณะเดียวกัน นายพาวเวลกล่าวว่า สภาคองเกรสจำเป็นต้องให้การอนุมัติแก่เฟดสำหรับการเดินหน้าพัฒนาและออกสกุลเงินดอลลาร์ในรูปแบบดิจิทัล
  • (-) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่สูงกว่าคาดในเดือนม.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 4.3% สู่ระดับ 923,000 ยูนิตในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 855,000 ยูนิต
  • (-) สหรัฐเตรียมกระจายวัคซีนจอห์นสัน 4 ล้านโดสสัปดาห์หน้า หากได้ไฟเขียวจาก FDA  ทำเนียบขาวแถลงในวันนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐจะทำการแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) จำนวน 3-4 ล้านโดสภายในสัปดาห์หน้า หากวัคซีนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA)
  • (-) วัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันผ่านด่านแรกของ FDA สหรัฐ  รายงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ระบุว่า วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย และเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉิน  รายงานดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณว่า FDA จะให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน  ทางด้านคณะกรรมการที่ปรึกษาของ FDA ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก จะจัดการประชุมในวันศุกร์ เพื่อพิจารณาและลงมติต่อการอนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นกรณีฉุกเฉิน  หากคณะกรรมการที่ปรึกษาของ FDA ให้การอนุมัติวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ก็จะเป็นการปูทางให้ FDA ชุดใหญ่ให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อไป
  • (-) ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อย หลังพาวเวลส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยต่ำ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกกว่า 3 ปี  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.01% แตะที่ 90.1733 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.94 เยน จากระดับ 105.31 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9076 ฟรังก์ จากระดับ 0.9055 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2529 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.2593 ดอลลาร์สหรัฐ  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2148 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2144 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.4123 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4107 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7943 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7910 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 424.51 จุด ถ้อยแถลงพาวเวลช่วยคลายกังวลเงินเฟ้อ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) หลังจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มพลังงาน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,961.86 จุด พุ่งขึ้น 424.51 จุด หรือ +1.35% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,925.43 จุด เพิ่มขึ้น 44.06 จุด หรือ +1.14% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,597.97 จุด เพิ่มขึ้น 132.77 จุด หรือ +0.99%

(-) รองประธานเฟดชี้วัคซีนโควิด,มาตรการกระตุ้นศก.หนุนสหรัฐแข็งแกร่งปีนี้  นายริชาร์ด แคลริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง และการที่รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีที่แล้ว  “เศรษฐกิจมีแนวโน้มสดใสในปีนี้ และปีต่อๆไป ขณะที่ความเสี่ยงในช่วงขาลงได้ลดน้อยลง” นายแคลริดากล่าว  นายแคลริดายังระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของเฟดในเดือนธ.ค.ที่ระบุว่า อัตราว่างงานจะต่ำกว่าระดับ 4% และอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่ระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2% ภายในสิ้นปี 2566 ถือเป็นการดีดตัวขึ้นรวดเร็วกว่าที่เคยเกิดขึ้นหลังช่วงวิกฤตการเงินเมื่อกว่า 1 ทศวรรษที่แล้ว

โดย  : บริษัท จีที โกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

Fundamental

  • ประธาน Fedคาดเงินเฟ้อจะต่ำต่อไปอีก 2-3 ปี เป็นสัญญาณให้ตลาดตีความว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปี และจะใช้มาตรการอัดฉีดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะ 1.427% ก่อนประธาน Fed ขึ้นแถลง จากนั้นตกกลับลงมาแกว่งอยู่ที่ระดับ 1.37-1.39% จนถึงเช้านี้
  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 13เดือน หลังยอดผลิตทั่วสหรัฐฯตกจากการหยุดผลิตที่เท็กซัส

Technical

  • รูปซ้ายประธาน Fed พูดชัด ไม่ต้องห่วงเงินเฟ้อไปอีก 3 ปี เป็นลบต่อราคาทองคำจากภาวะ risk on ดึงเงินกลับไปเก็งกำไรสินทรัพย์เสี่ยงกันต่อ วันนี้ลุ้นแนว1,795-1,800แต่ไม่น่าจะยืนอยู่
  • รูปขวาราคากลับลงมาอยู่ใต้เส้น MA ทั้งคู่อีกครั้ง แนวโน้มระยะสั้นจึงเข้าสู่ขาลง วันนี้จับตา1,780 ถ้ารับไม่อยู่ แนวรับต่อไป 1,760
  • ทิศทางวันนี้แกว่งลง
  • จับจังหวะเล่นยังไง?follow short เมื่อหลุด1,795ส่วนแนวต้านด้านบน 1,810-1,815 น่าเปิด short ใส่

Attention

ติดตามเดโมแครตพยายามผลักดันร่างรายจ่าย 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ให้มีผลบังคับใช้ทันภายใน 15 มี.ค.

โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

แนวรับ 1790/1782|1775แนวต้าน 1810|1820|1830
                      Gold/silver     USD          Baht          DOW (stock)
ระยะสั้น             SW               SW            SW          SW DOWN
ระยะกลาง       SW UP.    SW DOWN   WEAK             SW
ระยะยาว       NEUTRAL   NEUTRAL   NEUTRAL    BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS 1780-1810
จุดเข้า buy 1780-1790
เป้าหมาย 1810-1820  
SL 1760

รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1700-1900
จุดเข้า BUY 1750-75
เป้าหมาย 1850-1900
SL 1749

ทองร่วงเพราะค่าเงินสหรัฐฯแข็งค่า แต่ได้เฟดแถลงรัฐสภาว่าจะตรึงดอกเบี้ยต่ำๆแบบนี้อีกนานจนกว่าเงินเฟ้อถึงเป้า ทำให้ราคาทองฟื้นตัวมา $1800 ได้ ภาพรวมทองระยะสั้นคลุมเคลือต้องรอคืนนี้จะมีประกาศชุดตัวเลขเศรษฐกิจโดยเฉพาะ GDP สหรัฐฯ คาดว่าจะดีขึ้น อาจทำให้ราคาทองคืนนี้แกว่งผันผวนแบบเมื่อวาน ส่วนภาพระยะกลางเน้นทางซื้อสะสมช่วงย่อตัว
กลยุทธ์ : แนวทางเดิมย่อซื้อขึ้นขายไปก่อนแบบเดิม 

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

กองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 4

คืนนี้สหรัฐจะประกาศจีดีพีไตรมาส 4

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ  1,780-1,815 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำSpot เมื่อวานปรับลดลงหลุด 1,800 ดอลลาร์ แต่ปิดตลาดทรงตัวเนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่า แรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับต่ำ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้สหรัฐประกาศยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 923,000ยูนิต สูงกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 853,000ยูนิต ทั้งนี้กองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 อีก 4.08ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศจีดีพีไตรมาส 4ซึ่งเป็นประมาณการครั้งที่ 2ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น  4.2% ดีขึ้นจากประมาณการครั้งแรกที่เพิ่มขึ้น  4.0%ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค.ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น  0.9%ดีขึ้นจากเดือนธ.ค.ที่เพิ่มขึ้น0.5%จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดจะอยู่ที่ระดับ 828,000 ราย
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,780-1,815 ดอลลาร์ราคาทองคำมีแนวต้านที่ 1,815 ดอลลาร์ และ 1,830 ดอลลาร์ขณะที่มีแนวรับที่ 1,780 ดอลลาร์ และ 1,760 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,804.70+0.101,780/1,7601,815/1,830

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
25,70025,350/25,10025,750/25,950

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
25,670-12025,470/25,20025,900/26,100

แนะนำเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรที่ราคาทอง Spot1,780 ดอลลาร์  (GF 25,470บาท)  โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,760 ดอลลาร์(GF 25,200บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,798.90-2.501,782/1,7621,822/1,832

แนะนำเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรที่ราคาGOH21 1,782 ดอลลาร์   โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,762 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะอ่อนค่าลงเล็กน้อยโดยเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกกว่า 3 ปี

สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.64 คาดจะมีแนวรับที่ 29.95 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 30.10 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ:ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อยหลังพาวเวลส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยต่ำ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนและฟรังก์สวิสในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ก.พ.) หลังจากนายเจอโรมพาวเวลประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกกว่า 3 ปีดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.01% แตะที่ 90.1733 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดลบ 8 ดอลลาร์จากคำสั่งขายสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ก.พ.) เนื่องจากถ้อยแถลงในเชิงบวกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของนายเจอโรมพาวเวลประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยติดต่อกันเป็นวันที่ 2   สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 8 ดอลลาร์หรือ 0.44% ปิดที่ 1,797.9 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 17.1 เซนต์หรือ 0.62% ปิดที่ 27.859 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดพุ่ง $1.55 ขานรับการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐลดลง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือนเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ก.พ.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยการผลิตน้ำมันดิบลดลงมากกว่า 10% เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตในสัปดาห์ที่ผ่านมาสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 1.55 ดอลลาร์หรือ 2.5% ปิดที่ 63.22 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. 2563   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 1.67 ดอลลาร์หรือ 2.6% ปิดที่ 67.04 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2563

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 424.51 จุดถ้อยแถลงพาวเวลช่วยคลายกังวลเงินเฟ้อ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ก.พ.) หลังจากถ้อยแถลงของนายเจอโรมพาวเวลประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อนอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคารกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มพลังงานดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,961.86 จุดพุ่งขึ้น 424.51 จุดหรือ +1.35% ขณะที่ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,925.43 จุดเพิ่มขึ้น 44.06 จุดหรือ +1.14% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 13,597.97 จุดเพิ่มขึ้น

โดย : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด

กลยุทธ์ : รอราคาสร้างฐาน ระวังแรงเทขาย
แนวต้าน : 1815 หรือ 25,700 บาท
แนวรับ : 1790 หรือ 25,450 บาท


ราคาทองเริ่มปรับตัวลงมาสู่บริเวณแนวรับ 1790 จากการปรับตัวขึ้นอัตราผลตอบแทน 10 ปีของพันธบัตรสหรัฐฯ โดยล่าสุดทางเฟดได้ออกมาแสดงความกังวลกับอัตราการว่างงานของสหรัฐฯว่าแย่กว่าที่เป็นมาก และอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายยังห่างไกลจากเป้านักอาจใช้เวลาเกิน 3 ปีกว่าจะเข้าสู่เป้า เฟดได้ส่งสัญญาณอีกว่ายังไงก็คงต้องทำ QE ต่อเนื่องจนกว่าจะถึงเป้าดังกล่าว ส่งผลให้ค่าเงินดอลล่ามีแนวโน้มอ่อนลงต่อเนื่องจากสัญญาณดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นผลบวกสำหรับทองคำ ในทาง Technical หากราคาไม่สามารถสร้างฐานอยู่บริเวณ 1790-1815 ได้ มีโอกาสปรับตัวลงต่อ จากการกดลงของเส้นแนวโน้มขาลง โดยหากราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นปยืนเหนือ 1815 ได้จะลดแรงกดดันจากแนวโน้มดังกล่าวได้ กลยุทธ์คือสามารถรอเข้าซื้อบริเวณ 1790 ได้เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น และหากราคาปรับตัวลงทะลุ 1790 อาจขายออกบางส่วนเพื่อมาซื้อกลับที่บริเวณ 1760

ที่มา : gold.in.th(25ก.พ.64)